เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 28

คืนเร่าร้อนในกระท่อมกลางป่า

ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
เสียงเปรี๊ยะของไม้ฟืนในเตาผิงดังแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรำเป็นจังหวะเร่าร้อนในอก กระท่อมไม้หลังน้อยกลางป่าลึกยามค่ำคืนไม่ได้เงียบสงบอย่างที่ควรจะเป็น ไอร้อนจากเตาไฟผสมผสานกับกลิ่นอายความอบอุ่นของบุรุษเพศ ทำให้บรรยากาศรอบตัวหลินว่านหลินอบอวลไปด้วยความระอุจนแทบหายใจไม่สะดวก "มองพอหรือยังครับ" เสียงทุ้มต่ำพึำพำอยู่ชิดริมหู ลู่จ้านถิงในยามนี้ไม่ได้มีมาดของนายทหารผู้เคร่งขรึมและทรงอำนาจแห่งค่ายทหารแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นเต็มไปด้วยประกายความปรารถนาอันดิบเถื่อนและลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง มือหนาที่ผ่านการจับอาวุธและทำไร่ทำนามาอย่างโชกโชน บัดนี้กำลังโอบกระชับเอวบางของภรรยาเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น จนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศผ่าน หลินว่านหลินส่งค้อนควับให้สามีตัวโตที่นับวันจะยิ่งแปลงร่างเป็นลูกสุนัขตัวยักษ์จอมคลั่งรัก เธอพยายามขยับตัวหนีสัมผัสวาบหวามที่ลูบไล้อยู่บริเวณแผ่นหลัง แต่มันก็เป็นเพียงการดิ้นรนที่ไร้ผล เมื่ออ้อมแขนของลู่จ้านถิงเปรียบเสมือนคีมเหล็กกล้าที่หล่อหลอมขึ้นมาจากความรักและความโหยหา "ปล่อยก่อนเถอะน่า คุณจ้านถิง ข้าวต้มในหม้อจะไหม้อยู่แล้วนะึครับ... เอ๊ย ไม่ใช่ จะไหม้แล้วนะ!" ว่านหลินเกือบหลุดปากใช้คำพูดติดปากยุคปัจจุบันเสียแล้ว ดีที่ไหวตัวทันปรับเปลี่ยนสรรพนามและน้ำเสียงให้เข้ากับยุค 70 ได้อย่างแนบเนียน ลู่จ้านถิงหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนไปถึงแผ่นอกของหญิงสาวที่แนบชิดอยู่ เขาไม่ยอมปล่อยมือ แถมยังกดจูบลงบนลาดไหล่เปลือยเนียนที่โผล่พ้นเสื้อคลุมอย่างถือวิสาสะ "ไหม้ก็ช่างครับ ต่อให้บ้านหลังนี้ไหม้หมดทั้งหลัง ผมก็ไม่สนใจอะไรทั้งนั้น... สนใจแค่ภรรยาในอ้อมแขนคนนี้คนเดียวก็พอแล้ว" คำพูดหวานเลี่ยนที่ออกจากปากผู้ชายหน้าตายคนนี้ มักจะมีอานุภาพทำลายล้างสูงเสมอ หลินว่านหลินรู้สึกได้ถึงความร้อนที่พุ่งขึ้นมาประทับบนพวงแก้ม เธอย่อมรู้ดีว่าความคลั่งรักของสามีไม่ได้เกิดขึ้นจากความว่างเปล่า แต่มันผ่านบททดสอบและคราบน้ำตาแห่งความยากลำบากมาด้วยกัน ตั้งแต่การจัดการกับแม่เฒ่าโจวผู้โลภมากและพวกญาติจอมดูถูก จนกระทั่งย้ายเข้ามาใช้ชีวิตในเรือนหอฟาว2คนกลางป่าลึกแห่งนี้ เพื่อเริ่มต้นสร้างอาณาจักรความร่ำรวยด้วยห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะในมิติลับ กลิ่นหอมกรุ่นของ "ซุปไก่ตุ๋นโสมป่าใส่เห็ดหอม" ที่เธอดึงออกมาจากมิติพิเศษลอยฟุ้งไปทั่วกระท่อม น้ำซุปสีทองใสเคี่ยวจนเข้มข้น เนื้อไก่เปื่อยนุ่มละลายในปาก ผสมผสานกับสมุนไพรบำรุงกำลังชั้นดี นี่คือเมนูเด็ดที่เธอตั้งใจทำขึ้นเพื่อบำรุงสามีหลังจากที่เขาต้องตรากตรำทำงานหนักในการเคลียร์พื้นที่ทำกินและจัดการกับพวกอันธพาลในหมู่บ้านเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา "กินข้าวเสียก่อนเถอะค่ะ... เอ่อ, เถอะครับ" ว่านหลินแก้คำพูดอีกครั้งด้วยความเขินอาย เธอยกชามกระเบื้องเคลือบเนื้อเนียนที่ตักซุปควันฉุยยื่นให้เขา "คุณใช้แรงมาทั้งวันแล้ว ขืนยังมาทำรุ่มร่ามแบบนี้ ระวังจะไม่มีแรงอุ้มฉันหนีเสือสมิงในป่านะคะ... เอ๊ย! นะครับ!" ลู่จ้านถิงอมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ดวงตาคู่นคมมองภรรยาด้วยความเอ็นดูระคนรักใคร่ เขาceptชามซุปมาวางไว้บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยข้างกายอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะรวบเอวบางของเธอให้ขึ้นมานั่งตักของเขาโดยตรง "เสือสมิงในป่านี้คงไม่กล้าเข้าใกล้กระท่อมของเราหรอกครับ เพราะเสือแถวนี้ดุร้ายและหวงอาณาเขตยิ่งกว่าอะไรดี" มือหนาเกลี่ยปอยผมที่เคลียคลออยู่ข้างแก้มใสอย่างเบามือ "ส่วนเรื่องแรง... ว่านหลิน ถ้าคุณอยากทดสอบว่าผมมีแรงเหลือเฟือพอที่จะอุ้มคุณไปไหนต่อไหนหรือเปล่าคืนนี้ เรามาพิสูจน์กันยาวๆ จนถึงเช้าเลยดีไหมครับ?" บรรยากาศในห้องอุ่นขึ้นอีกหลายเท่าตัว แววตาของสามีหนุ่มทอประกายเร่าร้อนราวกับถ่านไฟในเตาที่กำลังลุกโชน หลินว่านหลินใจสั่นระทึก เธอรู้ดีว่าคำว่า 'พิสูจน์' ของอีกฝ่ายไม่ได้หมายถึงการยกของหนักแน่นอน ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังสุกงอมและเต็มไปด้วยความหวานชื่นจนหยดย้อย *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูไม้หยาบๆ ที่ดังขึ้นกะทันหันจากภายนอกกระท่อม ทำลายความเงียบสงบยามวิกาลลงอย่างไม่ไว้หน้า ท่ามกลางความมืดมิดและป่าทึบที่ไร้ซึ่งผู้คนสัญจรในยามวิกาล การมาเยือนของแขกไม่ได้รับเชิญย่อมไม่ใช่เรื่องปกติ ลู่จ้านถิงชะงัก รัศมีอำนาจเย็นเยียบแผ่ออกมาจากร่างหนาทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันระแวดระวัง หลินว่านหลินรีบขยับตัวลุกขึ้นจากตักของสามี สัญชาตญาณนักธุรกิจและเชฟสาวผู้ผ่านสมรภูมิชีวิตมาโชกโชนบอกเธอทันทีว่า ปัญหาชิ้นใหญ่กำลังเคาะประตูเรียกพวกเขาอยู่ "ซ่อนอยู่ในนี้ก่อนครับ" ลู่จ้านถิงกระซิบเสียงต่ำ คว้าเสื้อคลุมมาสวมให้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบปืนพกประจำกายที่ซ่อนไว้ใต้หมอนขึ้นมาปลดเซฟอย่างเงียบเชียบ *ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้หนักหน่วงและเกรี้ยวกราดขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนแหบแห้งที่คุ้นเคยอย่างน่าสะพรึงกลัวดังทะลุประตูเข้ามา "จ้านถิง! นังสะใภ้ตัวดี! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าพวกแกสองคนผัวเมียหลบหัวอยู่ในนี้!" เสียงนั้นคือเสียงของแม่เฒ่าโจว แม่สามีผู้ควรจะนอนอยู่บ้านใหญ่ไกลออกไปหลายลี๋ แต่กลับมายืนเคาะประตูเรียกหาพวกเขากลางป่าลึกในยามวิกาลเช่นนี้! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ หมอผีวัยรุ่นสัญญาว่าจะเสิร์ฟความฟินและความสะใจให้เข้มข้นยิ่งขึ้นในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%