ตราประทับสีแดงฉานประทับลงบนกระดาษเอกสารทางราชการเสียงดัง ‘ปึ้ง!’ พร้อมกับเสียงถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความทึ่งของเจ้าหน้าที่สำนักงานพาณิชย์อำเภอ ที่กำลังมองสตรีร่างเพรียวเบื้องหน้าซึ่งแต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายรีดเรียบกริบและกางเกงทรงสอบเข้ารูปขับเน้นสัดส่วนสะโอดยสะอง หลินว่านหลินแย้มรอยยิ้มพริ้มเพราอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ดวงตาคู่คมกวาดมองใบอนุญาตประกอบกิจการอุตสาหกรรมขนาดย่อมและทะเบียนการค้าในนาม "บริษัทแปรรูปอาหารสิริมงคลจำกัด" ซึ่งเป็นกิจการแปรรูปเนื้อสัตว์และผลิตอาหารกึ่งสำเร็จรูปแห่งแรกในยุคปฏิรูปนี้อย่างพึงพอใจ
“ยินดีด้วยครับคุณหลิน… เอ่อ ท่านประธานหลิน” เจ้าหน้าที่หนุ่มรีบเปลี่ยนสรรพนามทันทีเมื่อเห็นตราประทับและลายเซ็นรับรองจากเบื้องบนที่แนบมาพร้อมกับใบสมัคร ซึ่งเป็นผลงานจากเส้นสายอันทรงพลังและเงียบเชียบของสามีหนุ่มนายทหารผู้ไม่เคยปริปากบ่นสักคำ “ไม่น่าเชื่อว่าในยุคสมัยนี้ จะมีสตรีผู้ใดกล้าหาญชาญชัยขอจดทะเบียนจัดตั้งโรงงานเอกชนเต็มรูปแบบเช่นนี้ เกรงว่าท่านจะเป็นเศรษฐีินีป้ายแดงคนแรกของมณฑลเราเลยทีเดียวครับ”
“ความกล้าหาญมักมาพร้อมกับผลกำไรที่หอมหวานเสมอค่ะ… เอ๊ย ครับ” หลินว่านหลินเกือบหลุดสำนวนยุคปัจจุบันออกมาเสียแล้ว นางหัวเราะเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดี พับเอกสารสำคัญเก็บใส่แฟ้มหนังอย่างทะนุถนอม ก่อนจะกวาดสายตาคมกริบมองไปยังกลุ่มคนตระกูลโจวที่ยืนคอตกอยู่มุมห้องรับรอง
แม่เฒ่าโจวหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะกลายเป็นสีม่วง ริมฝีปากแห้งผากสั่นระริกด้วยความโกรธแค้นและริษยาจนแทบกระออกมาเป็นเลือด นางแก่ชราจนป่านนี้ ยังไม่เคยเห็นเงินสดก้อนโตหรืออำนาจวาสนาใดที่ทำให้สะใภ้รองที่เคยถูกเหยียบย่ำเป็นทาสรับใช้ สามารถผันตัวกลายมาเป็น “ท่านประธาน” ผู้ถือครองกิจการถูกกฎหมาย มีหน้ามีตาค้ำฟ้าได้รวดเร็วปานนี้
“นังตัวดี! แก… แกไปเอาเงินทองมากมายมาจากไหนไปติดสินเชื่อเจ้าหน้าที่! หรือว่าแกแอบยักยอกเงินของตระกูลโจวไปทำเรื่องชั่วช้าพวกนี้!” แม่เฒ่าโจวทนไม่ไหว พุ่งตัวเข้ามาหมายจะทุบตีด้วยความอิจฉาริษยา แต่ยังไม่ทันที่ปลายเล็บเหี่ยวย่นจะเฉียดชายเสื้อของหลินว่านหลิน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก็ก้าวเข้ามาขวางกั้นไว้ราวกับภูเขาหินผา
ลู่จ้านถิงไม่ได้แม้แต่จะเหลือบสายตาแลมารดาผู้ให้กำเนิด แววตาคมกริบทรงอำนาจคู่นั้นกวาดมองร่างที่สั่นเทาของแม่เฒ่าโจวด้วยความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอื้อnเอ่ยออกมาเพียงไม่กี่คำ แต่กลับทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น
“เงินทุกหยวนที่ภรรยาผมใช้ เป็นหยาดเหงื่อแรงงานและกำไรจากการค้าขายที่ถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ หากคุณแม่ยังส่งเสียงโวยวายสร้างความวุ่นวายในสถานที่ราชการ เกรงว่าผมคงต้องให้สารวัตรทหารมาช่วยพาตัวกลับไปสงบสติอารมณ์ที่บ้านพักรับรองของกองทัพสักเจ็ดวัน”
คำขู่ที่ไร้ซึ่งความปรานีทำให้แม่เฒ่าโจวสะดุ้งโหยง ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัว นางรู้ดีว่าบุตรชายคนรองผู้นี้พูดจริงทำจริง และอำนาจที่เขาถือครองในเวลานี้เหนือกว่าตระกูลโจวทั้งตระกูลเสียอีก ได้แต่กัดฟันกรอด น้ำตาตกในด้วยความแค้นเคืองที่ไม่อาจทำอะไรหลินว่านหลินได้เลย
ในขณะเดียวกัน ภายในห้างสรรพสินค้าอัจฉริยะมิติลับที่เชื่อมต่อกับจิตสำนึกของหลินว่านหลิน ระบบเสียงแจ้งเตือนความสำเร็จก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อเฉลิมฉลองการก้าวสู่สถานะเศรษฐีินีอย่างเต็มตัว
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ภารกิจจดทะเบียนโรงงานแปรรูปอาหารแห่งแรกสำเร็จลุล่วง!]
[ปลดล็อกคลังสินค้าอุตสาหกรรมระดับ 2: เครื่องจักรบรรจุสุญญากาศอัตโนมัติ และสูตรลับหมูสามชั้นตุ๋นซีอิ๊วฮ่องเต้ระดับตำนาน!]
หลินว่านหลินมุมปากกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย นางลอบส่งกระแสจิตเข้าไปสำรวจคลังสินค้าในมิติ เห็นเครื่องจักรสเตนเลสเงางามส่งกลิ่นอายความทันสมัยวางเรียงรายรอเวลาใช้งาน หัวใจของเชฟมือทองพองโตด้วยความฮึกเหิม การสร้างโรงงานแปรรูปอาหารแห่งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การหาเงิน แต่มันคือการสร้างอาณาจักรทางเศรษฐกิจที่จะใช้ฟาดหน้าพวกคนโลภในยุค 70 ให้หน้าหงายไปตามๆ กัน
“กลับบ้านกันเถอะครับจ้านถิง ป่านนี้คนงานที่หมู่บ้านคงรอรับฟังข่าวดีเรื่องการเปิดรับสมัครงานของโรงงานเราแย่แล้ว” หลินว่านหลินเอ่ยปากชวนสามีด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ต่างจากท่าทีเฉียบขาดเมื่อครู่ราวกับคนละคน
ลู่จ้านถิงพยักหน้ารับ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา มือใหญ่เอื้อมไปกุมมือเรียวนุ่มของภรรยาไว้อย่างทะนุถนอม ราวกับเธคือสมบัติล้ำค่าที่สุดในจักรวาล ทั้งสองเดินเคียงคู่กันออกจากสำนักงานพาณิชย์ ทิ้งให้ตระกูลโจวยืนมองตามด้วยความสิ้นหวัง
รถบรรทุกทหารคันใหญ่พาคนทั้งสองกลับมาถึงหมู่บ้านผิง안 ในช่วงบ่ายแก่ๆ ข่าวเรื่องที่หลินว่านหลินจดทะเบียนโรงงานแปรรูปอาหารสำเร็จและกำลังจะเปิดรับสมัครคนงานเข้าทำงานด้วยค่าแรงที่สูงกว่าแรงงานทั่วไปถึงสามเท่ากระจายไปทั่วราวกับไฟลามทุ่ง ชาวบ้านต่างพากันมาออกันอยู่ที่หน้าบ้านพักของตระกูลลู่ด้วยความหวัง
“คุณหลิน! จริงหรือเปล่าครับที่บอกว่าโรงงานจะรับคนงานเข้ากะละห้าสิบคน?”
“ฉันทำอาหารเก่งมากเลยนะจ๊ะ ขอฉันทำหน้าที่ปรุงรสชาติหมูแผ่นได้ไหม!”
เสียงเซ็งแซ่ดังระงม หลินว่านหลินก้าวลงจากรถด้วยท่าทางสง่างาม นางยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้ทุกคนสงบลง รอยยิ้มการค้าถูกระบายบนใบหน้าสวยคม “ทุกท่านใจเย็นๆ ครับ โรงงานของเราเปิดกว้างสำหรับทุกคนที่มีฝีมือและขยันขันแข็ง ค่าตอบแทนรับรองว่าคุ้มค่าหยาดเหงื่อแน่นอน…”
ขณะที่หลินว่านหลินกำลังชี้แจงรายละเอียดการรับสมัครงานอยู่นั้น สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยของชายแปลกหน้าคนหนึ่ง สวมหมวกแก๊ปปีกกางบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง กำลังยืนหลบมุมมองตรงมาที่นางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความริษยาและรอยยิ้มที่ชวนให้รู้สึกขนลุกเกรียว
ชายคนนั้นค่อยๆ ดึงหมวกขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าที่มีแผลเป็นน่าเกลียดลากยาวจากกกหูถึงคาง พร้อมกับชูซองจดหมายสีน้ำตาลปริศนาขึ้นมาโบกเบาๆ เชิงท้าทาย
ลู่จ้านถิงที่ยืนบังภรรยาอยู่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ ร่างหนาขยับตัวบังหน้าภรรยาไว้ทันที พร้อมกับที่ชายแปลกหน้าคนนั้นส่งเสียงตะโกนแทรกขึ้นกลางวง “ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ท่านประธานหลิน โรงงานแปรรูปอาหารที่หรูหราอลังการบนคราบน้ำตาของคนอื่นแห่งนี้… จะต้องมอดไหม้เป็นจุลภายในสามวัน!”
สิ้นคำพูดนั้น ชายคนดังกล่าวก็โยนซองจดหมายเปื้อนคราบสีแดงคล้ายเลือดสดๆ ลงบนพื้นดินหน้าบ้าน แล้วหันหลังวิ่งหายลับเข้าไปในแนวป่าหลังหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว
หลินว่านหลินก้มมองซองจดหมายปริศนาที่ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจางๆ แววตาคมกริบหรี่แคบลง รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางรู้ทันทีว่าสงครามธุรกิจครั้งนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องผลประโยชน์ธรรมดาเสียแล้ว
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะครับ หมอผีวัยรุ่นสัญญาว่าจะเสิร์ฟความฟินและความสะใจให้เข้มข้นยิ่งขึ้นในตอนหน้าครับ!
เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70•ตอนที่ 29
สร้างโรงงานแปรรูปอาหารแห่งแรก
ผลงานโดย หมอผีวัยรุ่น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอผีวัยรุ่น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมียผีบอก: หิ้วมิติห้างหรูมาฟาดหัวคนโลภยุค 70 นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!