เสียงกัมปนาทจากรองเท้าหนังปักดิ้นทองที่กระทบลงบนพื้นหินอ่อนขัดมัน ดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วโถงรับรองตระกูลหลิน ราวกับเสียงกลองศึกที่ประโคมขึ้นเพื่อประกาศการชำระล้างโลหิต
บรรยากาศภายในห้องโถงที่เมื่อครู่ยังคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความเย้ยหยัน และเสียงหัวเราะเยาะของเหล่าญาติผู้พี่ที่รุมทึ้งหลินชิงเซียนราวกับฝูงแร้งทึ้งซากสัตว์ บัดนี้กลับถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัว ร่างของเหล่าผู้อาวุโสที่เคยนั่งไขว่ห้างวางอำนาจ ต่างพากันห่อไหล่โดยสัญชาตญาณ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามขมับราวกับถูกน้ำร้อนลวก ไอร้อนระอุจากความเกรี้ยวกราดที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่สง่างามนั้น ทำให้ลมหายใจของทุกคนติดขัด
"บังอาจนัก!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นเพียงแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน มู่หรงเหยียน หรือฉินอ๋องผู้ลือลั่น ก้าวเข้ามาด้วยอาภรณ์คลุมยาวปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิทขลิบด้ายทองคำบริสุทธิ์ เนื้อผ้าแพรต่วนชั้นดีสะท้อนแสงไฟวับวาม ชายผ้าคลุมยาวลากพื้นราวกับเงาแห่งมัจจุราชที่คืบคลานเข้ามา ครอบครองพื้นที่ทัศนียภาพทั้งหมดไว้ภายใต้รัศมีกดดันอันเยือกเย็นและดุร้าย
หลินชิงเซียนที่ยืนถือกระดาษสัญญาซื้อขายที่ดินอยู่กลางวงล้อม ชะوอข้อมือลงเล็กน้อย ดวงตากลมโตคู่คมฉายประกายไหววับด้วยความประหลาดใจเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มุมปากอิ่มจะยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา นางกวาดสายตามองแผ่นหลังกว้างที่ก้าวเข้ามาขวางหน้าตนไว้อย่างปกป้อง กลิ่นอายสนเข็มและกลิ่นจางๆ ของโลหิตสนามรบที่ติดกายบุรุษผู้นี้มา ทำให้หัวใจที่สงบนิ่งมาตลอดของแพทย์หญิงยุค 80 กระตุกวูบอย่างประหลาด
'ตาบ้านี่... ไหนบอกว่าติดราชกิจที่ค่ายทหารนอกเมืองไม่ใช่หรือไร เหตุใดจึงมาโผล่ที่นี่ในยามวิกาลเช่นนี้ได้'
ชิงเซียนนึกในใจขณะจัดสาบเสื้อคลุมผ้าไหมสีนวลของตนให้เข้าที่อย่างไม่รีบร้อน นางหาได้มีความหวาดกลัวต่ออำนาจมืดของฉินอ๋องเช่นคนอื่นๆ ไม่ ตรงกันข้าม... นางกลับมองเห็นหมากตานี้เป็นโอกาสทองในการพลิกกระดานเกมการเมืองในครอบครัวได้อย่างงดงาม
"ถ... ถวายบังคมฉินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!"
ผู้อาวุโสใหญ่แห่งตระกูลหลินลุกขึ้นลนลาน เข่าทรุดลงคุกเข่าโขกศีรษะจนหน้าผากแทบกระแทกพื้นหิน ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่อันตรธานหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทิ้ม เช่นเดียวกับคนอื่นๆ ที่ต่างพากันหมอบกราบลงกับพื้นอย่างพร้อมเพรียง แม้แต่เสียงหายใจก็ยังไม่กล้าผ่อนออกมาดัง
มู่หรงเหยียนไม่ได้ชายตามองคนพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบราวดาบโบราณที่อาบเลือดมานับไม่ถ้วน กวาดมองรอยแดงจางๆ บนข้อมือเรียวของหลินชิงเซียนที่เกิดจากการยื้อ and แย่งเอกสารเมื่อครู่ ดวงเนตรสีนิลเข้มหรี่แคบลง รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมารอบทิศทางจนอุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
"ใครบังอาจแตะต้องชายาของเปิ่นหวัง?"
น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์ใดๆ แต่กลับทำให้กระดูกสันหลังของทุกคนในที่นั้นเย็นวาบราวกับถูกแช่ในน้ำแข็งขั้วโลก
หลินชิงเซียนก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่ของสามีในนามผู้นี้เล็กน้อย นางยื่นมือเรียวขาวดั่งหยกไปแตะเบาๆ ที่แขนเสื้อผ้าแพรต่วนของเขา เป็นการส่งสัญญาณเตือนทางสายตาว่า 'อย่าเพิ่งใช้กำลัง ให้ใช้สมอง'
สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วของนางทำให้นัยน์ตาที่ดุดราวดrav ของฉินอ๋องชะوอลงเล็กน้อย รังสีฆ่าฟันรอบกายผ่อนคลายลงอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่ายังคงความเยือกเย็นเอาไว้ครบถ้วน
"ท่านอ๋องมาก็ดีแล้วเจ้าค่ะ" ชิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส ไพเราะเสนาะหูราวกับเสียงกระดิ่งเงิน แต่เนื้อหาภายในกลับเชือดเฉือนคนฟังจนเลือดซิบ "ญาติผู้พี่เหล่านี้กำลังเมตตา ข้าพเจ้าจึงได้รับ 'เกียรติ' ให้เซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ร้านค้าสมุนไพรประจำตระกูล เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณที่เลี้ยงดูมา... ช่างเป็นความกตัญญูที่น่าซาบซึ้งเสียจริง ท่านว่าเช่นนั้นไหมเพคะ?"
คำพูดประชดประชันอันคมกริบนี้ ทำให้ผู้อาวุโสใหญ่ที่หมอบอยู่ถึงกับหน้าซีดเผือด รีบโขกศีรษะกระสับกระส่ายละล่ำละลักแก้ตัว
"ฉ... ฉินอ๋องโปรดทรงพระกรุณา! นาง... นางหลินชิงเซียนผู้นี้กล่าวหาพวกเรา! สัญญาฉบับนี้ทำขึ้นด้วยความสมัครใจ นางเต็มใจมอบให้เพื่อทดแทนคุณมารดาผู้ล่วงลับต่างหากพ่ะย่ะค่ะ!"
มู่หรงเหยียนแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "หึ... สมัครใจงั้นหรือ?"
ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าไปหาผู้อาวุโสใหญ่ช้าๆ รองเท้าหนังเหยียบลงบนชายเสื้อของอีกฝ่ายอย่างไร้ความเกรงใจ ชายชราสะดุ้งสุดตัวแต่ไม่กล้าแม้แต่จะขยับหนี
"เปิ่นหวังแต่งตั้งนางเป็นชายาเอกด้วยราชโองการพระราชทานทรัพย์สินและที่ดินทุกตารางนิ้วของตระกูลหลินแห่งนี้ ล้วนเป็นสินสมรสที่จดทะเบียนไว้ในกรมพิธีการทูตและวังหลวงอย่างถูกต้องตามกฎหมาย..."
ฉินอ๋องกวาดสายตาคมกริบมองหน้าเหล่าญาติผู้พี่ทีละคน น้ำเสียงดุดันก้องกังวานราวกับประกาศิตสวรรค์
"...พวกล้ากล้าดีอย่างไร ถึงมาบังคับให้ชายาของเปิ่นหวังเซ็นสัญญาโจรเช่นนี้ หรือพวกเจ้าคิดว่า กฎหมายบ้านเมืองไม่มีหัวนอนปลายเท้าแล้ว?!"
"มิกล้า! มิกล้าพ่ะย่ะค่ะ!" ทุกคนโขกศีรษะซ้ำๆ จนหน้าผากเริ่มมีรอยฟกช้ำและคราบโลหิตซึม
หลินชิงเซียนลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสามีในนามผู้นี้ด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย ความดุดันเด็ดขาดที่ทรงพลังเช่นนี้... ยอมรับตามตรงว่ามันช่างถูกจริตนักธุรกิจสาวยุค 80 ที่ชอบคน 'พูดจริงทำจริง' เสียเหลือเกิน ในยามที่นางกำลังจะใช้แผนการทางกฎหมายจัดการคนพวกนี้ การมีแบ็กอัพเป็นถึงแม่ทัพผู้กุมกำลังทหารครึ่งประเทศ ย่อมทำให้เกมนี้จบเร็วกว่าที่คิดไว้หลายเท่า
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอยู่ในกำมือของฉินอ๋อง และความพ่ายแพ้กำลังตกเป็นของฝ่ายตระกูลหลินนั้นเอง...
*พรึบ!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบชีวิต พร้อมกับเสียงเกราะเหล็กกระทบกันดังระงมจากภายนอกจวน ขัดจังหวะความเงียบสงบยามวิกาลอย่างกะทันหัน เงาร่างขององครักษ์ในชุดเกราะสีเงินยวดยวงพุ่งเข้ามาล้อมรอบโถงรับรองไว้อย่างแน่นหนา กลื่นอายคาวเลือดและไอสังหารที่เข้มข้นกว่าเดิมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
มู่หรงเหยียนขมวดคิ้วมุ่นเป็นปมลึก สัญชาตญาณนักรบเตือนภัยให้เขารีบดึงร่างบางของหลินชิงเซียนเข้าสู่อ้อมกอดเพื่อปกป้องตามสัญชาตญาณทันที
ประตูกลางของโถงรับรองถูกถีบเปิดออกอย่างแรงด้วยฝ่าเท้าปริศนา ท่ามกลางแสงจันทร์สีนวลยามดึก ขันทีเฒ่าหน้าตาเจ้าเล่ห์คนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมกับราชสีห์ปักดิ้นทองบนอกเสื้อ มือเหี่ยวย่นถือม้วนราชโองการสีเหลืองทองอร่ามที่มีตราประทับหยกจักรพรรดิเด่นชัด
"ฉินอ๋องมู่หรงเหยียนอยู่ที่นี่สินะ..." ขันทีเฒ่าแย้มยิ้มเยียบเย็น เอ่ยด้วยเสียงแหลมสูงบาดแก้วหู "มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... ให้จับกุมตัวฉินอ๋องและชายา นำตัวไปสอบสวนข้อหากบฏซ่องสุมกำลังพล ณ คุกหลวงเดี๋ยวนี้!"
สิ้นเสียงประกาศิตราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูหนาว รอยยิ้มพึงใจบนใบหน้าของเหล่าญาติ The ตระกูลหลินพลันกลับมาผุดพรายขึ้นอีกครั้ง ทว่าดวงตาคมกริบของฉินอ๋องกลับหรี่แคบลงอย่างอันตราย พร้อมกับมือหนาที่กำด้ามกระบี่ข้างกายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
หลินชิงเซียนเงยหน้าขึ้นมองสบตาคมของสามี ท่ามกลางวิกฤตเป็นตายที่อยู่เบื้องหน้า มุมปากของแพทย์หญิงสาวยุค 80 กลับยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ นางกระซิบเสียงเบาแนบชิดอกแกร่งของเขา
"ดูท่า... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้นอนหลับพักผ่อนกันเสียแล้วล่ะเพคะ, ท่านอ๋อง"
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" เสมอมานะครับ!
ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 8
กลิ่นอายอำนาจที่แท้จริง
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!