ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 9

แผนซ้อนแผนในเรือนหลัง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงคมกริบของโลหะที่เสียดสีกับฝักดาบดังขึ้นเพียงแผ่วเบา ทว่ากลับชัดเจนดั่งเสียงอสุนิบาดท่ามกลางความเงียบสงัดยามวิกาล กลิ่นอายสังหารเข้มข้นคละคลุ้งปะปนมากับกลิ่นอายฝนยามดึก ประตูห้องนอนไม้สักแกะสลักลายวิจิตรถูกแรงลมกระโชกผลักจนเปิดผางออก เงาดำทะมึนหลายร่างพุ่งทะยานเข้ามาดั่งภูตผีไร้เงา เป้าหมายของพวกมันมีเพียงหนึ่งเดียว... เตียงนอนหลังใหญ่ที่ยังคงมีร่างสองร่างนอนทอดกายอยู่ "ดูท่า... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้นอนหลับพักผ่อนกันเสียแล้วล่ะเพคะ, ท่านอ๋อง" สุ้มเสียงหวานใสแต่เจือความเย้ยหยันดังขึ้นจากมุมมืด หลินชิงเซียนมิได้อยู่ใต้ผ้าห่มตามที่พวกมันคาดคิด นางในชุดคลุมผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชาดนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอมอย่างสบายอารมณ์ ในมือเรียวระหงถือถ้วยชากลิ่นหอมกรุ่นควันลอยกรุ่น ดวงตากลมโตคู่สวยทอประกายระยับราวกับกำลังชมมหรสพชั้นดี เงาดำหัวแถวชะงักฝีเท้า มันหันขวับมามองนาง แววตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีดำฉายแววเหี้ยมเกรียม "นังนี่! รู้ตัวเร็วนักนะ... จัดการนางก่อน แล้วค่อยสับเป้าหมายบนเตียงให้เป็นจุล!" พริบตานั้นเอง ร่างของมือสังหารระดับยอดฝีมือสามนายพุ่งเข้าประชิดตัวนางในพริบตา ประกายคมดาบสะท้อนแสงจันทร์สาดส่องลงมาเป็นเงาวับวาบ บรรยากาศกดดันจนแทบหยุดหายใจ ทว่าหลินชิงเซียนกลับมิได้แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า "ช้าก่อน... พวกท่านไม่อยากรู้หรือว่า ในชาหอมๆ ถ้วยนี้... ข้าใส่อะไรลงไปบ้าง?" นางเอ่ยพลางจิบชาอย่างใจเย็น ปลายกระบี่ของมือสังหารหยุดชะงักห่างจากลำคอระหงเพียงคืบเดียวเท่านั้น กลิ่นหอมแปลกประหลาดบางอย่างโชยแตะจมูกของพวกมันโดยไม่รู้ตัว มันคือกลิ่นหอมหวานคล้ายดอกไม้ป่า แต่กลับทำให้สมองมึนงงและขาเริ่มไร้เรี่ยวแรงในเวลาชั่วพริบตา "แก... ทำอะไรกับพวกเรา..." มือสังหารหัวหน้ากลุ่มเบิกตากว้าง พยายามจะเร่งพลังภายในเพื่อขับพิษ ทว่ายิ่งโคจรลมปราณ หัวใจกลับยิ่งเต้นระรัว เลือดลมตีกลับจนกระอักเลือดคำโตออกมา ขาทั้งสองข้างทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นพรมปักลาย "ยากล่อมประสาทผสานสารสกัดจากพืชสมุนไพรยุคโมเดิร์น... เอ่อ ข้าหมายถึงตำรับยาลับเฉพาะตระกูลหลินน่ะครับ" ชิงเซียนวางถ้วยมาลงบนโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก* นางลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดชายผ้าคลุมให้เรียบร้อย เดินเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังหมดสภาพทีละก้าว "พวกเจ้าเป็นใคร ใครส่งมา สารภาพมาเสียดีๆ มิฉะนั้น... ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสความเจ็บปวดที่แม้แต่ความตายก็ยังต้องร้องขอ" ในขณะเดียวกัน บนเตียงนอนใหญ่ที่ควรจะมีร่างของท่านอ๋องนอนอยู่ กลับว่างเปล่า... *ฉับพลัน!* เงาร่างมหึมาสายหนึ่งพุ่งวาบผ่านหน้าต่างห้องเข้ามาดั่งสายอสนีบาต รัศมีอำมหิตกดดันจนมือสังหารที่เหลือถึงกับหน้าถอดสี มู่หรงเหยียนในชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าหล่อเหลาดุจเทพเซียนแต่เย็นชาดั่งพญายม ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังพวกมัน ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกด้วยความเหี้ยมเกรียมไร้ความปรานี มือหนาบีบเข้าที่ลำคอของมือสังหารที่อยู่ใกล้ที่สุดจนกระดูกส่งเสียงดังลั่น *กร๊อบ!* "บังอาจนัก... กล้าบุกรุกเรือนของชายาข้า รนหาที่ตายเสียจริง" สุ้มเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยออกมาอย่างเยือกเย็น ราวกับเสียงประกาศิตจากขุมนรก หลินชิงเซียนเหลือบมองสามีหมาดๆ ที่จู่ๆ ก็โผล่มาแย่งซีนความเท่ นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะย่อกายคารวะตามธรรมเนียมโบราณอย่างงดงามไร้ที่ติ "ถวายบังคมเพคะ ท่านอ๋อง... หม่อมฉันกำลังเค้นความลับอยู่พอดี พระองค์ทรงใจร้อนเกินไปหรือเปล่าเพคะ?" มู่หรงเหยียนหันมาสบตากับชายาของตน แววตาดุดันเมื่อครู่พลันอ่อนลงวูบหนึ่งอย่างไม่รู้ตัว ทว่าน้ำเสียงยังคงราบเรียบ "ข้าเพียงแต่เกรงว่า มือของเจ้าจะแปดเปื้อนเลือดสกปรกของพวกมดปลวกเหล่านี้" มือสังหารหัวหน้ากลุ่มที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น หัวเราะออกมาด้วยความสมเพชและเจ็บปวด "ฮ่าๆๆ... คิดว่าจับพวกข้าได้แล้วจะปลอดภัยงั้นรึ? พะ... ​แผนการในคืนนี้ เป็นเพียงแค่... จุดเริ่มต้น..." ทว่า ก่อนที่มันจะทันได้เอ่ยอันใดต่อ มู่หรงเหยียนกลับใช้ปลายเท้าเขี่ยดาบขึ้นมารวดเร็วดั่งสายฟ้า ฟันฉับเข้าที่หัวไหล่ของมันอย่างไร้ความปรานี เสียงร้องโหยหวนดังสนั่นเรือนหลัง ทว่าฉินอ๋องหาได้ใส่ใจไม่ พระองค์ก้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบอันน่าสะพรึงกลัว "บอกข้ามาว่าใครส่งพวกเจ้ามา มิฉะนั้น ข้าจะส่งหัวของพวกเจ้าไปประจานหน้าจวนเสนาบดีหลิว" มือสังหารเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อได้ยินนามนั้น มันพยายามจะกัดลิ้นฆ่าตัวตายเพื่อรักษาความลับ ทว่าหลินชิงเซียนไวรัสกว่า นางดีดเข็มเงินเล่มบางเฉียบฝังลงที่จุดชีพจรใต้คางของมันอย่างแม่นยำ ทำให้กรามของมันแข็งค้างอ้าปากไม่ได้ในทันที "คิดจะตายง่ายๆ หรือ? ฝันไปเถอะ" ชิงเซียนยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ทว่าแววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง "ข้ายังไม่ได้ทรมานเจ้าให้สาแก่ใจเลยนะ..." บรรยากาศภายในห้องนอนอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและความตึงเครียดถึงขีดสุด มู่หรงเหยียนมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งทึ่ง หลงใหล และพึงพอใจยิ่ง ชายาของเขาไม่เพียงแต่ไม่หวาดกลัวยามเผชิญหน้ากับความตาย นางยังร้ายกาจและชาญฉลาดจนน่ากลัว ทว่า ในวินาทีที่ทุกคนกำลังจดจ่ออยู่กับการเค้นความลับจากปากมือสังหารนั้นเอง เสียงฝีเท้าระรัวดั่งห่าฝนก็ดังขึ้นที่ด้านนอกประตูกจวน ตามมาด้วยเสียงทุบประตูเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ขันทีผู้ดูแลตำหนักในวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาด้วยใบซีดเผือก ถือราชโองการม้วนยาวประทับตราหยกสีทองสว่างวาบในความมืด เขาล้มลุกคลุกคลานเข้ามาหมอบกราบแทบเท้าของฉินอ๋องด้วยตัวสั่นเทา "ทะ... ท่านอ๋อง!แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! มี... มีพระราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! สั่งให้คุมตัวพระชายาหลินชิงเซียนเข้าวังหลวงทันทีในยามวิกาล ข้อหา... ลอบวางยาพิษสนเฟยคนโปรดพ่ะย่ะค่ะ!" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%