ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 6

ข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
ปลายเข็มเงินยาวสามนิ้วสะท้อนประกายวับวับวาววาวภายใต้แสงตะเกียงน้ำมันหมู กลิ่นอายความตายมิได้ลอยวนอยู่รอบตัวผู้ป่วย หากแต่กดทับลงบนบ่าของคนทั้งห้องจนแทบหายใจไม่ออก "เจ้ากล้าดียังไง ถึงกล้าต่อรองกับเปิ่นหวาง" สุ้มเสียงนั้นต่ำลึก เยือกเย็น และเหี้ยมเกรียมดั่งคมมีดที่กรีดผ่านผิวเนื้อโดยไร้ความปรานี ฉินอ๋องมู่หรงเหยียนประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูงสลักลายพยัคฆ์ทะยานเมฆ ฉลองพระองค์ด้วยชุดคลุมยาวสีดำสนิทปักดิ้นทองลายมังกรห้ากรงเล็บ รัศมีอำนาจกดดันแผ่ซ่านออกมาจากพระวรกายสูงใหญ่จนบรรยากาศรอบข้างราวกับถูกแช่แข็งด้วยน้ำค้างยามเหมันต์ ทว่า หลินชิงเซียนหาได้สะท้านสะเทือนไม่ นางยืนตัวตรงสง่างามในชุดฮูหยินผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีม่วงเข้มตามธรรมเนียมตระกูลใหญ่ ทว่าแววตาที่มองสบพระพักตร์คมคายนั้นเต็มไปด้วยความเฉียบคมและเด็ดเดี่ยว ปราศจากความหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น "หม่อมฉันไม่ได้ต่อรองเพคะ ท่านอ๋อง... หม่อมฉันเพียงแต่เสนอ 'ทางรอด' ที่สมน้ำสมเนื้อ" ชิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคง ชวนให้ผู้ฟังต้องพิศวงในความอาจหาญของสตรีผู้นี้ "พิษกู่เหมันต์ที่กัดกินพระวรกายของพระองค์ในยามราตรี ทำให้กระดูกทั่วร่างปวดร้าวราวดั่งถูกไฟสุมท่วงที แม้แต่หมอหลวงมือหนึ่งแห่งสำนักแพทย์หลวงก็ทำได้เพียงระงับอาการด้วยยาต้มขมปร่าที่ซื้อเวลาได้อีกไม่เกินสามเดือน... หากไม่มีหม่อมฉัน เกรงว่าอีกไม่นาน แผ่นดินนี้คงต้องไว้ทุกข์ให้แก่ฉินอ๋องผู้เกรียงไกรแล้วกระมัง" พรึบ! เพียงพริบตาเดียว ปลายกระบี่คมกริบก็พุ่งมาจ่ออยู่ที่ลำคอระหงของนาง ปลายคมกระบี่เย็นเฉียบแนบชิดผิวเนื้อจนสัมผัสได้ถึงความตายที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย มู่หรงเหยียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พระเนตรคมกราดดุจพญาเหยี่ยวจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ปากกล้าเกินไปแล้ว... เจ้าคิดว่าเปิ่นหวางไม่กล้าสังหารสตรีที่บังอาจล่วงเกินเช่นเจ้าหรือ" "หากท่านอ๋องกล้าลงมือ หม่อมฉันคงตายตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในจวนนี้แล้วเพคะ" ชิงเซียนแย้มสรวลมุมปากอย่างไม่เกรงกลัว นางขยับลำคอเข้าหาคมกระบี่เล็กน้อยอย่างจงใจ จนปลายโลหะเฉียดผิวเนื้อเกิดรอยแดงจางๆ "แต่ท่านอ๋องจะยอมแลกความตายของหม่อมฉัน กับความลับเรื่องวิธีถอนพิษที่เหลืออยู่เพียงผู้เดียวในแผ่นดินนี้จริงๆ หรือพเพคะ? คิดดูให้ดีเถิด... อำนาจ ทหาร และกองกำลังพยัคฆ์ทมิฬในมือท่านยิ่งใหญ่คับฟ้าเพียงใด แต่หากไร้ซึ่งลมหายใจ ทุกอย่างก็เป็นเพียงแค่ความว่างเปล่า" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงกว้างชั่วขณะ มีเพียงเสียงสะท้อนของเปลวไฟในตะเกียงที่วูบไหวตามสายลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลัก มู่หรงเหยียนหรี่พระเนตรลงพินิจพิเคราะห์สตรีตรงหน้าอย่างลึกซึ้ง พระองค์ผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วน สังหารคนมานับหมื่น สตรีในห้องหอหรือแม้แต่สนมในวังหลวงต่างตัวสั่นเทาหวาดกลัวเมื่ออยู่ต่อหน้าพระพักตร์ แต่นาง... ฮูหยินเอกที่ถูกส่งมาเพื่อเป็นเบี้ยทางการเมือง กลับยืนหยัดอย่างองอาจ ท่วงท่าสง่างามดั่งต้นสนกลางพายุ ยิ่งมอง ยิ่งน่าสนใจ ยิ่งค้นหา ยิ่งชวนให้รู้สึกหงุดหงิดที่ไม่อาจควบคุมนางได้ดั่งใจ "เงื่อนไขของเจ้าคืออะไร?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นในที่สุด พร้อมกับที่มู่หรงเหยียนลดกระบี่ลงช้าๆ ชิงเซียนลอบถอนหายใจโล่งอกเบาๆ นางรู้ดีว่าตนเองเดิมพันด้วยชีวิต แต่ในโลกที่ไร้ความปรานีแห่งนี้ มีเพียงความสามารถและประโยชน์เท่านั้นที่จะสร้างเกราะคุ้มภัยให้ตนเองได้ "ข้อแรก หม่อมฉันต้องการ 'อำนาจเด็ดขาด' ในการจัดการเรือนหลังและทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมดของตนเอง โดยที่ไม่มีผู้ใด ไม่ว่าจะเป็นอนุภรรยา แม่บ้าน หรือแม้แต่คนสนิทของท่านอ๋องเข้ามาแทรกแซง" ชิงเซียนชูนิ้วเรียวยาวขึ้นมาทีละข้อ น้ำเสียงฉะฉานชัดเจน "ข้อสอง หม่อมฉันต้องการอิสระในการเดินทางเข้าออกจวน และงบสนับสนุนสำหรับการจัดตั้ง... หอโอสถส่วนตัว เพื่อปรุงยารักษาอาการของท่าน และขยายกิจการในอนาคต" "หอโอสถ?" มู่หรงเหยียนเลิกพระขนงขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกพระทัย "เจ้าเป็นสตรีในเรือนหลัง ไฉนจึงมีความคิดเรื่องการค้าขายและการแพทย์ลึกซึ้งปานนี้?" "ท่านอ๋องโปรดเข้าใจ ยุคสมัยนี้เงินทองคืออำนาจ และความรู้คืออาวุธ หม่อมฉันไม่ใช่สตรีที่จะรอคอยความเมตตาจากสามีไปวันๆ เพคะ" ชิงเซียนตอบกลับด้วยรอยยิ้มมั่นใจ "และข้อสุดท้าย... ข้อที่สำคัญที่สุด ท่านอ๋องต้องทรงใช้ฐานะและอำนาจของพระองค์ คุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ตระกูลหลินและตัวหม่อมฉัน จากทุกสายตาที่จ้องจะเล่นงานในราชสำนัก" มู่หรงเหยียนจ้องมองนางนิ่งนาน แววตาคมปราบฉายแววครุ่นคิดลึกซึ้ง ข้อเสนอของนางไม่ได้เรียกร้องตำแหน่งหรือทรัพย์สินเงินทองฟุ่มเฟือย แต่เป็นการขอ 'อำนาจ' และ 'อิสระ' ซึ่งเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่งสำหรับสตรีในยุคสมัยนี้ นางฉลาดล้ำเลิศจนน่ากลัวจริงๆ "ดี..." มู่หรงเหยียนแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมพระโอษฐ์ "เปิ่นหวางตกลงตามข้อเสนอของเจ้า แต่จำไว้... หากครบกำหนดสามเดือนแล้ว อาการพิษของเปิ่นหวางไม่ดีขึ้น หรือเจ้าตุกติกตบตา แม้แต่ยมโลกก็ไม่มีทางรับศพของเจ้าไว้แน่!" "ด้วยเกียรติของแพทย์มือหนึ่ง หม่อมฉันย่อมรักษาคำพูดเพคะท่านอ๋อง" ชิงเซียนโค้งคำนับอย่างงดงามตามธรรมเนียมโบราณ ทว่าในใจกลับพ่นลมหายใจด้วยความโล่งอกอย่างยิ่ง อย่างน้อยก้าวแรกในการสร้างฐานอำนาจของนางในจวนฉินอ๋องก็สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็ Dลิดดังขึ้นที่หน้าประตูก่อนที่บานประตูไม้แกะสลักจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท "ท่านอ๋องเกิดเรื่องใหญ่แล้วพเพคะ!" องครักษ์หนุ่มคุกเข่าลงกับพื้นด้วยใบหน้าซีดเผือด เนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อและละอองฝน "ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้... ส่งตรงมาถึงหน้าจวนแล้วพเพคะ!" มู่หรงเหยียนขมวดพระขนงแน่นทันที พระเนตรคมกราดมองสบตากับหลินชิงเซียนที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ในขณะที่ราชโองการฉบับนั้นถูกอัญเชิญเข้ามาด้วยมือของขันทีเฒ่าผู้มีรอยยิ้มแฝงเล่ห์กลลึก ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%