กลิ่นคาวโลหิตเข้มข้นคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นอับชื้นของพงไพรทึบยามราตรี ภายใต้ความมืดมิดอันเวิ้งว้างและเงียบสงัด มีเพียงเสียงหอบหายใจรดรินกระชั้นถี่ที่บ่งบอกถึงลมหายใจอันรวยรินใกล้ดับสูญ หลินชิงเซียนในชุดอาภรณ์ผ้าแพรปักลายหงส์หม่นหมองเปรอะเปื้อนคราบดินโคลนและรอยเลือด สองมือเรียวบางภายใต้ถุงมือแพทย์สนามชั่วคราวเร่งกดแผลฉีกขาดบริเวณใต้ชายโครงของร่างสูงใหญ่ที่นอนหมดสติอยู่บนพื้นหญ้าชื้นแฉะอย่างแม่นยำ
ราชโองการฉบับนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท—โทษประหารเก้าชั่วโคตรของตระกูลหลิน และงานสมรสพระราชทานกับองค์ชายสามผู้เป็นกบฏนอกราชสำนักในอีกสามวันข้างหน้า ช่างเป็นเกมการเมืองที่เหี้ยมเกรียมและบีบคั้นให้มนุษย์ต้องดิ้นรนถึงที่สุด ชิงเซียนแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางเพิ่งหนีตายจากการถูกลอบสังหารในจวนมาหมาดๆ แต่สัญชาตญาณแพทย์อัจฉริยะจากยุคแปดสิบกลับไม่ยอมปล่อยให้มนุษย์ผู้หนึ่งต้องมาตายต่อหน้าต่อตา ไม่ว่าเบื้องหลังของคนผู้นี้จะเป็นใครก็ตาม
เข็มเงินเล่มยาวถูกสะบัดลงบนจุดชีพจรสำคัญเพื่อสกัดพิษร้ายสีดำคล้ำที่กำลังกัดกินอวัยวะภายในอย่างรวดเร็ว เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าเนียนละเอียด ทว่าในวินาทีที่ปลายเข็มกำลังจะกดลงลึกเพื่อขับพิษโลหิตออกจากหัวใจนั่นเอง...
*ฉับ!*
ประกายคมดาบสีเงินยวดยวนวับวาวสะท้อนแสงจันทร์ทะลุผ่านหมู่แมกไม้ พุ่งตรงมาจ่ออยู่ที่ลำคอระหงของนางอย่างเหี้ยมเกรียมและรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ แรงกดดันมหาศาลแผ่พุ่งออกมาจากร่างที่เมื่อครู่ยังคล้ายคนใกล้ตาย ไอร้อนระอุและจิตสังหารอันเข้มข้นแผ่ซ่านจนขนลุกชันไปทั่วร่าง
"เจ้าเป็นใคร... กล้าดียังไงมาแตะต้องตัวเรา"
น้ำเสียงแหบพร่าทว่าทรงอำนาจและเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลกดังขึ้น พร้อมกับดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีที่ลืมตาโพลงขึ้นมาจ้องมองนาง แววตานั้นเต็มไปด้วยความระแวง ดุดร้าย และพร้อมจะปลิดชีพผู้บุกรุกตรงหน้าได้ทุกเมื่ออย่างไร้ความปราณี มู่หรงเหยียน หรือฉินอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพทมิฬครึ่งประเทศ แม้พิษร้ายจะแผดเผาร่างกายจนแทบแหลกสลาย แต่สัญชาตญาณนักรบสนามรบของเขายังคงเฉียบคมและอันตรายถึงชีวิต
ชิงเซียนชะงักมือเล็กน้อย นางไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือนหรือแสดงความหวาดกลัวต่อคมดาบที่จ่ออยู่ห่างจากหลอดลมเพียงไม่ถึงเซนติเมตร ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเย้ยหยันและเฉลียวฉลาด นางเงยหน้าขึ้นสบตากับท่านอ๋องผู้ดุร้ายตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัวศักดิ์ศรี
"หากข้าอยากฆ่าท่าน ท่านคงลงไปนอนคุยกับพญายมตั้งแต่สามลมหายใจก่อนแล้วล่ะเพคะ... ท่านอ๋อง"
คำพูดราบเรียบแต่ทว่าเฉียบคมดั่งใบมีด ทำให้มู่หรงเหยียนขมวดคิ้วมุ่น ความเจ็บปวดจากการถูกพิษแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย แต่เขากลับยิ่งหรี่ตาลงพินิจพิเคราะห์สตรีตรงหน้าอย่างละเอียด นางแต่งกายด้วยชุดสตรีสูงศักดิ์ทว่ายับเยิน ใบหน้างดงามสะดุดตาแม้จะมีคราบเขม่าดินเปรอะเปื้อน แววตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีแต่ความนิ่งสงบและมั่นใจในตนเองอย่างประหลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยพบเจอจากสตรีางนางใดในเมืองหลวง
"บังani... กล้าต่อปากต่อคำกับเราหรือ" ดาบในมือของมู่หรงเหยียนกดลึกเข้ามาอีกนิดจนผิวเนื้อบริเวณลำคอของชิงเซียนมีรอยเลือดซึมออกมาบางเบา
"ถ้าท่านไม่อยากพิการเพราะเส้น Aorta ถูกพิษกัดกินจนขาด และอยากมีชีวิตอยู่เพื่อล้างแค้นคนที่ส่งนักฆ่ามาจัดการท่านในคืนนี้ ก็กรุณาเก็บดาบโง่ๆ นี่แล้วนอนนิ่งๆ ให้ข้าถอนพิษเสีย!" ชิงเซียนสวนกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและทรงพลังไม่แพ้กัน มือเรียวคว้าข้อมือหนาที่ถือดาบไว้แล้วปัดออกด้วยท่วงท่าศิลปะการต่อสู้ที่รวดเร็วจนฉินอ๋องผู้เกรียงไกรยังต้องตกตะลึง
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงลมพัดใบไม้ไหว มู่หรงเหยียนมองข้อมือตนเองที่ถูกสตรีตัวเล็กกว่าปัดออกอย่างง่ายดายด้วยความรู้สึกประหลาดล้ำ สตรีผู้นี้เป็นใครกันแน่? เหตุใดจึงมีทั้งวิชาแพทย์ลึกล้ำและปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วปานนี้?
ก่อนที่มู่หรงเหยียนจะได้เอաբาคำถามใดออกมา เสียงฝีเท้าจำนวนมากพร้อมเสียงคำรามของสุนัขล่าเนื้อก็ดังแว่วมาจากระยะไกล ใกล้เข้ามาทุกที... ศัตรูตามมาทันแล้ว!
ดวงตาคมกริบของฉินอ๋องวาวโรจน์ด้วยจิตสังหาร เขาพยายามจะยันกายลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก แต่พิษในร่างกายกลับทำให้เข่าทรุดลง ชิงเซียนขมวดคิ้วอย่างขัดใจ นางก้าวเข้ามาประคองร่างหนาหนักของเขาไว้อย่างไม่ลังเล กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นเลือดและสนิมเหล็กโชยเข้าจมูก
"ถ้าไม่อยากตายตกไปตามกัน ก็หุบปากแล้วตามข้ามา!"
ชิงเซียนลากร่างของท่านอ๋องผู้เย่อหยิ่งเข้าไปซ่อนตัวในโพรงถ้ำลับรกทึบหลังม่านน้ำตกใกล้ๆ อย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าของกลุ่มมือสังหารดังขึ้นก้องอยู่ด้านนอกถ้ำ พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สาดส่องเข้ามาวับๆ แวมๆ
ในความมืดมิดภายในโพรงถ้ำ ร่างกายของทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและอัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็ว มู่หรงเหยียนถูกกดให้นั่งพิงผนังถ้ำโดยมีชิงเซียนใช้ร่างของนางบังสายตาไว้ ลมหายใจอุ่นร้อนของท่านอ๋องเป่ารดต้นคอระหง ขณะที่มือใหญ่แกร่งข้างหนึ่งของเขายังคงกุมด้ามดาบแน่นโดยไม่ยอมวางใจนางเสียทีเดียว
ชิงเซียนเหลือบตามองคนตัวโตที่ยังคงระแวงไม่เข้าเรื่อง นางจึงโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เย้ายวนชวนประสาทเสีย
"ท่านอ๋อง... หากพวกมันเข้ามาพบเรา ข้าจะบอกพวกมันว่าท่านคือสามีขี้โรคที่แอบพาชู้หนีตามมา... ท่านคิดว่าบทบาทนี้ถูกใจท่านไหมล่ะเพคะ?"
มู่หรงเหยียนนัยน์ตาดาร์กวับขึ้นมาทันที กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งตึงด้วยความขัดเคือง เขาไม่เคยถูกสตรีใดล้อเล่นด้วยเช่นนี้มาก่อนในชีวิต ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำรามใส่ร่างบางนั้นเอง ปลายกระบี่เล่มหนึ่งก็ค่อยๆ แหวกม่านเถาวัลย์หน้าปากถ้ำเข้ามา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่หยุดลงตรงหน้าทางเข้าพอดี!
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปกับความแสบและเด็ดเดี่ยวของฮูหยินสายซิ่งของเราในตอนนี้นะครับ
ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 5
ปะทะคมดาบท่านอ๋องครั้งแรก
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!