คมดาบเหล็กกล้าสะท้อนแสงจันทร์สีนวลวับวาว บรรยากาศรอบกายเยียบเย็นจนแทบได้ยินเสียงเกล็ดน้ำค้างกลั่นตัวร่วงหล่น ทว่า หลินชิงเซียนกลับมิได้ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตาหงส์คู่นั้นกวาดมองปลายคมดาบที่จ่ออยู่ห่างจากลำคอระหงเพียงคืบ นางแค่นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาทอประกายเย้ยหยันความตายอย่างหาญกล้า
"ท่านอ๋องผู้เกรียงไกรแห่งกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ใช้คมดาบขู่เข็ญสตรีที่มือเปล่าไร้ซึ่งอาวุธ เป็นวิธีแสดงออกถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์กระนั้นหรือครับ... หรือว่าความจริงแล้ว เบื้องหลังเกราะเหล็กอันน่าเกรงขามนั้น กำลังสั่นกลัวว่าความลับเรื่องอาการประชวรเรื้อรังจะถูกเปิดเผยกันแน่?"
สุ้มเสียงของนางกังวานใส ทว่าบาดลึกถึงขั้วหัวใจ มู่หรงเหยียน หรือฉินอ๋องผู้เยือกเย็นและดุร้าย ชะงักกึก ร่างสูงสง่าในอาภรณ์ผ้าแพรปักลายมังกรดำสนิททับด้วยเกราะอ่อนชั้นดีก้าวเข้าไปประชิด รังสีอำมหิตแผ่ซ่านกดดันจนทหารรอบกายยังต้องหายใจติดขัด พระเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีจ้องมองนางราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัว
"เจ้าเป็นใครกันแน่... หลินชิงเซียน บุตรีอนุผู้โง่เขลาในจวนเสนาบดี เหตุใดจึงล่วงรู้เรื่องอาการพิษโลหิตตีกลับของเปิ่นหวางได้?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายในพงไพร แฝงไว้ด้วยจิตสังหารอันเข้มข้นที่พร้อมจะปลิดชีวะนางได้ทุกเมื่อหากคำตอบไม่เป็นที่น่าพอใจ
ซอกมุมมืดของตรอกร้างในตลาดมืดโบราณแห่งนี้ ยามนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นอายอันตราย นางรู้ดีว่าหากก้าวเดินผิดพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ศีรษะจะหลุดออกจากบ่าทันที แต่นางคือแพทย์หญิงมือหนึ่งจากยุค 80 ผู้ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน มือเรียวบางเอื้อมไปปัดคมดาบที่จ่อคอออกอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนจะหยิบขวดกระเบื้องเคลือบสีหยกขาวใบเล็กออกมาจากแขนเสื้ออย่างใจเย็น
"หมอที่ดี ไม่เพียงแต่มองเห็นโรค... แต่ยังมองเห็นผลกำไรจากความเจ็บป่วยของท่านด้วยเพคะ ท่านอ๋อง" นางยิ้มมุมปากอย่างมีชั้นเชิง "ยาถอนพิษสกัดเย็นสูตรเฉพาะของข้า ที่ท่านเสวยเข้าไปเมื่อครู่ เป็นเพียงการทดฤทธิ์ยาขั้นแรก หากต้องการระงับอาการกำเริบในคืนวันเพ็ญ... เราคงต้องมาเจรจาธุรกิจกันสักตั้งแล้วกระมังครับ"
มู่หรงเหยียนหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ยาในกายของเขาออกฤทธิ์สงบลงจริงอย่างที่นางกล่าว ความทรมานที่กัดกินกระดูกมานานหลายปีคลายตัวลงราวปาฏิหาริย์ สตรีตรงหน้าไม่เพียงแต่มีความกล้าหาญเหนือสตรีทั่วไป แต่นางยังมีมันสมองที่ล้ำลึกเกินกว่าจะคาดเดา
สามวันต่อมา ณ โรงเตี๊ยมเก่าแก่ใจกลางตลาดมืด บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความอึมครึมและกลิ่นอายของพ่อค้าของเถื่อน หลินชิงเซียนในชุดบุรุษผ้าแพรสีเทาเข้ม สวมหมวกปีกกว้างคลุมใบหน้าครึ่งหนึ่ง นั่งจิบชาใหม่อยู่ที่โต๊ะมุมอับสายตา เบื้องหน้าของนางคือหีบไม้จันทน์หอมที่บรรจุ "ยาสมานแผลสมานมิติ" และ "ยาลูกกลอนฟื้นฟูพลังปราณ" ซึ่งนางแอบนำตัวยาและภูมิความรู้ด้านเภสัชกรรมยุค 80 มาเคี่ยวกรองผสมผสานกับสมุนไพรหายากในยุคโบราณนี้ จนได้ผลลัพธ์ที่ทรงอานุภาพเกินจินตนาการ
"คุณชายหลิน สินค้าล็อตใหม่ของท่าน... ทางเราตรวจสอบดูแล้ว มันช่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก" เสียงแหบพร่าของ เฒ่ากู พ่อค้าใหญ่ผู้ทรงอิทธิที่สุดในตลาดมืดดังขึ้น พร้อมกับร่างท้วมที่ก้าวเข้ามานั่งฝั่งตรงข้าม ดวงตาเรียวเล็กเป็นประกายโลภโมโทสันเมื่อเปิดหีบไม้ออก กลิ่นหอมเย็นของสมุนไพรล้ำค่าโชยแตะจมูกทันที
"ยาสมานแผลนี้ เพียงแค่โรยลงบนแผลฉีกขาดระดับลึก เลือดจะหยุดไหลภายในสามลมหายใจ และเนื้อเยื่อจะสมานตัวกันภายในหนึ่งราตรี ข้ากล้าเอาชื่อเสียงของสำนักแพทย์พเนจรเป็นประกันครับ เฒ่ากู" หลินชิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลัง ชวนให้ผู้ฟังคล้อยตามอย่างไร้ข้อกังขา
"ฮ่าๆๆ เยี่ยม! เยี่ยมมาก! หากสินค้าตัวนี้หลุดเข้าสู่สนามรบในชายแดนเหนือ พ่อค้าอย่างข้าคงร่ำจารย์ชั่วข้ามคืน!" เฒ่ากูตบโต๊ะฉาดใหญ่ด้วยความพึงพอใจ "ข้าให้ท่านหีบละหนึ่งพันตำลึงทอง! และขอผูกขาดสินค้าตัวนี้แต่เพียงผู้เดียว... ว่าอย่างไร คุณชายหลิน?"
ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดัน หลินชิงเซียนยังคงจิบชาในมืออย่างใจเย็น นางรู้ดีว่าอำนาจเงินในตลาดมืดนั้นหอมหวานเพียงใด แต่มันก็แลกมาด้วยสายตาอิจฉาริษยาและคมดาบที่ซ่อนอยู่ในเงามืดเช่นกัน ก่อนที่นางจะได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือตกลง เสียงฝีเท้าอันหนักแน่นและทรงพลังก็ดังขึ้นก้องกังวานไปทั่วโถงโรงเตี๊ยม
ทหารเกราะดำนับร้อยนายพังประตูเข้ามาปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมดในพริบตา แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านจนพ่อค้าและลูกน้องในตลาดมืดต่างคุกเข่าลงด้วยความหวาดกลัว มู่หรงเหยียนในชุดคลุมสีดำสนิท ปักลายพยัคฆ์เงินเดินก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเยือกเย็นและทรงอำนาจ สายตาดุร้ายกวาดมองหีบยาสมุนไพรตรงหน้า ก่อนจะหยุดอยู่ที่ใบหน้าของหลินชิงเซียนที่นั่งนิ่งสงบ
"กล้าดียังไง ถึงนำยาล้ำค่าของเปิ่นหวาง มาซื้อขายแลกเปลี่ยนกับพวกสวะในตลาดมืด... ฮูหยินของข้า ช่างขยันขันอาสาหาเงินเสียจริงนะ"
ทว่า ในจังหวะที่ทุกคนกำลังหวาดผวาต่อการปรากฏตัวของฉินอ๋อง จู่ๆ เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์ลับก็ดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับกระดาษสาประทับตราลับสีชาดที่ถูกส่งตรงถึงมือมู่หรงเหยียน
ท่านอ๋องก้มลงอ่านข้อความในสาส์นเพียงแวบเดียว พระเนตรคมกริบก็หรี่แคบลง รังสีอำมหิตระเบิดออกมาราวกับพายุคลั่ง พระองค์เงยพระพักตร์ขึ้นจ้องมองหลินชิงเซียนด้วยความตกตะลึงระคนหวาดระแวง ก่อนจะตรัสด้วยพระสุ้มเสียงเย็นยะเยือกที่ทำให้หัวใจของคนฟังหยุดเต้น
"ฮ่องเต้เพิ่งออกราชโองการด่วน... สั่งประหารชีวิตตระกูลหลินทั้งหมดในข้อหากบฏ และ... พระราชทานงานสมรสระหว่างเจ้า กับ 'องค์ชายสาม' ผู้เป็นกบฏนอกราชสำนัก ในอีกสามวันข้างหน้า!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" ด้วยดีเสมอมานะครับ
ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 4
การค้าแรกในตลาดมืดโบราณ
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!