กลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรตังกุยและชะเอมเทศที่เคี่ยวจนงวดคละคลุ้งไปทั่วห้องนอนปีกตะวันตก แสงจากคบเพลิงด้านนอกทอดเงาวับแวมผ่านหน้าต่างกระดาษสา ลวดลายกิ่งเหมยที่ทาบทับลงบนร่างระหงของหลินชิงเซียนดูราวกับภาพวาดพู่กันจีนโบราณที่ขยับได้ นางกำลังตระเตรียมอุปกรณ์ผ่าตัดชั่วคราว—มีดผ่าตัดเหล็กกล้าไร้สนิมจากโลกยุค 80 ที่ถูกขัดจนเงางาม วางเรียงรายบนผ้าแพรปักลายเมฆสีนวลอย่างเป็นระเบียบ
เสียงฝีเท้าเบาราวกับพยัคฆ์ย่างสามขุมบนยอดไม้ แม้จะแผ่วเบาจนคนทั่วไปไม่อาจสังเกต แต่สำหรับแพทย์หญิงผู้ผ่านสมรภูมิชีวิตมาโชกโชนอย่างนางแล้ว มันชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงกลองศึก
“หากท่านคิดจะยืนค้ำหัวข้าเพื่อดูว่าสตรีผู้น้องกำลังทำสิ่งใดอยู่ เช่นนั้นเกรงว่าคงต้องรอให้ข้าจัดเครื่องมือให้เสร็จเสียก่อน ค่อยปีนหน้าต่างเข้ามาตามธรรมเนียมของโจรราตรีจะดีกว่าไหมเพลิงกัลป์แห่งจวนอ๋อง... มู่หรงเหยียน”
สิ้นเสียงหวานนุ่มที่เจือแววเย้าแหย่เล็กน้อย บานหน้าต่างไม้แกะสลักก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงลมวูบหนึ่ง ร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนกับรัตติกาลก้าวเข้ามาอย่างไร้สุ้มเสียง กลิ่นอายเลือดและสนิมเหล็กจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกายเย็นเยียบของบุรุษผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนแผ่นดิน ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวราตรีคู่นั้นกวาดมองเครื่องมือแพทย์ประหลาดตาบนโต๊ะ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าเนียนใสของภรรยาเอกที่แม้จะสวมเพียงชุดนอนผ้าแพรเรียบง่าย แต่กลับมีรัศมีของความเย่อหยิ่งทระนงที่ไม่อาจหาญกล้าดูแคลน
มู่หรงเหยียนแค่นเสียงในลำคอเบาๆ แววตาดุร้ายเยือกเย็นที่เคยใช้พิฆาตแม่ทัพศัตรูมานักต่อนักยามนี้กลับมีความลังเลระคนหงุดหงิดฉายชัด เขาก้าวเข้าไปใกล้จนชิงเซียนต้องเงยหน้าขึ้นสบตา แรงกดดันจากบุรุษผู้ทรงอำนาจแผ่ซ่านจนอากาศรอบกายคล้ายจะหนักอึ้งขึ้น
“เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว ชิงเซียน” น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในป่าลึกดังลอดไรฟัน “รู้ทั้งรู้ว่าข้าจะมา แต่เจ้ากลับไม่แม้แต่จะจุดตะเกียงรอรับให้สมเกียรติชายาเอก”
ชิงเซียนวางมีดผ่าตัดในมือลงอย่างใจเย็น นางปัดเศษสมุนไพรออกจากปลายนิ้วเรียวบาง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนค้ำหัวอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย
“เกียรติของชายาเอกจะได้มาก็ต่อเมื่อสามีให้ความเคารพ ไม่ใช่การย่องเบาเข้าห้องนอนยามวิกาลราวกับโจรย่องเบาเพคะ ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่... หรือว่ากองกำลังลับที่ท่านซ่อนไว้ทางทิศเหนือ กำลังประสบปัญหาใหญ่ จนต้องบากหน้ามาขอความช่วยเหลือจากสตรีที่ท่านเคยคิดจะหย่าร้างเมื่อเดือนก่อนกันแน่?”
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้มู่หรงเหยียนชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่ลงอันตราย เขายื่นมือหนาออกไปคว้าคางมนของนางไว้ด้วยความรวดเร็ว ปลายนิ้วหยาบกร้านจากการจับกระบี่สัมผัสกับผิวเนื้อนุ่มเนียนราวกับหยกอุ่น แม้จะดูคุกคามแต่กลับไร้ซึ่งแรงบีบเค้นทำร้าย
“ปากกล้าเช่นนี้ ระวังตัวไว้เถอะ สักวันข้าจะจัดการให้เจ้าสิ้นฤทธิ์บนเตียงเสียให้เข็ด” เขากระซิบชิดริมฝีปากของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกลิ่นสุราและคาวเลือดจางๆ รดรินอยู่เหนือพวงแก้ม
“ถ้ามีปัญญาทำจริง ท่านคงทำไปนานแล้วเพคะ ไม่ต้องรอให้ทหารร้อยชีวิตของท่านนอนรอความตายอยู่ที่ค่ายนอกเมืองหรอก” ชิงเซียนหาได้สะทกสะท้านไม่ นางปัดมือเขาออกอย่างไม่แยแส ก่อนจะหยิบขวดแก้วบรรจุยาสมานแผลสูตรเฉพาะจากโลกยุค 80 ขึ้นมาหมุนเล่น “ว่าอย่างไรเล่า? ทหารหน่วยพยัคฆ์ทมิฬของท่านถูกพิษกู่ชนิดใดเล่นงาน ถึงทำให้ท่านต้องยอมลดตัวมาขอความช่วยเหลือจากข้า”
มู่หรงเหยียนมองสตรีตรงหน้าด้วยความรู้สึกซับซ้อน ยิ่งรู้จัก ยิ่งเข้าใกล้ เขายิ่งพบว่าภรรยาที่บิดาจัดหาให้ผู้น้องไม่ได้เป็นเพียงคุณหนูในห้องหอที่วันๆ เอาแต่ปักผ้า แต่นางคือยอดกุนซือและหมอเทวดาที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวิพากษ์เหนือกว่าบุรุษหลายคนในราชสำนักเสียอีก
“พวกมันถูกลูกศอาบพิษ ‘จันทราโลหิต’ จากสำนักพรรคเงาอสูร บาดแผลลึกถึงกระดูก พิษแล่นเข้าสู่หัวใจ ยามนี้ผ่านไปสามั่วยามแล้ว ยาถอนพิษทั่วไปไร้ผล หากปล่อยไว้จนถึงรุ่งสาง พรุ่งนี้ข้าคงต้องสูญเสียกำลังรบที่ดีที่สุดไปครึ่งหนึ่ง” มู่หรงเหยียนยอมจำนนด้วยเหตุผล น้ำเสียงของเขากลับมาจริงจังและเคร่งเครียดดั่งสถานการณ์ในสนามรบ
ชิงเซียนหุบยิ้มทันที แววตาของแพทย์หญิงฉายประกายจริงจังและเด็ดเดี่ยว นางรู้ดีว่าสถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น พิษจันทราโลหิตเป็นพิษโบราณที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง การจะช่วยชีวิตทหารร้อยนายในเวลาจำกัดเช่นนี้ จำเป็นต้องใช้ทั้งทักษะการแพทย์แผนปัจจุบันและการผสมผสานตัวยาจีนโบราณอย่างแม่นยำ
“พิษร้ายระดับนั้น ต่อให้ท่านขนหมอหลวงมาทั้งสำนักแพทย์ก็ช่วยไม่ทันหรอก มู่หรงเหยียน...” ชิงเซียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเขาอยู่ช่วงศีรษะ แต่นางกลับแผ่รัศมีน่าเกรงขามออกมาไม่แพ้กัน “แต่ข้าช่วยได้... เงื่อนไขเดียวคือ หลังจากนี้ ท่านต้องเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินสามแปลงทางทิศใต้ของเมืองให้เป็นชื่อของข้าแต่เพียงผู้เดียว”
มู่หรงเหยียนนิ่งงัดตะลึงไปชั่วขณะ ยามหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ สตรีตรงหน้ายังคงไม่ทิ้งลายแม่ค้าหน้าเลือดผู้มองเห็นโอกาสในทุกวิกฤต!
“เจ้า...” ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นถึงกับมุมกระตุกยิ้มอย่างจนปัญญา “ในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้ เจ้ายังกล้าต่อรองผลประโยชน์กับสามีอีกหรือ?”
“ความรักกินไม่ได้เพคะท่านอ๋อง แต่ที่ดินและเงินทองทำให้ข้ามีอิสระที่จะหย่ากับท่านได้ทุกเมื่อหากท่านทำตัวไม่น่ารัก” ชิงเซียนเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว
มู่หรงเหยียนจ้องมองดวงตากลมโตที่เปล่งประกายความฉลาดเฉลียวและดื้อรั้นคู่นั้น หัวใจที่ด้านชามานานนับปีกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรง ความรู้สึกพ่ายแพ้ต่อสตรีผู้นี้หยั่งรากลึกจนเกินกว่าจะถอนตัวขึ้นเสียแล้ว
“ดี... สัญญาที่ดินสามแปลงนั้น ข้าจะมอบให้เจ้าทันทีที่ทหารเหล่านั้นฟื้นขึ้นมา” มู่หรงเหยียนเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ ยื่นมือหนาออกมาตรงหน้า “ตกลงตามนี้”
ชิงเซียนยื่นมือเรียวบางไปแตะฝ่ามือใหญ่ของเขาเป็นการทำสัญญาประชาคมระหว่างสามีภรรยา แต่ทว่า—
*ปัง!*
เสียงประตูด้านนอกถูกถีบเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักอึ้งและเสียงตะโกนก้องขององครักษ์ประจำตัวที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความตระหนก
“ท่านอ๋อง!แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! กองกำลังคุ้มกันนอกเมือง... ถูกกองกำลังไม่ทราบฝ่ายล้อมโจมตีซ้ำสอง และผู้นำทัพที่นำกำลังบุกเข้ามาในจวนยามนี้คือ... คือองค์รัชทายาทพ่ะย่ะค่ะ!”
มู่หรงเหยียนหันขวับไปทางประตู สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นดุดันเยือกเย็นราวจับวาง รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวออกไป ชิงเซียนกลับเอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อคลุมของเขาไว้แน่น
ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ขณะที่เสียงฝีเท้าจำนวนมากกำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เรือนพักของนางทุกที
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปกับความแสบและลึกล้ำของฮูหยินและท่านอ๋องในตอนนี้นะครับ
ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 12
ความลับใต้เงาจันทร์
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!