ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 13

สิ้นสุดองค์ที่หนึ่ง ปิดจวนชำระบัญชี

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กาสีชาดร่วงหล่นลงบนกระดาษสาเนื้อดี หยดแล้วหยดเล่าราวกับหยาดโลหิตที่ถูกบีบเค้นออกมาจากซอกหลืบแห่งความอยุติธรรม จวนอ๋องบูรพาในยามวิกาลหาได้เงียบสงบดังเช่นเรือนของผู้ไร้อำนาจ เสียงตบโต๊ะดังสนั่นหวั่นไหวตามด้วยเศษกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามที่แตกกระจายไม่เป็นชิ้นดี บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่ถูกกดทับด้วยไอสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้สวมอาภรณ์ปักลายมังกรห้าเล็บสีดำสนิท "ดี... ช่างดีเสียจริง! ขุนนางเฒ่าพวกนั้นคิดว่าเปิ่นหวังเป็นเพียงสุนัขล่าเนื้อที่ยอมให้พวกมันจูงจมูกไปมาอย่างนั้นรึ!" มู่หรงเหยียนแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองรายชื่อบัญชีส่วยและสินบนที่ถูกวางกองอยู่เบื้องหน้า เอกสารเหล่านี้หาใช่ได้มาเพราะความเมตตาของฟ้าดิน หากแต่แลกมาด้วยมันสมองอันเฉียบคมและเล่ห์เหลี่ยมอันแพรวิพากษ์ของสตรีผู้ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องเสาไม้แกะสลัก หลินชิงเซียนในชุดคลุมผ้าไหมซาตินปักลายบุปผาเหมันต์สีขาวบริสุทธิ์ นางไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อยต่อความเกรี้ยวกราดของสามีในนาม มือเรียวบางที่สวมปลอกเล็บทองคำขาวค่อยๆ บรรจงพับจดหมายลับฉบับสุดท้ายลงในซองกระดาษอย่างใจเย็น ท่าทีสุขุมนุ่มลึกของนางตัดกับความดุร้ายของเขาอย่างสิ้นเชิง แต่นั่นกลับทำให้ฉินอ๋องผู้เยือกเย็นรู้สึกว่าหัวใจในอกข้างซ้ายเต้นผิดจังหวะทุกครั้งยามที่นางปรากฏกาย "ท่านอ๋องกริ้วจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปนถึงเพียงนี้ ระวังยาบำรุงที่หม่อมฉันเคี่ยวให้เมื่อยามเย็นจะเสียรสชาตินะครับ" ชิงเซียนเอ่ยกลั้วหัวเราะ น้ำเสียงหวานใสแต่แฝงไว้ด้วยความเยียบเย็นบาดลึก นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาระยิบระยับราวกับปีศาจสาวพราวเสน่ห์ที่กำลังถือไพ่เหนือกว่าในมือ มู่หรงเหยียนสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวนางในสามก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายสนธยาโชยเข้าปะทะนาสิก ร่างสูงใหญ่โน้มใบหน้าลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกับดวงหน้าเนียนนุ่ม สันกรามขบเข้าหากันแน่นด้วยความเคืองขุ่นที่ถูกนางมองทะลุปรุโปร่ง "เจ้ากล้าดียังไงถึงเอาคดีฉ้อโกงคลังหลวงไปเปิดโปงต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้โดยไม่ปรึกษาเปิ่นหวังก่อน ชิงเซียน... เจ้าคิดว่าตัวเองมีกี่ชีวิตถึงได้กล้าเล่นกับไฟกองใหญ่เช่นนี้" สุ้มเสียงต่ำทุศลระคายหูเอ่ยลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มเนียน ชิงเซียนไม่ถอยหลังหนีแม้แต่น้อย นางกลับเอื้อมมือเรียวไปแตะปกเสื้อคลุมปักดิ้นทองของเขาอย่างถือวิสาสะ นิ้วเรียวไล้ผ่านปุ่มกระดอนหยกอย่างหยอกเย้า "ถ้าหม่อมฉันไม่เดินหมากตานี้ก่อน รุ่งสางของวันพรุ่งนี้หัวของท่านคงประดับอยู่บนกำแพงเมืองหลวงแล้วกระมังครับท่านอ๋อง... อย่าลืมสิว่า คนในจวนหลังนี้ครึ่งหนึ่งเป็นสายลับของตระกูลอัครเสนาบดีหลี่ การที่หม่อมฉันกวาดล้างพวกมันออกไปในคืนเดียว ก็เท่ากับเป็นการตัดแขนตัดขาของพวกมันไปครึ่งซีกแล้ว" คำพูดของนางเฉียบคมราดยาพิษอาบน้ำผึ้ง มู่หรงเหยียนจ้องมองใบหน้าหวานล้ำที่ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าสตรีตรงหน้าไม่ใช่สตรีในห้องหอทั่วไป นางมีความรู้ ความสามารถ และเล่ห์กลที่น่ากลัวยิ่งกว่าขุนนางสนามรบเสียอีก บรรยากาศในห้องโถงเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด สายตาของพยัคฆ์หนุ่มกวาดมองริมฝีปากอิ่มสีชาดที่ขยับเจรจาพาทีอย่างถือดี ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาอันลึกซึ้งที่ยากจะควบคุม "เจ้ามัน... ดื้อด้านและไร้ความเกรงกลัวเสียจริง" มู่หรงเหยียนพึมพำเสียงพร่า ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปรวบเอวคอดกิ่วของนางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ปราศจากช่องว่างให้ขัดขืน ชิงเซียนอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อถูกดึงเข้าไปแนบชิดแผงอกกว้าง "ท่านอ๋อง... นี่คือเวลาชำระบัญชีจวนเดิม หาใช่เวลามา..." "บัญชีของจวนหลังนี้เคลียร์จบแล้ว..." เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมหูของนาง ลลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอขาวผ่องจนเส้นขนลุกชัน "แต่บัญชีระหว่างเจ้ากับเปิ่นหวัง... ยังไม่ได้เริ่มสะสางเลยสักนิด" ยังไม่ทันที่ชิงเซียนจะได้โต้ ตึง! เสียงผลักประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหว ขันทีสนิทนามว่า 'เสี่ยวอันซุน' วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตกใจกลัวจนเนื้อตัวสั่นเทา มือทั้งสองข้างประคองถาดไม้ลงรักปิดทองอันวิจิตร บนถาดมีเพียงกาน้ำชาหยกขาวแกะสลักลวดลายหงส์คู่และจอกชาใบน้อยที่ส่งควันกรุ่นสีขาวบริสุทธิ์ขึ้นมา "ทะ... ท่านอ๋อง! ฮูหยิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" เสี่ยวอันซุนละล่ำละลักละเมอพูดด้วยน้ำเสียงหวาดผวา "ราชครู... ราชครูส่ง ‘ชาบรรณาการพิเศษ’ จากท้องพระโรงมาให้ท่านอ๋องกับฮูหยินโดยเฉพาะพ่ะย่ะค่ะ! บอกว่าเป็น... ของขวัญแสดงความยินดีในการกวาดล้างจวนครั้งนี้!" มู่หรงเหยียนหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างอีกครั้งในพริบตาเดียว เขาปล่อยมือจากเอวของชิงเซียนแล้วก้าวเข้าไปยืนบังร่างบางเอาไว้โดยสัญชาตญาณ ชิงเซียนขยับกายออกมาจากด้านหลังของสามี ดวงตาคู่คมกวาดมองกาน้ำชาหยกขาวบนถาดด้วยสัญชาตญาณแพทย์มือหนึ่ง นางก้าวเข้าไปใกล้ถาดไม้ช้าๆ กลิ่นอายจางๆ ที่ลอยขึ้นมาเหนือไอความร้อนของน้ำชานั้น... มันไม่ใช่กลิ่นหอมของชาหลงจิ่งชั้นเลิศ แต่เป็นกลิ่นหวานเอียนของ 'บุปผาพันปีศาจ' พิษร้ายแรงที่ไร้สีไร้กลิ่น หากผู้ใดดื่มเข้าไปเพียงครึ่งหยด ลำไส้จะถูกแผดเผาจนแหลกสลายภายในสามลมหายใจ! มุมปากของชิงเซียนกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและเลือดเย็นอย่างถึงที่สุด "ดูท่าทาง... พวกมันคงร้อนรนจนทนรอให้ถึงรุ่งสางไม่ไหวแล้วสินะครับ" ชิงเซียนเอ่ยขึ้นเบาๆ มือเรียวยื่นออกไปหมายจะหยิบจอกชาบนถาดขึ้นมาพินิจพิเคราะห์ ทว่า... มู่หรงเหยียนกลับคว้าข้อมือนางเอาไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านฝ่ามือบ่งบอกถึงความเดือดดาลและห่วงหาในคราเดียวกัน นัยน์ตาคมกริบของท่านอ๋องผู้ดุร้ายจ้องมองจอกชาใบนั้นด้วยแววตาวาวโรจน์ดั่งอัคคี นิ้วเรียวแกร่งของมู่หรงเหยียนยื่นออกไปสัมผัสกับขอบจอกชาที่ยังคงร้อนระอุ เขากำลังจะยกมันขึ้นดื่มด้วยความเย่อหยิ่งและท้าทายตามวิสัยของบุรุษผู้ไม่เคยเกรงกลัวผู้ใดในใต้หล้า! "หยุดนะครับ!" ชิงเซียนอุทานเสียงหลง มืออีกข้างรีบปัดจอกชาในมือเขาจนหลุดร่วง เพล้ง! น้ำชาสีใสไหลนองลงบนพื้นหินอ่อนสีดำ ทันทีที่หยดน้ำชาสัมผัสกับพื้นผิวศิลา พื้นบริเวณนั้นก็ส่งเสียงฟ่อ... ควันสีดำพวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับรอยไหม้เกรียมเป็นวงกว้างอย่างน่าสะพรึงกลัว! มู่หรงเหยียนชะงักค้าง ดวงตาคมกริบหันกลับมามองสตรีข้างกายที่ตอนนี้ใบหน้าหวานล้ำเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและประกายตาดุดันราวกับเทพแห่งความตาย ขอบคุณที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%