เสียงคุกเข่ากระแทกพื้นศิลาเบื้องพระพักตร์ดังสะท้อนก้องท้องพระโรงใหญ่อันโอ่อ่า กลิ่นอายของกำยานชั้นดีผสมผสานกับกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ที่ลอยมาจากแดนไกล สร้างความกดดันจนข้าราชสำนักต่างพากันก้มหน้าจนคางชิดอก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"โรคระบาดครั้งนี้... มิใช่ภัยธรรมชาติธรรมดาอย่างแน่นอน"
พระสุรเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจขององค์ฮ่องเต้ดังขึ้น ทอดพระเนตรมองราชโองการสีเหลืองทองในพระหัตถ์ที่สั่นเทาเล็กน้อย ความตายกำลังคืบคลานเข้าสู่เมืองหลวงอย่างเงียบเชียบ ประชาชนนับพันล้มตายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน อาการประหลาดที่เลือดออกตามทวารและผิวหนังเน่าเปื่อย สร้างความตื่นตระหนกไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
"ทูลฝ่าบาท... อาการประหลาดนี้หมอหลวงพยายามหาทางรักษามาครึ่งเดือนแล้ว แต่ไร้ผลพวง ผู้ป่วยล้วนสิ้นใจในสามวันเก้าคลา..." เสนาบดีกรมการค้าวางมือประสานคารวะด้วยใบหน้าซีดเผือด "เกรงว่า... หากปล่อยไว้เช่นนี้ ความวุ่นวายอาจลามถึงบัลลังก์มังกรพ่ะย่ะค่ะ"
ในความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ ร่างสูงสง่าในชุดฉลองพระองค์สีเข้มปักลายพยัคฆ์ทะยานเมฆของ 'มู่หรงเหยียน' หรือฉินอ๋อง ก้าวออกมาจากแถวขุนนางอย่างไม่เร่งรีบ ทว่าทุกย่างก้าวกลับทรงพลังราวกับพญาเสือที่กำลังเดินตรวจอาณาเขต ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยววาดมองเบื้องบนด้วยความเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดหวั่นต่อวิกฤตเบื้องหน้า
"ในเมื่อหมอหลวงไร้ความสามารถ ไฉนฝ่าบาทไม่ทรงตรัสถามหาคนที่รักษาอาการแปลกประหลาดในค่ายทหารชายแดนเมื่อปีก่อนเล่าพ่ะย่ะค่ะ?" มู่หรงเหยียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนข้าราชสำนักต้องเหลือบมองด้วยความตกตะลึง
องค์ฮ่องเต้หรี่พระเนตรลงเล็กน้อย "เจ้าหมายถึง... พระชายาของเจ้า หลินชิงเซียน?"
"พ่ะย่ะค่ะ" ฉินอ๋องตอบรับอย่างมั่นคง ภายในใจย่อมรู้ดีว่าสตรีผู้เป็นชายาของตนไม่ได้มีความรู้ทางการแพทย์แบบโบราณทั่วไป นางมี "วิชาความรู้ลึกลับ" และเครื่องมือประหลาดจากโลกที่ไม่มีใครล่วงรู้ ทว่าความสามารถนั้นกลับกลายเป็นดาบสองคมที่ดึงดูดสายตาริษยาและคมดาบมืดจากฝ่ายตรงข้ามเข้าหาตัว
ในขณะเดียวกัน ณ เรือนพักส่วนในของจวนฉินอ๋อง บรรยากาศไม่ได้ผ่อนคลายไปกว่ากัน หลินชิงเซียนกำลังใช้ผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดเช็ดเครื่องมือสแตนเลสแปลกตาที่นางแอบนำออกมาจากมิติพิเศษอย่างระมัดระวัง เสื้อคลุมผ้าแพรต่วนสีม่วงอ่อนปักลายดอกโบตั๋นขับเน้นผิวขาวผ่องและท่าทางเยือกเย็นสง่างาม ดวงตาคู่คมกวาดมองขวดยาเคมีที่เรียงรายบนโต๊ะไม้จันทน์ด้วยความครุ่นคิด
*ติ๊ง!* เสียงเตือนจากระบบสแกนในสมองของนางดังขึ้นเบื้องลึก พร้อมกับตัวเลขสีแดงฉานที่กระพริบเตือน
[คำเตือน: ตรวจพบเชื้อไวรัสตระกูลใหม่แพร่กระจายในรัศมี 10 ลี้ อัตราการกลายพันธุ์สูง 85%]
"ไวรัสตระกูลใหม่ในยุคโบราณงั้นหรือ?" ชิงเซียนพึมพำกับตัวเอง มุมปากยกยิ้มหยันอย่างไม่สะทกสะท้าน "ดูท่าจะมีคนจงใจใช้สงครามชีวภาพมาบั่นทอนอำนาจของตาแก่บนบัลลังก์และสามีตัวร้ายของฉันสินะ ช่างเล่นใหญ่เสียจริง"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นก็ดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง หลี่หมิงพ่อบ้านประจำจวนก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรน คุกเข่าลงทันทีโดยไม่ต้องรอให้สั่ง "พระชายาพ่ะย่ะค่ะ! มี... มีราชโองการด่วนจากในวังหลวง!"
ชิงเซียนยังคงก้มหน้าเช็ดอุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายอย่างใจเย็น ไม่มีความตื่นตระหนกฉายชัดบนใบหน้าแม้แต่น้อย นางวางผ้าลงช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับพ่อบ้านด้วยแววตานิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงลึก
"ราชโองการเรียกตัวข้าเข้าวัง เพื่อไปแก้ปัญหาโรคระบาดที่หมอหลวงปัญญาอ่อนพวกนั้นจนปัญญา สินะ?"
หลี่หมิงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "พระชายาทรงปรีชาญาณยิ่งพ่ะย่ะค่ะ... ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ท่านนำ "ศาสตร์ลี้ลับ" ของท่านไปช่วยยับยั้งวิกฤตนี้ทันที ขบวนราชรถมารออยู่ที่หน้าจวนแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ชิงเซียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายผ้าคลุมยาวลากพื้นส่งเสียงกรอบแกรบแผ่วเบา นางจัดคอเสื้อให้เข้าที่อย่างประณีต รอยยิ้มเย้ายวนแต่แฝงไว้ด้วยความเฉียบคมปรากฏขึ้นที่มุมปาก ในโลกยุค 80 นางเคยผ่านมาหมดแล้ว ทั้งการแย่งชิงผลประโยชน์ในวงการแพทย์และการหักเหลี่ยมเฉือนคมทางธุรกิจ การเมืองในราชสำนักแค้วนต้าถังนี้... ก็แค่งานเลี้ยงน้ำชาที่อันตรายกว่าเดิมหน่อยเท่านั้นเอง
ยามเมื่อขบวนราชรถเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตพระราชฐานชั้นใน ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใสกลับถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนสีเทาทึบราวกับลางบอกเหตุ หลินชิงเซียนก้าวลงจากราชรถด้วยท่าทีองอาจราวกับพญาหงส์ ก้าวเดินบนพื้นศิลาสีขาวด้วยจังหวะมั่นคงโดยมีขันทีคอยนำทางอย่างนอบน้อม
ทว่า เมื่อนางเดินมาถึงตำหนักโถงกลางที่ใช้สำหรับประชุมลับ กลิ่นอายความเย็นเยียบก็แผ่ซ่านออกมาจากด้านใน
มู่หรงเหยียนยืนรออยู่ก่อนแล้ว ร่างสูงใหญ่ในชุดยศเต็มยศหันมามองนางด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ในคราแรกแววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นภายใต้ความดุร้าย ทว่ามันกลับเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นเฉียบขาดเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนก้าวออกมาจากหลังม่านมุก
"เสด็จพี่... ในที่สุดพระชายาก็มาถึงแล้วสินะพ่ะย่ะค่ะ"
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไว้ด้วยรอยยิ้มอันตรายดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'องค์ชายรอง' มู่หรงจิ้น ศัตรูทางการเมืองตัวฉกาจของฉินอ๋อง ในมือของเขากำพัดจีบกระดูกสัตว์ไว้แน่น ดวงตาสองข้างพินิจพิเคราะห์หลินชิงเซียนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความสนใจระคนดูแคลน
"ยินดีต้อนรับสู่แดนประหารชั่วคราว, พระชายา" มู่หรงจิ้นกล่าวพร้อมรอยยิ้มเยาะ "หวังว่าความรู้ประหลาดของเจ้า จะช่วยให้เจ้ามีชีวิตรอดเกินสามวันนะ"
ชิงเซียนไม่แม้แต่จะชายตามององค์ชายรอง นางหันไปสบตากับมู่หรงเหยียนที่ยืนนิ่งราวก้อนหินผา ทว่ากล้ามเนื้อรอบกรามของเขากลับขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน บรรยากาศรอบตัวทั้งสองฝ่ายตึงเครียดจนราวกับเส้นด้ายที่ถูกดึงจนขาดสะบั้น
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าของขันทีหนุ่มก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมกับถาดไม้รองจานกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาบนนั้นมีถ้วยยาสีดำสนิทส่งควันกรุ่น ลอยคละคลุ้งด้วยกลิ่นสมุนไพรแปลกประหลาดที่ชิงเซียนขมวดคิ้วมุ่นทันทีที่ได้กลิ่น
"ทูลฉินอ๋อง... ทูลพระชายา..." ขันทีผู้นั้นตัวสั่นเทายกถาดขึ้นสูง "นี่คือ... ยาถอนพิษเฉพาะพระพักตร์ที่ฮ่องเต้มีรับสั่งให้พระชายาดื่มเพื่อทดสอบความบริสุทธิ์ ก่อนจะก้าวเข้าสู่เขตแดนกักGwenผู้ป่วยโรคระบาดพ่ะย่ะค่ะ"
ดวงตาทุกคู่ในห้องโถงจับจ้องมาที่ถ้วยยาในถาดเป็นตาเดียว มู่หรงเหยียนก้าวเท้าพรวดเดียวมาขวางหน้าชิงเซียนไว้ รังสีอำมหิตแผ่กระจายออกมาจนขันทีทรุดฮวบลงกับพื้น
"ใครเป็นคนสั่งให้ใช้ยานี้?" น้ำเสียงของฉินอ๋องเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งขั้วโลก ดวงเนตรดุร้ายราวกับพร้อมจะสังหารคนได้ทันที
"เป็น... เป็นพระประสงค์ของ... ของ..." ขันทีละล่ำละลักด้วยความหวาดกลัว
หลินชิงเซียนเอื้อมมือเรียวขาวดั่งหยกไปแตะที่แขนเสื้อของสามีเบาๆ นางปัดมือเขาออกช้าๆ ก่อนจะก้าวออกมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนริมฝีปากอิ่มสวย นางหยิบถ้วยกระเบื้องนั้นขึ้นมาถือไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างไม่ยี่ห้อ
"ไม่ต้องตกใจไปหรอกท่านอ๋อง..." ชิงเซียนเอ่ยกระซิบเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน แต่แววตาคู่คมกลับกวาดมองหน้าองค์ชายรองและกลุ่มขุนนางกังฉินอย่างท้าทาย "ของเล่นแค่นี้... ทำอะไรหมอจากยุค 80 อย่างฉันไม่ได้หรอกเพคะ"
นางยกถ้วยยาขึ้นจิบคำหนึ่งอย่างไม่เกรงกลัวความตาย ทว่าก่อนที่ของเหลวสีดำจะแตะริมฝีปาก สายตากลับเหลือบไปเห็นคราบผงสีขาวแปลกประหลาดที่ก้นถ้วย... ซึ่งมันไม่ใช่ยารักษาโรคระบาดอย่างแน่นอน!
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าคลื่นลมการเมืองและกลิ่นอายความตายไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 15
ราชโองการเรียกตัว
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!