กลิ่นกำยานไม้กฤษณาที่มอดไหม้จนเหลือเพียงเถ้าถ่านในเตาสำริดรูปเสือหมอบส่งกลิ่นฉุนกึก บรรยากาศภายในห้องหนังสือลับของฉินอ๋องตึงเครียดเสียจนดูเหมือนอากาศจะกลายเป็นของแข็ง มู่หรงเหยียนนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ประดู่แกะสลักลวดลายมังกรทะยานเมฆ ดวงตาคมปลาบดุจพยัคฆ์ยามล่าเหยื่อจ้องมองกระดาษสีชาดแผ่นหนึ่งที่วางนิ่งอยู่เบื้องหน้า
"พระราชโองการลับ... ที่ผนึกด้วยตราประทับเลือดมังกรยามวิกาลเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องปกติอย่างแน่นอน"
หลินชิงเซียนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกล่าวขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ทว่าแฝงไปด้วยความเฉียบคมที่บาดลึกถึงกระดูก นางสวมชุดกระโปรงผ้าไหมแพรต่วนสีน้ำเงินเข้ม ปักลายดอกเหมยสีขาวสะอาดตา เกล้าผมเรียบง่ายด้วยปิ่นหยกขาวเพียงเล่มเดียว ทว่าสง่างามดุจราชินีผู้กุมชะตาเมือง
มู่หรงเหยียนไม่ตอบโต้ทันที เขายกมือนวดคลึงขมับ ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะหนักแน่นดั่งเสียงกลองศึกที่คอยเตือนสติ มือหนาที่กร้านด้วยการจับกระบี่มานับสิบปีค่อยๆ เอื้อมไปหยิบราชโองการนั้นขึ้นมา ความเงียบงันกัดกินใจคนในห้องจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ
"ฮ่องเต้ทรงตัดสินใจแล้ว..." น้ำเสียงของฉินอ๋องแหบพร่า ทว่าเต็มไปด้วยอำนาจที่กดทับลงมา "ทรงสั่งปลดข้าจากการเป็นแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ โดยให้เหตุผลเรื่องพระพลานามัยที่ทรุดโทรม และแต่งตั้งแม่ทัพเจียงผู้ที่เคยพ่ายแพ้ให้แก่พวกกบฏแดนใต้ขึ้นมาแทนที่"
"ช่างเป็นการตัดสินใจที่... น่าขบขันยิ่งนัก" หลินชิงเซียนแค่นยิ้มที่มุมปาก มือเรียวเล็กของนางวางลงบนโต๊ะเบาๆ "ท่านเพิ่งนำชัยชนะจากชายแดนเหนือกลับมา การปลดท่านในยามนี้เปรียบเสมือนการตัดแขนขาของตนเองทิ้งก่อนจะเข้าสู่สมรภูมิใหญ่ ท่านอ๋อง... ดูเหมือนเกมหมากกระดานนี้จะมีมือที่สามคอยชักใยอยู่เบื้องหลัง"
มู่หรงเหยียนมองสบตานาง แววตาของเขาซับซ้อนเกินกว่าจะอ่านออก มันมีทั้งความเจ็บปวดที่ถูกทรยศ และความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า "เจ้าคิดว่าพวกเขาต้องการอะไร? อำนาจ? หรือต้องการให้ข้ากลายเป็นคนไร้ค่าในสายตาราษฎร?"
"พวกเขาต้องการให้ท่าน 'ตาย' โดยที่ไม่ได้รบในสงครามครับ" หลินชิงเซียนโน้มตัวไปข้างหน้า เสียงของนางลดต่ำลงจนเกือบเป็นกระซิบ "ถ้าท่านยอมวางกระบี่ตามคำสั่งนี้ ความจงรักภักดีที่ท่านสั่งสมมาจะมลายหายไปในพริบตา และเมื่อนั้น... คนเหล่านั้นก็จะส่งเพชฌฆาตมาหาท่านถึงในเรือน"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์เงาก็แว่วมาจากด้านนอกประตู ก่อนที่เสียงเคาะจังหวะสามครั้งจะดังขึ้น สัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดที่ไม่มีใครกล้าทำหากไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย
"ท่านอ๋อง! ข่าวจากสายลับในวังหลวงครับ! กองทัพของแม่ทัพเจียงเคลื่อนกำลังออกจากเมืองหลวงแล้ว... จุดมุ่งหมายคือ 'ฉินอ๋องจวน'!"
มู่หรงเหยียนผุดลุกขึ้นยืนทันที เสื้อคลุมสีดำสนิทขยับไหวราวกับเงาของความตาย เขาไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนคนในห้องรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบที่กระดูกสันหลัง เขาหันไปมองหลินชิงเซียน สายตาที่เคยดุดันกลับอ่อนแสงลงเมื่อเห็นสตรีตรงหน้ายังคงนิ่งสงบ
"ชิงเซียน หากวันนี้ข้าต้องจากไป เจ้าจงนำกุญแจคลังลับนี้ไปที่เขตชายแดนตะวันตก ที่นั่นมีกองกำลังลับที่ข้าซ่อนไว้... จงมีชีวิตอยู่ต่อแม้ข้าจะไม่ได้อยู่ข้างเจ้าแล้วก็ตาม"
เขาพูดด้วยความเด็ดขาดดุจขุนพลผู้สั่งลาสนามรบ แต่หลินชิงเซียนกลับเดินอ้อมโต๊ะเข้าไปประชิดตัวเขา นางจับมือที่เย็นเฉียบของเขาไว้มั่น ไม่ใช่ด้วยความอ่อนแอ แต่ด้วยเจตจำนงที่แข็งแกร่งกว่าเหล็กกล้า
"ท่านอ๋อง... ท่านลืมไปแล้วหรือว่าท่านแต่งงานกับผู้ใด?" นางเงยหน้าสบตาเขา แววตาดุจกวางน้อยที่เปลี่ยนเป็นสายตาของนักล่า "ข้าคือหมอที่เคยผ่าตัดความตายมานับครั้งไม่ถ้วน หากสวรรค์ไม่ยอมให้ท่านตาย ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์พรากท่านไปจากข้า... วันนี้เราจะรบไปพร้อมกัน ไม่ใช่ในฐานะแม่ทัพกับชายา แต่ในฐานะ 'กุนซือ' กับ 'ราชา' ของข้า"
มู่หรงเหยียนนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนง เขาคว้าดาบประจำกายมาคาดเอวอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปทันที ราวกับมีพายุคลั่งก่อตัวขึ้น
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวออกไปสู่สนามรบที่มองไม่เห็น กระดาษพระราชโองการที่วางอยู่บนโต๊ะก็เกิดการเปลี่ยนแปลง มันเริ่มเปลี่ยนสีจากสีชาดเป็นสีดำสนิทราวกับถูกไฟเผาจากภายใน และตัวอักษรสีทองที่เคยสั่งปลดเขา ก็บิดเบี้ยวกลายเป็นข้อความใหม่ที่ทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดชะงัก
ข้อความนั้นเขียนไว้เพียงสั้นๆ ทว่าสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจ: *"คนที่สั่งปลดท่าน... ไม่ใช่ฮ่องเต้ แต่เป็นคนที่ท่านไว้ใจที่สุดในจวนหลังนี้"*
มู่หรงเหยียนชะงักฝีเท้า สายตาเหลือบมองไปที่ประตูห้องหนังสือที่ปิดสนิท แสงเทียนวูบไหวราวกับจะดับลงทุกขณะ จิตสังหารที่เขามีต่อศัตรูภายนอก พลันมอดดับกลายเป็นความระแวงที่บาดลึกถึงกระดูก เพราะในจวนแห่งนี้... คนที่รู้ที่เก็บราชโองการลับและมีตราประทับเดียวกับฮ่องเต้ มีเพียงคนเดียวเท่านั้น
ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางที่แสนเข้มข้นและอันตรายนี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้าในทุกย่างก้าวครับ!
ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 29
จดหมายลับกลางดึก
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!