"ตัวเลขความสูญเสียในแนวหน้าเพิ่มขึ้นสามเท่า... ถ้าเรายังพึ่งพาวิธีเคี่ยวสมุนไพรแบบโบราณที่ต้องใช้เวลาชั่วยามต่อหม้อ เกรงว่าทหารของท่านอ๋องคงได้กลายเป็นผุยผงก่อนที่ยาจะเดินทางไปถึงค่ายใหญ่เสียอีกครับนายช่าง!"
เสียงตบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นก้องกราบเรือนโถงใหญ่ของโรงงานร้างริมชายป่า หลินชิงเซียนในชุดอาภรณ์ผ้าไหมปักลายปีกแมลงทับสีเขียวเข้ม ทับด้วยเสื้อคลุมยาวปักดิ้นเงินตามแบบสตรีสูงศักดิ์ แต่วันนี้ชายเสื้อกลับถูกรวบขึ้นและเหน็บไว้ที่ขอบเอวเพื่อความคล่องตัว สองมือเรียวบางที่สะอาดสะอ้านบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเขม่าควันและผงสมุนไพรสีเหลืองทอง ดวงตาคู่คมกวาดมองหัวหน้าคนงานและพ่อค้าคนกลางสี่คนที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่เบื้องล่างด้วยแววตาดุดันเฉียบคมราวกับพญาเหยี่ยว
ในยุคสมัยที่แผ่นดินกำลังลุกเป็นไฟด้วยเปลวเพลิงแห่งสงคราม การแพทย์หาใช่เรื่องของการร่ายรำพู่กันเขียนเทียบยาอย่างใจเย็น หากแต่มันคือ "อุตสาหกรรมเร่งด่วน" ที่ต้องแข่งกับลมหายใจของผู้คน หลินชิงเซียนมองทะลุปรุโปร่งถึงกลไกการผลิตแบบยุคศตวรรษที่ยี่สิบที่นางเคยผ่านมา นางจึงนำมันมาประยุกต์ใช้กับเทคโนโลยีการผลิตในยุคโบราณได้อย่างน่าทึ่ง
"ข้าไม่ได้ให้พวกท่านมานั่งปรับทุกข์" ชิงเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น กังวานใสแต่ทรงพลังจนทุกคนต้องสะดุ้ง "ระบบสายพานลำเลียงไม้ไผ่ที่ข้าสั่งให้ติดตั้งเมื่อวานนี้คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว? และเรื่องการแบ่งงานแบบแยกส่วนแรงงาน ที่ให้คนกลุ่มหนึ่งล้าง คนกลุ่มหนึ่งหั่น และคนกลุ่มหนึ่งบดโดยใช้กังหันน้ำเป็นต้นกำลัง... มีใครขัดข้องสิ่งใดอีกหรือไม่?"
หัวหน้าคนงานใหญ่ลุกขึ้นประสานมือคำนับด้วยความยำเกรง เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม "เรียน... เรียนฮูหยิน วิธีการที่ท่านคิดค้นขึ้นมา ช่าง... ช่างแปลกประหลาดและน่าอัศจรรย์ยิ่งนักขอรับ! จากเดิมที่ต้องใช้คนนับร้อยโขลกยาจนแขนแทบหัก บัดนี้ใช้กังหันน้ำหมุนโม่หินเพียงตัวเดียว สามารถผลิตผงยาสมานแผลได้เทียบเท่ากับคนงานครึ่งค่ายในเวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น! เพียงแต่..." เขาอצกอักเล็กน้อย
"เพียงแต่อะไร? พูดมา อย่าได้อ้อมค้อม" ชิงเซียนหรี่ตาลง
"เพียงแต่... วัตถุดิบจำพวก 'หญ้าจันทร์เพ็ญ' และ 'รากโสมเลือด' ในคลังเริ่มร่อยหรอลงอย่างรวดเร็วขอรับ หากระดมกำลังผลิตตามโควตาที่ท่านอ๋องต้องการในอีกสามวันข้างหน้า เกรงว่าวัตถุดิบจะไม่เพียงพอ..."
ชิงเซียนแค่นเสียง 'หึ' ในลำคอ รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปาก นางหมุนตัวกลับไปหยิบแผนที่เส้นทางเดินป่าและหมู่บ้านโดยรอบที่กางอยู่บนโต๊ะไม้ไผ่ขนาดใหญ่ ปลายนิ้วเรียวชี้ไปยังจุดสีแดงที่ทำ C-Mark ไว้หลายจุด "เรื่องวัตถุดิบ ข้าจัดการไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านลุงเฉิน... ท่านจงนำตั๋วเงินนี้ไปกว้านซื้อสมุนไพรรากโสมจากหมู่บ้านทางตอนเหนือทั้งหมดโดยใช้ชื่อการค้าของร้านยาตระกูลหลิน และให้กระจายกำลังชาวบ้านรatusกเก็บหญ้าจันทร์เพ็ญจากหุบเขาหมอกขาว โดยใช้ระบบค่าแรงแบบเหมาจ่ายต่อกิโลกรัม รับรองว่าพรุ่งนี้เช้าวัตถุดิบจะกองสูงจนล้นโกดังแน่"
การบริหารจัดการแบบทุนนิยมยุคใหม่ถูกนำมาใช้กลางยุคสงครามอย่างแนบเนียน ชาวบ้านนับร้อยชีวิตที่เคยยากจนข้นแค้น บัดนี้ต่างกระตือรือร้นที่จะเข้ามามีส่วนร่วมใน "สายการผลิตยาสงคราม" เพราะค่าแรงที่สูงกว่าปกติถึงสามเท่าและการจ่ายเงินสดทันที ทำให้โรงงานแห่งนี้กลายเป็นหัวใจเศรษฐกิจขนาดย่อมที่ขับเคลื่อนด้วยหยาดเหงื่อและผลกำไรอันมหาศาล
ในขณะที่สถานการณ์ภายในโรงงานกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นและเป็นระบบระเบียบ ท่ามกลางเสียงโม่หินดังครืนครางและกลิ่นอุ่นของสมุนไพรคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ประตูด้านหน้าโรงงานก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง
มู่หรงเหยียน หรือฉินอ๋องผู้เยือกเย็นและดุร้าย ก้าวเข้ามาในอาณาจักรย่อมๆ ของชายาตนด้วยฝีเท้าหนักแน่น อาภรณ์สีดำสนิทปักลายมังกรเงินดุจเงาทมิฬสะท้อนกับแสงไฟจากเตาต้มยา แววตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองการทำงานอย่างเป็นระเบียบราวกับกองทัพขนาดย่อมภายในโรงงาน ก่อนที่สายตาจะมาหยุดอยู่ที่ร่างระหงของภรรยาที่กำลังยืนสั่งการด้วยความมั่นใจ
บรรยากาศรอบตัวท่านอ๋องลดฮวบลงจนอุณหภูมิแทบจะติดลบ เหล่าคนงานและพ่อค้าต่างรีบก้มหน้าหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวต่อรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่
ชิงเซียนหันกลับมามองตามเสียงฝีเท้า นางถอนหายใจเบาๆ พลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่หน้าผาก ดวงตาคู่สวยมองสบกับดวงตาคมปลาบของสามีที่เดินตรงเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า
"ท่านอ๋อง..." ชิงเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ไม่มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย "ลมอะไรหอบท่านมาถึงโรงงานผลิตยาของหม่อมฉัน หรือว่าเสบียงในค่ายทหารของท่านใกล้จะหมดจนต้องมาดูวิธีหาเงินของภรรยาผู้นี้เสียแล้ว?"
มู่หรงเหยียนหยุดยืนห่างจากนางเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นอายสนามรบจางๆ ลอยปะปนกับกลิ่นสมุนไพร เขาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ เลื่อนสายตาสำรวจรอยเปื้อนเขม่าควันบนแก้มเนียนนุ่มของนางด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา—มีทั้งความขัดเคือง ความห่วงใย และความหลงใหลที่ยากจะต้านทาน
"เจ้าช่างกล้าหาญนัก หลินชิงเซียน..." น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าดังขึ้นชิดริมหูของนาง "ใช้แรงงานชาวบ้าน จัดระบบการผลิตราวกับเป็นเจ้าเมือง... เจ้าเห็นค่ายทหารของข้าเป็นสนามเด็กเล่นของเจ้าอย่างนั้นหรือ?"
ชิงเซียนเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มท้าทายประดับบนเรียวปากอิ่ม "ถ้าไม่มีสนามเด็กเล่นแห่งนี้ ทหารของท่านคงไม่มี 'ยาสมานแผลด่วน' ไปใช้ห้ามเลือดในยามที่ท่านกำลังบุกตะลุยแดนข้าศึกหรอกเพคะ... ท่านควรจะขอบคุณหม่อมฉันด้วยซ้ำ ไม่ใช่มายืนกอดอกทำหน้ายักษ์อยู่ตรงนี้"
มู่หรงเหยียนแค่นหัวเราะในลำคอ มือหนาเอื้อมไปคว้าเอวบางของนางเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็วจนชิงเซียนอุทานออกมาเบาๆ กลิ่นกายหอมสะอาดของสมุนไพรผสมผสานกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาโอบล้อมร่างนางไว้ทั้งหมด
ก่อนที่ชิงเซียนจะได้เอ่ยปากต่อว่าอันใด สายตาของมู่หรงเหยียนก็เหลือบไปเห็นกระดาษบันทึกแผนผังการส่งออกยาลับที่วางอยู่บนโต๊ะ—มันคือบัญชีรายชื่อหัวเมืองใหญ่ที่แอบสั่งซื้อยาจากโรงงานของนางอย่างลับๆ รวมถึง "ตราประทับ" ของขุนนางฝ่ายตรงข้ามที่ซุกซ่อนอยู่ใต้กองกระดาษ
ดวงตาสีดำสนิทของท่านอ๋องหรี่แคบลงทันที รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนอากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง
"ชิงเซียน..." มู่หรงเหยียนกระซิบเสียงพร่าข้างใบหูของนาง น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยคลื่นอารมณ์อันดุร้ายที่ถูกกดทับไว้ "เจ้ากล้าดียังไง... ถึงได้แอบส่งยาสงครามให้กับกองกำลังของ 'องค์ชายสาม' ลับหลังข้า?"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และสนับสนุนกันมาจนถึงตอนนี้นะครับ!
ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 28
โรงงานผลิตยาสงคราม
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!