"หากท้องคลังหลวงยังคงเดินหมากด้วยวิธีโบราณเช่นนี้ อีกสามปีแคว้นต้าฉีคงต้องเปิดโรงทานแจกข้าวต้มให้ราษฎรทั่วหล้าเป็นแน่เพคะ"
สุ้มเสียงกังวานใสทว่าราบเรียบรากับกำลังสนทนากساتเรื่องดินฟ้าอากาศดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันราวกับป่าช้าภายในท้องพระโรงรับรอง หลอดหมึกสีชาและม้วนกระดาษต้วนจื่อราคาแพงนับสิบแผ่นถูกกางออกอย่างเป็นระเบียบ บนนั้นปรากฏตัวเลขสถิติการจัดเก็บภาษีเกลือและใบชาตลอดสามปีท่าย้อนหลัง ซึ่งถูกถอดรหัสและวิเคราะห์ด้วยหลักเศรษฐศาสตร์ยุคใหม่ที่ขุนนางเฒ่าทั้งหลายไม่มีทางเข้าใจ
ขุนนางคลังหลวงอาวุโสหน้าถอดสี มือที่ถือป้ายหยกสั่นเทาจนแทบหลุดร่วง เขากวาดสายตามองสตรีเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกระคนหวาดหวั่น หลินชิงเซียนสวมใส่ชุดคลุมผ้าไหมซาตินปักลายหงส์บินสีมุกประดับด้วยเครื่องประดับทองคำฝังหยกขาวบริสุทธิ์ นางไม่ได้แต่งหน้าจัดจ้าน ทว่าความงามสง่าและแววตาดุดั่งพญาเหยี่ยวที่กวาดมองข้อราชการนั้น กลับทรงพลังยิ่งกว่ากองทหารม้าหมื่นนาย
"บังอาจ! ชายาอ๋อง ชายาเช่นท่านเป็นเพียงสตรีในห้องหอ ไฉนจึงกล้าอาจหาญวิจารณ์นโยบายคลังหลวงซึ่งเป็นเรื่องของราชสำนัก!" ขุนนางฝ่ายขวาตบโต๊ะลุกขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน
ทว่าชิงเซียนมิได้สะทกสะท้านแม้แต่น้อย นางเพียงปรายตามองบุรุษผู้สูงอายุผู้นั้นอย่างเยือกเย็น มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยโต้กลับด้วยน้ำเสียงที่เฉียบคมราวใบมีดโกน
"ใต้เท้าหลี่ ท่านบอกว่าข้าเป็นเพียงสตรีในห้องหอ แต่ข้ากลับมองเห็นช่องโหว่ในการผูกขาดใบชาที่ทำให้เงินภาษีรั่วไหลเข้ากระเป๋าพ่อค้าคนกลางปีละไม่ต่ำกว่าสามแสนตำลึงทอง ท่านบอกว่านี่คือเรื่องของราชสำนัก แต่ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ท่านกลับคิดไม่ออกว่าจะแก้ปัญหาการลักลอบค้าเกลือเถื่อนตามแนวชายแดนอย่างไร... ถ้าหากสตรีเช่นข้าต้องเรียกว่า 'บังอาจ' เช่นนั้นขุนนางในท้องคลังหลวงอย่างพวกท่านคงต้องใช้คำว่า 'ไร้ความสามารถ' ถึงจะเหมาะสมกระมังครับ... เอ๊ย... เหมาะสมเพคะ" นางเกือบเผลอหลุดสำนวนยุคปัจจุบันออกมา แต่ก็แก้เกมได้อย่างแนบเนียนจนไม่มีใครจับผิดได้
บรรยากาศในห้องประชุมพลันอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เหล่าขุนนางต่างก้มหน้าหลบสายตา ไม่มีใครกล้าเอ่ยคัดค้านต่อหน้าแผนผังการค้าที่ชิงเซียนร่างขึ้นมา เพราะทุกตัวเลขและทุกยุทธศาสตร์มีความเป็นไปได้และให้ผลกำไรมหาศาลอย่างปฏิเสธไม่ได้
ในมุมมืดของเสาหินสลักลายมังกร มู่หรงเหยียน หรือฉินอ๋องผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและเด็ดขาดกำลังยืนกอดอกพิงกายด้วยท่าทีผ่อนคลาย ดวงเนตรคมกริบดั่งพญาอินทรีย์คู่นั้นมิได้ทอดมองเหล่าขุนนางที่กำลังหวาดผวา หากแต่ทอดมองไปยังเรือนร่างระหงของชายารักด้วยประกายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและลุ่มหลงอย่างถึงที่สุด
*'ยายตัวแสบของข้า... วันนี้เจ้าทำให้ข้าต้องทึ่งอีกแล้วสินะ'*
อ๋องหนุ่มผู้เย็นชาลอบยิ้มในAใจ ยามที่เห็นภรรยาตัวน้อยของเขากำลังไล่ต้อนขุนนางเจนสนามจนมุมทีละก้าวราวกับแมวหยอกหนู ความฉลาดเฉลียวและทักษะการเจรจาธุรกิจที่เฉียบคมนี้ ไม่เพียงแต่มัดใจเขาไว้จนดิ้นไม่หลุด แต่ยังทำให้ฐานอำนาจของเขาในราชสำนักมั่นคงยิ่งกว่าภูเขาผาเหล็ก
"แผนปฏิรูประบบการค้าเกลือและใบชาที่ชายาร่างขึ้นมา... เปิ่นหวังอนุมัติ"
สุ้มเสียงทุ้มนุ่มทรงอำนาจดังขึ้น ทำลายความเงียบงันทั้งหมดลงทันที ฉินอ๋องก้าวเดินออกมาจากเงามืด อภิมหาบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬปรากฏกายด้วยอาภรณ์สีดำสนิทปักดิ้นทองลายมังกรทะยานฟ้า รัศมีความน่าเกรงขามแผ่ซ่านกดทับจนทุกคนต้องคุกเข่าลงคำนับด้วยความหวาดกลัว
ชิงเซียนหันไปมองสบตากับสามี รอยยิ้มรู้ทันปรากฏขึ้นที่มุมปากของนาง ทั้งสองประสานสายตากันอย่างมีความหมาย สตรีผู้กุมสมองกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจกับบุรุษผู้กุมอำนาจดาบอาญาสิทธิ์... เมื่อมารวมกันแล้ว ต่อให้เป็นฮ่องเต้หรือขุนนางกังฉินหน้าไหนก็ไม่มีทางต้านทานพวกเขาได้
"แต่..." มู่หรงเหยียนเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาสสีเข้มกวาดมองไปที่เหล่าขุนนางก่อนจะวกกลับมามองชายารักด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ "การที่ชายาทำให้ท้องคลังหลวงมีรายได้เพิ่มขึ้นมหาศาลในคราเดียวเช่นนี้ เปิ่นหวังเกรงว่าของรางวัลพระราชทานทั่วไปคงไม่คู่ควรกับความดีความชอบของเจ้า..."
"แล้วท่านอ๋อง... ทรงประสงค์จะมอบสิ่งใดให้หม่อมฉันล่ะเพคะ?" ชิงเซียนเลิกคิ้วขึ้นถามอย่างท้าทาย
ฉินอ๋องก้าวเข้าไปใกล้ร่างบาง กลิ่นอายบุรุษเพศอันเย้ายวนและทรงพลังแผ่เข้าโอบล้อมนางไว้ เขาโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูขาวผ่องด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าที่ทำเอาหัวใจดวงน้อยของแพทย์หญิงมือหนึ่งกระตุกวูบ
"คืนนี้... เจ้าต้องชดใช้ด้วยการอยู่ปรนนิบัติเปิ่นหวังทั้งคืน... บนเตียง"
ชิงเซียนหน้าแดงก่ำด้วยความหมั่นไส้ นางแอบหยิกเข้าที่เอวหนาของเขาเบาๆ เป็นการลงโทษข้อหาฉวยโอกาสในที่สาธารณะ ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งสองจะได้หยอกล้อกันต่อ เสียงฝีเท้าร้อนรนของขันทีประจำพระตำหนักก็ดังแทรกขึ้นทำลายบรรยากาศ
"ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ขันทีเฒ่าวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงเบื้องหน้าฉินอ๋อง เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจนพูดติดอ่าง "ม...มีพระราชโองการด่วนจากห้องทรงงาน... ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้ท่านอ๋องนำกองกำลังพยัคฆ์ทมิฬเดินทางไปชายแดนตะวันออกทันทีในคืนนี้พ่ะย่ะค่ะ!"
ชิงเซียนหุบยิ้มทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาฉับพลัน นางรับราชราชโองการสีเหลืองทองจากมือขันทีมาเปิดอ่านด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบตราประทับลับที่ซ่อนอยู่ด้านล่าง
นั่นไม่ใช่พระราชโองการปกติ... แต่มันคือ "กับดักมรณะ" ที่ถูกส่งมาจากขั้วอำนาจฝ่ายตรงข้ามเพื่อแยกฉินอ๋องออกจากเมืองหลวง!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางมาด้วยกันจนถึงตอนที่ 20 นี้ และผม "เฉินเว่ยสายลุย" สัญญาว่าจะพาพวกท่านไปซัดหน้าพวกตัวร้ายให้หงายเงิบในตอนหน้าอย่างสาสมแน่นอนครับ!
ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 20
กลยุทธ์ธุรกิจเปลี่ยนยุค
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!