ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 19

ท่านอ๋องออกโรงปกป้อง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นหอมเย็นของกำยานจันทน์เทศลอยอลวนอยู่เบื้องพระพักตร์ ทว่าบรรยากาศภายในตำหนักไทเฮากลับเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งยามเหมันต์ หลินชิงเซียนในชุดฉลององค์ฮูหยินตระกูลสูงศักดิ์ ปักลายหงส์ทองดิ้นเงินด้วยฝีมือประณีตบรรจงตามธรรมเนียมราชสำนักชั้นสูง นางยืนตรงอย่างสง่างามโดยไม่ก้มศีรษะลงแม้แต่น้อย เบื้องหน้าของนางคือถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ ลวดลายดอกโบตั๋นวาดด้วยน้ำหมึกสีชาด ที่ภายในบรรจุของเหลวสีเข้มส่งกลิ่นฉุนประหลาด—กลิ่นหอมหวานอันเจือด้วยพิษร้ายแรงจากแดนใต้ที่ต่อให้เป็นหมอเทวดาก็ยากจะถอนพิษได้ทันท่วงทีหากล่วงลงคอไปเพียงหยดเดียว "ฮูหยินหลิน... เจ้าช่างกล้าหาญยิ่งนัก ถึงกับกล้าปฏิเสธความปรารถนาดีขององค์หญิงซินหย่ง" สุ้มเสียงทรงอำนาจของไทเฮาตวัดต่ำลงอย่างกดดัน ดวงตาภายใต้ริ้วรอยแห่งวัยจ้องมองสตรีเบื้องล่างด้วยแววตาดุจเหยี่ยวล่าเหยื่อ "ยาทิพย์บำรุงโลหิตถ้วยนี้ เป็นพระเมตตาที่ประทานให้เพื่อขจัดโรคภัยในกายเจ้า ดื่มเสียเถิด อย่าให้ต้องมีผู้ใดมาช่วยฝืนบังคับเจ้าเลย" รอบกายเต็มไปด้วยขันทีและนางกำนัลนับสิบที่ยืนกุมมือสงบเสงี่ยม ทว่าแววตาของคนเหล่านั้นกลับซ่อนความสมเพชและระทึกใจไว้ในคราเดียวกัน ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่ฮ่องเต้ที่ประทับอยู่ ณ เก้าอี้มังกรด้านข้างยังทรงเบือนพระพักตร์เลี่ยง ทรงเลือกที่จะปิดพระเนตรข้างหนึ่งปล่อยให้วังหลังจัดการปัญหาการเมืองในครอบครัวที่พัวพันถึงอำนาจทหารในมือของฉินอ๋อง ชิงเซียนแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นงดงามดั่งดอกไม้แรกแย้งในฤดูใบไม้ผลิ ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยความเย้ยหยันที่กรีดลึกลงในความรู้สึกของผู้พบเห็น "ทิพย์บำรุงโลหิตหรือเพคะ..." ชิงเซียนทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบแต่กังวานก้องไปทั่วตำหนักอันเงียบสงัด นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรอีกหนึ่งก้าวอย่างไม่เกรงกลัว "เกรงว่าจะเป็นน้ำแกงส่งวิญญาณข้ามสะพานไน่เหอเสียมากกว่ากระมังเพคะ ไทเฮาตรรัสว่านี่คือความเมตตา... แต่เหตุใดข้าหลวงผู้นำมาจึงมือสั่นเทาจนเกือบทำถ้วยกระเบื้องหล่นแตกเล่าเพคะ? หรือเกรงว่าความลับที่ซ่อนอยู่ในสมุนไพรตัวนี้จะถูกเปิดเผยต่อหน้าพระพักตร์กันแน่" "สามหาว!" องค์หญิงซินหย่งที่นั่งอยู่ข้างพระวรกายไทเฮาทรงตบโต๊ะฉาดใหญ่ ทรงลุกขึ้นชี้หน้าด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยว "นังแพทย์หญิงชั้นต่ำ! เจ้าเป็นเพียงชายาของอ๋องชายแดนผู้หนึ่ง กล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับไทเฮา! ดื่มมันเข้าไปเดี๋ยวนี้! หรืออยากให้เปิ่นกงสั่งคนมาจับกรอกปากเจ้า!" สิ้นเสียงตวาด เหล่าองครักษ์หลวงที่ยืนประจำการอยู่รอบตำหนักต่างชักดาบออกจากฝักเสียงดัง *กริ๊ง* สะท้อนก้อง คมดาบวาววับสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงจนแสบตา บรรยากาศตึงเครียดถึงขีดสุด ราวกับเส้นด้ายที่ขึงตึงจนใกล้จะขาดสะบั้นลงทุกขณะ ชิงเซียนเพียงแค่ปรายตามองคมดาบเหล่านั้นด้วยความเยือกเย็น นางเตรียมเข็มเงินซ่อนไว้ในแขนเสื้อเรียบร้อยแล้ว ต่อให้ต้องลากพวกมันลงนรกไปสักคนสองคน นางก็จะไม่ยอมก้มหัวให้ความอยุติธรรมนี้เด็ดขาด ทว่า... ก่อนที่คมดาบจะทันได้ขยับเข้าใกล้ร่างระหงแม้แต่กระเบื้องคืบเดียว! *โครม!!* เสียงประตูกลางของตำหนักไทเฮาถูกถีบกระเด็นหลุดจากบานพับ พังทลายลงมากองกับพื้นเบื้องล่างจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่ากลางฤดูร้อน แรงปะทะจากภายนอกทำให้ม่านไหมปักลายทองปลิวสะบัด ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทุกคนสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ หันขวับไปมองผู้มาเยือนใหม่เป็นตาเดียว ร่างสูงใหญ่ในชุดฉลององค์เกราะทหารสีดำสนิทประดับลวดลายพยัคฆ์ทมิฬก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่นมั่นคง ไอสังหารเข้มข้นแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาจนอุณหภูมิในตำหนักลดฮวบลงทันทีราวกับตกอยู่ในห้วงเหมันต์ ร่างนั้นสูงสง่า ดุดัน และเยือกเย็นจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ร้ายล่าเหยื่อกวาดตามองรอบตำหนักด้วยความเหี้ยมเกรียม ไร้ซึ่งความเคารพต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้แม้แต่น้อย "ฉ... ฉินอ๋อง?!" ขันทีอาวุโสผู้หนึ่งอุทานเสียงหลง หน้าถอดสีจนซีดเผือด มู่หรงเหยียนก้าวเข้ามาทีละก้าว เสียงรองเท้าบูทหนังกระทบพื้นศิลาเป็นจังหวะหนักหน่วงดุจเสียงกลองศึกที่คอยเคาะระฆังความตาย องครักษ์ประจำตัวของเขาพกพากระบี่อาบยาพิษนับร้อยนายกรูกلืนกินพื้นที่รอบนอกตำหนักไว้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ปิดตายทุกทางเข้าออก ไม่เว้นแม้แต่เงาของขันทีหรือนางกำนัลที่คิดจะหนีออกไปส่งข่าว ฮ่องเต้ที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ถึงกับพระพักตร์ถอดสี ทรงลุกขึ้นยืนด้วยความตกพระทัย ไม่คิดว่าอนุชาของพระองค์จะกล้าบุกเข้ามาถึงตำหนักในยามวิกาลด้วยท่าทีคุกคามเช่นนี้ "เสด็จพี่..." มู่หรงเหยียนกล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชาจนคนฟังขนลุกซู่ ทว่าแววตากลับจับจ้องอยู่ที่ร่างของสตรีผู้ยืนอยู่กลางตำหนัก "หม่อมฉันได้ยินข่าวว่า มีสุนัขบ้าตัวไหนไม่รู้บังอาจนำน้ำสกปรกมาให้ชายาของหม่อมฉันดื่ม จึงต้องรีบเร่งนำกองกำลังเข้ามาช่วย 'ตักเตือน' มารยาทชาววังเสียหน่อย พะยะค่ะ" คำว่า 'สุนัขบ้า' และ 'ตักเตือนมารยาท' หลุดออกจากปากแม่ทัพผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ทมิฬ ทำให้องค์หญิงซินหย่งพระพักตร์ซีดเผือดจนเขียวคล้ำ ไทเฮาเองก็ทรงพระสร้อยพระศั่นด้วยความกริ้ว ทรงตบพระหัตถ์ลงบนที่พักแขนเสียงดัง "มู่หรงเหยียน! เจ้าสามหาวเกินไปแล้ว! นี่คือตำหนักของเปิ่นกง! เจ้ากล้าพากองกำลังบุกเข้ามาอย่างไร้กฎเกณฑ์เช่นนี้ คิดจะก่อกบฏหรืออย่างไร!" ไทเฮาตรรัสเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธ มู่หรงเหยียนแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ *หึ* เสียงนั้นต่ำทุ้งและน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์ร้าย เขาไม่ได้คุกเข่าถวายบังคมตามธรรมเนียม กลับเดินตรงดิ่งเข้าไปหาหลินชิงเซียน ทอดพระเนตรสำรวจเรือนร่างของนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างละเอียด เมื่อเห็นว่านางปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ไอสังหารรอบกายจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย ทว่าความดุดันในแววตายังคงคุกรุ่น "กบฏหรือพะยะค่ะ?" มู่หรงเหยียนก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างชายาของตน มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางที่ซ่อนเข็มเงินไว้ทันที บีบกระชับเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน ก่อนจะหันกลับมาสบตากับไทเฮาตรงๆ "หากผู้ใดในวังหลังนี้กล้าแตะต้องเส้นผมของนางแม้แต่เส้นเดียว ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินล้างบางราชสำนักให้กลายเป็นจุล หม่อมฉัน... มู่หรงเหยียน ก็ยินดีจะทำมัน!" สิ้นคำประกาศิตอันเหี้ยมเกรียม บรรยากาศภายในตำหนักพลันตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า ทุกคนต่างหวาดผวาจนไม่กล้าหายใจแรง ฮ่องเต้ทรงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ทรงรู้ดีว่าอนุชาผู้นำทหารครึ่งประเทศผู้นี้ไม่ได้พูดเล่น! ชิงเซียนแหงนหน้ามองพระพักตร์ด้านข้างของสามีตน หัวใจที่เคยเย็นชาและระแวดระวังกลับไหววูบอย่างประหลาด นางไม่เคยคิดว่าบุรุษผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งผู้นี้ จะยอมประกาศสงครามกับคนทั้งราชสำนักเพื่อปกป้องนางคนเดียว มู่หรงเหยียนปรายตามองถ้วยยาพิษบนโต๊ะ ก่อนจะตวัดสายตาดุจคมมีดไปที่องค์หญิงซินหย่ง "องค์หญิงซินหย่งดูเหมือนจะชอบดื่มน้ำแกงนัก..." สุ้มเสียงเยือกเย็นเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม "ในเมื่อเป็นความเมตตาของพระองค์... องครักษ์! ช่วยนำถ้วยยานั้นไปให้องค์หญิงเสวยให้หมดหยดจนหยดสุดท้าย เป็นการตอบแทนน้ำใจ!" "รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ!" องครักษ์เงาทมิฬก้าวออกมารับคำสั่งทันที "ไม่! เจ้า... พวกเจ้ากล้าดียังไง! เสด็จแม่ช่วยหม่อมฉันด้วย!" องค์หญิงซินหย่งกรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว ถอยร่นไปหลบอยู่หลังพระวรกายของไทเฮาอย่างลนลาน ขณะที่องครักษ์ร่างยักษ์ก้าวเข้าไปใกล้พร้อมถ้วยพิษในมือ! — ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางฝ่าคลื่นลมในวังหลังมาถึงตอนที่ 19 แล้วนะครับ และผม "เฉินเว่ยสายลุย" สัญญาว่าจะพาพวกท่านไปซัดหน้าพวกตัวร้ายให้หงายเงิบในตอนหน้าอย่างสาสมแน่นอนครับ!
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%