ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 21

ความรู้สึกที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
หมึกสีชาดบนแผ่นแพรต่วนชั้นดีราคาแพงล้ำยังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ กลิ่นอายความอัปyศอดสูและกลิ่นอายคาวเลือดของราชสำนักที่ซ่อนอยู่หลังราชโองการฉบับนั้น ก็โชยเข้าจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน หลินชิงเซียนปรายตามองแผ่นกระดาษม้วนยาวที่ถูกโยนทิ้งไว้บนโต๊ะไม้จันทน์หอมอย่างไม่แยแส ก่อนจะใช้ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหยกคีบถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามขึ้นจิบเบาๆ ดวงตาคู่คมกริบของนางสะท้อนประกายความเยียบเย็น ทว่าริมฝีปากกลับแย้มยิ้มหยันออกมาอย่างน่ามอง "หึ... พระราชโองการแต่งตั้งให้ท่านอ๋องผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งประจิม ขนกำลังพลสามหมื่นนายไปปราบกบฏทางใต้โดยไม่มีกำหนดการกลับ ช่างเป็นกลยุทธ์ 'ยืมมือฆ่าคน' และ 'ถอนฟันเสือ' ที่คลาสสิกเสียจริงนะเพคะ" นางเอ่ยกลั้วหัวเราะ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราطใบมีดโกนที่เคลือบยาพิษ มู่หรงเหยียน หรือฉินอ๋องผู้เกรียงไกรในชุดคลุมผ้าต่วนสีดำปักลายมังกรห้าเล็บด้วยดิ้นทอง เขายืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ร่างสูงใหญ่แผ่ไอสังหารและบรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวออกมาจนทหารองครักษ์ด้านนอกยังไม่กล้าหายใจแรง ทว่ายามที่สายตาคมกริบรา เหยี่ยวคู่นั้นกวาดกลับมามองสตรีตรงหน้า ความดุร้ายราพยัคฆ์ร้ายกลับพลันมลายหายสิ้น เหลือเพียงความลุ่มหลงและระลอกคลื่นแห่งความห่วงใยที่ซצוอยู่ก้นบึ้งดวงตา มู่หรงเหยียนก้าวเข้าไปประชิดร่างบางอย่างรวดเร็ว มือหนาเอื้อมออกไปคว้าข้อมือเล็กของนางไว้เบื้องหน้า ดวงตาคมดุจ้องมองผลงานศิลปะชิ้นเอกที่ล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า "ชิงเซียน... เจ้าไม่กลัวเลยหรือ" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอמהถาม แววตาของแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนฉายแววไหวระริก "นี่คือราชโองการปลิดชีพ พวกมันต้องการแยกข้าออกจากเมืองหลวง เพื่อบีบคั้นให้เจ้าไร้ที่พึ่งในจวนฉินอ๋องแห่งนี้" หลินชิงเซียนช้อนสายตาขึ้นสบประสาน รอยยิ้มพรายปรากฏบนเรียวปากงาม นางไม่แม้แต่จะสะดุ้งสะเทือนยามที่ฝ่ามือหนาอุ่นจัดกุมข้อมือตนไว้ เครื่องแต่งกายของนางในยามนี้คือชุดกระโปรงผ้าไหมซาตินปักลายดอกเหมยสีแดงชาด ทับด้วยเสื้อคลุมสั้นปักดิ้นเงินประณีตงดงามตามแบบฉบับสตรีสูงศักดิ์ กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรและดอกไม้ป่าจากยุค 80 ที่นางปรุงขึ้นเองโชยแตะจมูก ยิ่งทำให้บุรุษผู้เย็นชาแทบคลั่ง "กลัวหรือเพคะ?" นางแค่นหัวเราะเบาๆ ปล่อยให้เขากุมมือไว้เช่นนั้น ก่อนจะใช้มืออีกข้างยกขึ้นแตะปลายคางแกร่งของสามี "หม่อมฉันเป็นแพทย์หญิงผู้ยื้อชีวิตคนจากยมโลกมานักต่อนัก ความตายยังเคยเผชิญหน้ามาแล้ว นับประสาอะไรกับพวกสุนัขลอบกัดในราชสำนัก... อีกอย่าง ท่านอ๋อง คิดว่าหม่อมฉันเป็นสตรีอ่อนแอในเรือนหลัง ที่รอให้สามีปกป้องฝ่ายเดียวอย่างนั้นหรือ?" คำพูดที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจและเย่อหยิ่งทระนงตน ทำเอาหัวใจของฉินอ๋องกระตุกวูบ ความรู้สึกพ่ายแพ้ต่อสตรีผู้นี้มิใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป แต่มันกลับลึกซึ้งยิ่งขึ้นทุกคราที่นางแย้มยิ้ม มู่หรงเหยียนถอนหายใจยาวนาน ความดุร้ายเยือกเย็นเมื่อครู่มลายสิ้น เขาดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดอุ่นอย่างแนบแน่น กลิ่นกายหอมกรุ่นของนางซุกซบอยู่ตรงอกเสื้อ จมูกโด่งคมสูดดมความหอมนั้นราวกับคนใกล้ตายโหยหาสายน้ำ "เจ้าคนตัวแสบ... ข้าเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้าต่างหาก" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยกระซิบข้างใบหู ความเย็นชาที่เคยใช้ประกาศศักดาต่อหน้าขุนนางนับร้อย บัดนี้หลงเหลือเพียงความอ่อนโยนและหวงแหนที่มอบให้สตรีในอ้อมกอดเพียงผู้เดียว "หากข้าก้าวออกจากเมืองหลวง พวกมันย่อมส่งมือสังหารมาฉวยโอกาสลงมือกับเจ้าเป็นแน่" หลินชิงเซียนซบหน้าลงกับอกเสื้อเนื้อดี ฟังเสียงหัวใจที่เต้นรำเป็นจังหวะหนักแน่นของเขา มุมปากของนางยกย่องขึ้นอย่างพึงพอใจ ทว่ามือเรียวกลับลูบไล้แผ่นหลังกว้างของสามีเบาๆ เป็นเชងปลอบประโลม "ท่านอ๋องทรงกังวลเกินไปแล้ว... คนที่จะต้องระวังตัวไม่ใช่หม่อมฉัน แต่เป็นพวกมันต่างหากเล่า" นางผละออกจากอ้อมกอดเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์เป็นประกาย "ท่านจงยกทัพลงใต้ตามแผนการเถิด แต่อย่าลืม... ทิ้งองครักษ์เงาฝีมือดีไว้ให้หม่อมฉันสักครึ่งหนึ่ง ส่วนในจวนแห่งนี้ หม่อมฉันได้เตรียม 'ของขวัญ' ต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญไว้รอท่าแล้ว" มู่หรงเหยียนมองรอยยิ้มนั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งทึ่ง หลงใหล และเอ็นดูจนแทบอยากจะกลืนกินนางลงไปทั้งตัว บุรุษผู้กุมอำนาจทหารครึ่งประเทศอย่างเขา กลับยอมสยบแทบเท้าสตรีตัวเล็กๆ นางนี้อย่างเต็มใจ สายตาที่เขามองนางในยามนี้เต็มไปด้วยความคลั่งรักจนปิดไม่มิด มือหนายกขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากเกินไป ดอกไม้ดอกนี้จะช้ำคามือ "ตามใจเจ้า... อยากทำสิ่งใดก็ทำเถิด หากผู้ใดกล้าแตะต้องเส้นผมของเจ้าแม้แต่เส้นเดียว ข้าจะกลับมารabหัวพวกมันมาสังเวยหน้าเรือนให้จงได้" น้ำเสียงเหี้ยมเกรียมถูกเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง แต่นัยน์ตากลับทอประกายอบอุ่นยามมองใบหน้างาม บรรยากาศในห้องหนังสือเงียบสงบลง มีเพียงเสียงลมหายใจสอดประสานกันและความอบอุ่นที่แผ่ซ่านท่ามกลางพายุการเมืองที่กำลังก่อตัวขึ้นภายนอก ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและเต็มไปด้วยความผูกพันอันแน่นแฟ้นนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับเหยียบอยู่บนความเป็นความตายก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน *ปัง!* ประตูไม้แกะสลักถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ได้รับอนุญาต องครักษ์คนสนิทพุ่งเข้ามาคุกเข่าลงกับพื้นด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมม เหงื่อกาฬไหลโทรมกาย ดวงตาเบิกโพงด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ใบหน้าซีดเผือดราวกระดาษ "ท่านอ๋อง! พระชายา! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" มู่หรงเหยียนขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ แววตาดุร้ายกลับมาทอประกายขึ้นอีกครั้ง เขาดึงหลินชิงเซียนมาหลบไว้ด้านหลังกายแกร่งตามสัญชาตญาณนักรบ "มีเรื่องอันใด เหตุใดจึงเสียมารยาทเช่นนี้!" ฉินอ๋องตวาดกร้าวเสียงต่ำ องครักษ์หนุ่มตัวสั่นเทา ละล่ำละลักรายงานด้วยน้ำเสียงขาดห้วง "ม...ม้าเร็วจากชายแดนเหนือส่งข่าวมาด่วนพ่ะย่ะค่ะ... แคว้นตระกูลศัตรูฉีกสนธิสัญญา 10 ปี บุกประชิดค่ายกลหลักทางเหนือแล้ว และ... และเสบียงหลวงทั้งหมดที่ส่งไปประจำการ ถูกสับเปลี่ยนเป็น *'แป้งสาลีผสมผง arsenic (สารหนู)'* ทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ!" สิ้นคำรายงานนั้น ร่างของหลินชิงเซียนที่ยืนอยู่เบื้องหลังก็ชะงักกึก ดวงตาคู่คมเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ...นี่ไม่ใช่แค่เกมการเมืองในเมืองหลวงเสียแล้ว แต่มันคือแผนการล้างบางกองทัพฉินอ๋องทั้งกองทัพ! *ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" มาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ!*
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%