ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 22

กับดักในงานล่าสัตว์

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นอายสนุ่นปืนและกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาปะทะนาสิก ท่ามกลางความเงียบงันของราวป่าเบื้องหน้า มู่หรงเหยียนมิได้หันกลับไปมองมือสังหารที่เพิ่งสิ้นลมลงด้วยกระบี่เดียวของตน ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองไปยังเงาร่างนับสิบที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่หลังแนวพุ่มไม้หนาทึบอย่างรวดเร็ว งานล่าสัตว์ประจำปี ณ อุทยานหลวงในยามนี้ หาใช่สถานที่สำหรับสำราญพระทัยของเชื้อพระวงศ์อีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นลานประหารกลางแจ้งที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างประณีตโดยฝีมือของศัตรูทางการเมือง "เสด็จพี่... ดูท่าทางสุนัขจนตรอกพวกนี้ จะลงทุนลงแรงไม่น้อยทีเดียว" เสียงหวานใสดังกังวานขึ้นเบาๆ จากด้านหลัง หลินชิงเซียนก้าวเท้าออกมาจากเงาไม้ใหญ่ นางสวมชุดขี่ม้าผ้าไหมปักดิ้นเงินเข้ารูป ทับด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ขับให้ใบหน้างามล่มเมืองนั้นดูโดดเด่นและเยือกเย็นยิ่งขึ้น ในมือเรียวบางที่สวมถุงมือหนังอย่างดีไม่ได้ถือคันธนูเหมือนสตรีสูงศักดิ์ทั่วไป ทว่ากลับถือหน้าไม้กลยุทธ์สูงที่นางเพิ่งปรับแต่งกลไกด้วยตนเองจากยุค 80 ผสานกับภูมิปัญญาโบราณ มู่หรงเหยียนปรายตามามองชายาของตน แววตาดุดันอำมหิตที่เคยใช้มองศัตรูพลันอ่อนแสงลงวูบหนึ่ง แต่ความกังวลยังคงฉายชัดภายใต้กรอบหน้าคมคาย "เจ้าไม่ควรตามเข้ามาในเขตป่าชั้นในเช่นนี้ ชิงเซียน ที่นี่อันตรายเกินไป" "หากหม่อมฉันไม่ตามเข้ามา ท่านอ๋องผู้เกรียงไกรคงต้องเสียเวลาจัดการกับพวกสุนัขลอบกัดเหล่านี้จนหมดแรงข้าวต้มกระมังครับ... เอ๊ย มิใช่ หมายถึง จนหมดเรี่ยวแรงต่างหากเล่าเพคะ" ชิงเซียนยิ้มเยาะมุมปาก นางแกล้งเอ่ยแซoสามีด้วยความอารมณ์ดี แม้สถานการณ์รอบกายจะถูกปิดล้อมด้วยมือสังหารฝีมือฉกาจจากสำนักยุทธ์ไร้เงาก็ตาม ฉินอ๋องแค่นเสียงในลำคออย่างขัดใจระคนเอ็นดู "ปากคอเราะร้ายเช่นนี้ สมควรถูกลงทัณฑ์นัก... ไว้เสร็จเรื่องนี้ ข้าจะค่อยๆ คิดบัญชีกับเจ้า" บรรยากาศรอบกายพลันตึงเครียดขึ้นอีกครั้งเมื่อเสียงฝีเท้าและเสียงใบไม้ไหวกรอบแกลบดังระรัวรอบทิศทาง ลูกธนูอาบยาพิษนับร้อยดอกแหวกอากาศพุ่งตรงเข้ามายังจุดที่ทั้งสองยืนอยู่ดั่งหามจั่ว! *ฉับ!* มู่หรงเหยียนสะบัดชายเสื้อคลุมครั้งหนึ่ง พลังลมปราณภายในที่แผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นยักษ์ซัดสาด ปัดเป่าลูกธนูเหล่านั้นให้ร่วงหล่นลงพื้นราวกับใบไม้ร่วง แต่ทว่า... นั่นเป็นเพียงการโจมตีระลอกแรกเท่านั้น "ระวัง ยาพิษเคลือบatสกัดจากดอกอวิ๋นหลัน... ออกฤทธิ์ทำให้เส้นเอ็นชาภายในสามลมหายใจ" ชิงเซียนตวัดหน้าไม้กลในมือ ยิงลูกดอกสามดอกออกไปพร้อมกันอย่างแม่นยำ เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นจากพุ่มไม้ทึบเบื้องซ้าย ร่างของมือสังหารในชุดดำสนิทร่วงหล่นลงมากองกับพื้นทันที "เจ้าคอยระวังหลังให้ข้า" มู่หรงเหยียนกล่าวเสียงต่ำ มือหนากำด้ามกระบี่ประจำกายแน่น เส้นเลือดที่ข้อมืองูดูนูนเด่นชัดบ่งบอกถึงพลังโทสะที่กำลังพุ่งพล่าน "วันนี้ ต่อให้มันส่งมือสังหารมาทั้งสำนัก ข้าก็จะสับพวกมันให้เป็นชิ้นๆ มิให้เหลือแม้แต่ซาก" การต่อสู้ในป่าลึกดำเนินไปอย่างดุเดือดและเลือดเย็น ร่างของมือสังหารล้มตายลงทีละคนๆ ด้วยกระบวนท่าอันเฉียบขาดของฉินอ๋องผู้ช่ำชองสนามรบ และลูกดอกอาบยาสลบสูตรพิเศษของแพทย์หญิงมือหนึ่งแห่งยุค 80 ทั้งสองประสานสอดคล้องกันได้อย่างไร้ที่ติ ราวกับรำดาบรับส่งกันมานับร้อยปี ทว่า ท่ามกลางความชุลมุนนั้น สายตาคมกริบของชิงเซียนกลับเหลือบไปเห็นความผิดปกติบางอย่างบนยอดไม้สูง เงาร่างหนึ่งในชุดสีเทากลมกลืนกับเปลือกไม้กำลังง้างคันธนูขนาดใหญ่ ลูกธนูเคลือบสารเรืองแสงสีเขียวเข้มพุ่งเป้าตรงมายังกลางหลังของมู่หรงเหยียนที่กำลังติดพันอยู่กับศัตรูเบื้องหน้า! "ระวังเพคะ!" ชิงเซียนไม่ลังเลแม้แต่น้อย นางพุ่งตัวเข้าใส่สามีแล้วผลักเขากระเด็นออกไปจากวิถีลูกธนู เสียงแหวกอากาศดังขึ้นพร้อมกับความเจ็บแปล๊บที่หัวไหล่ขวา ลูกธนูอาบยาพิษดอกนั้นปักทะลุเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาวจนกลายเป็นสีดำคล้ำทันทีที่สัมผัสถูกเนื้อ "ชิงเซียน!" มู่หรงเหยียนเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำขึ้นมาในชั่วพริบตา ราวกับสัตว์ป่าที่สูญเสียคู่ใจ พลังลมปราณระเบิดออกอย่างไร้การควบคุมจนต้นไม้รอบบริเวณหักโค่นลงมาเป็นแถบๆ พริบตาเดียว ร่างของมือสังหารบนยอดไม้ก็ถูกกระบี่ของฉินอ๋องพุ่งทะลุทรวงอกอย่างไร้ความปราณี เลือดสดๆ สาดกระเซ็นย้อมผืนหิมะและใบไม้แห้งเป็นสีแดงฉาน ชายหนุ่มพุ่งเข้ามาประคองร่างของภรรยาไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยขณะที่เอื้อมไปสัมผัสบาดแผลที่หัวไหล่ "เจ้า... เหตุใดจึงโง่เขลาเช่นนี้ ใครใช้ให้เจ้าเอาตัวมาบังธนูให้ข้า!" ชิงเซียนกัดริมฝีปากแน่น ใบหน้าเริ่มซีดเซียวเนื่องจากพิษร้ายกำลังแล่นเข้าสู่กระแสเลือด แต่นางยังคงฝืนยิ้มมุมปากและกล่าวด้วยน้ำเสียงติดตลกตามนิสัย "หม่อมฉัน... แค่ไม่อยากให้ท่านอ๋อง... กลายเป็นพ่อหม้ายเมียตายแต่ยังหนุ่มหรอกนะ... อีกอย่าง... ท่านยังติดหนี้คำอธิบายเรื่องสนตระกูลหลiuกับหม่อมฉันอยู่นะครับ..." มู่หรงเหยียนเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความโกรธแค้น เกลียดชัง และความหวาดกลัวที่สูญเสียหลอมรวมกันอยู่ในอกจนแทบกระอักเลือด เขารีบใช้พลังภายในกดจุดสกัดพิษบริเวณหัวไหล่ให้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับฉีกชายเสื้อของนางมาพันแผลให้อย่างเบามือที่สุด "อย่าเพิ่งพูดอะไรทั้งสิ้น" น้ำเสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทว่า ในขณะที่มู่หรงเหยียนกำลังจะอุ้มร่างของนางขึ้นเพื่อเร่งกลับไปยังค่ายพักแรม สายตากลับเหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างที่ตกอยู่ข้างศัตรูมือสังหารคนสุดท้าย มันคือ "ป้ายคำสั่ง" สลักรูปหมาป่าสามหัว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของ "องค์ชายรอง" ผู้เป็นอนุชาต่างมารดา และเป็นคู่แข่งคนสำคัญในการแย่งชิงบัลลังก์! ไม่เพียงเท่านั้น ที่ด้านหลังป้ายคำสั่งนั้น ยังมีคราบน้ำตาเทียนสีชาดประทับตราลับจาก "ตำหนักใน" ซึ่งเป็นของพระสนมเอกผู้ทรงอำนาจ... มู่หรงเหยียนหรี่ตาลงอย่างอันตราย รังสีสังหารแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนอากาศรอบตัวแทบจะแข็งตัว ความแค้นบทใหม่ถูกขีดเขียนขึ้นในใจของแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดแล้ว ทว่า ก่อนที่ทั้งสองจะทันได้ขยับตัวออกจากจุดเกิดเหตุ เสียงฝีเท้าจำนวนมากพร้อมคบเพลิงสว่างไสวก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกขององครักษ์ประจำตัว "ท่านอ๋อง! พระชายา! พวกท่านอยู่แถวนี้หรือไม่ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้..." องครักษ์หลวงก้าวพ้นพุ่มไม้ออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงักงิ้น—ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นกำลังโอบกอดพระชายาที่บาดเจ็บสาหัส ท่ามกลางซากศพมือสังหารเกลื่อนกลาด และในวินาทีนั้นเอง สายตาของมู่หรงเหยียนก็สังเกตเห็นบางสิ่งบนปลายธนูอีกดอกที่ตกอยู่ใกล้เท้าขององครักษ์หลวง—มันคือสัญลักษณ์ "ดอกไม้เหล็ก" ประจำหน่วยองครักษ์ลับขององค์รัชทายาท หาใช่ขององค์ชายรองอย่างที่ป้ายคำสั่งพยายามชี้นำ! *ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" มาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ!*
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%