ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 2

สวนกลับด้วยเข็มเงินเล่มเดียว

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
กลิ่นอายจางๆ ของกำยานบัวหิมะลอยวนอยู่ในตำหนักอิงฮวา ตัดกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ที่โชยมาจากถ้วยกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามในมือของหลินชิงเซียน สรรพเสียงรอบด้านราวกับถูกดูดหายไปสิ้น เหลือเพียงเสียงลมหายใจระทึกขวัญของเหล่าบ่าวไพร่ที่หมอบราบลงกับพื้นเรือน ปลายรองเท้าปักลายเมฆมงคลสีทองของท่านอ๋องมู่หรงเหยียนหยุดนิ่งอยู่เบื้องหน้า ห่างออกไปเพียงคืบเดียว ดวงเนตรคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายคู่นั้นกวาดมองร่างอรชรที่ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างาม ไม่มีความหวาดกลัวเจือปนแม้แต่น้อยในแววตาคู่คมกริบดั่งหยกสลักของนาง "ในเมื่อเจ้ายังไม่อยากตาย... งั้นก็ดื่มถ้วยนี้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองต่อหน้าเปิ่นหวางเสียสิ" พระสุفهเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพยัคฆ์หนุ่มในป่าลึก เต็มไปด้วยอำนาจกดดันที่พร้อมจะบดขยี้ทุกชีวิตให้แหลกสลาย อนุภรรยาเยว่ซินซินที่นั่งซบหน้าสะอื้นไห้ซบตักมารดาบุญธรรมอยู่มุมห้อง ลอบยعรยิ้มเยาะหยันอยู่ใต้ร่มเงาแขนเสื้ออย่างได้ใจ นางเป็นผู้ลงมือใส่ 'ผงปรอทไร้ลักษณ์' ลงไปในชาถ้วยนั้นด้วยมือตนเอง พิษร้ายนี้ไม่มีทางตรวจสอบได้ด้วยเครื่องเงินธรรมดา เมื่อตกถึงท้อง ชะตากรรมของหลินชิงเซียนมีแต่ต้องกระอักเลือดตายตกตามกันไปอย่างอัปยศ ทว่านางย่อมไม่รู้เลยว่า สตรีที่ยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าในยามนี้ หาใช่คุณหนูในห้องหอผู้ไร้เดียงสาอีกต่อไปแล้ว หลินชิงเซียนปรายตามองถ้วยชาในมือ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างเยือกเย็น ริมฝีปากอิ่มสีชาดขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากังวานชัดเจนไปทั่วตำหนัก "ท่านอ๋องทรงบัญชา มีหรือที่หม่อมฉันผู้เป็นชายาเอกจะกล้าขัดขืน... เพียงแต่ การดื่มสุราหรือชาเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ย่อมต้องกระทำด้วยความยุติธรรม ท้องพระโรงแห่งนี้กว้างขวางนัก ไฉนเลยท่านอ๋องจึงไม่ให้เกียรติลอง 'ชิม' ดูก่อนเล่าเพคะ?" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน บรรยากาศภายในห้องพลันเงียบกริบลงชั่วขณะ มู่หรงเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างหนาอย่างน่าสะพรึงกลัว กล้าดียังไง ถึงกล้าท้าทายอำนาจของเขาต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้? "เจ้ากล้าท้าทายเปิ่นหวาง?" น้ำเสียงของมู่หรงเหยียนเย็นเยียบราศีก้อนน้ำแข็งพันปี "หม่อมฉันมิกล้า เพียงแต่..." ชิงเซียนก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างสูงใหญ่ของสามีอย่างไม่เกรงกลัว อาภรณ์ผ้าไหมปักลายหงส์สีเพลิงพลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดิน กลิ่นกายหอมกรุ่นจางๆ ของสมุนไพรโชยปะทะนาสิกของท่านอ๋องผู้เยือกเย็น ชั่วขณะหนึ่ง มู่หรงเหยียนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาดอกท้อที่ฉายแววเฉลียวฉลาดล้ำลึกเกินกว่าสตรีทั่วไป "ในเมื่อน้องรองเยว่ซินซินเป็นผู้ต้มชากา Xี้นี้ด้วยตนเอง และยืนกรานว่าหม่อมฉันเป็นคนวางยาพิษทำร้ายนาง ไฉนเราไม่แบ่งน้ำชาในถ้วยนี้ออกเป็นสองส่วน แล้วให้คุณรองเยว่ร่วม 'ดื่ม' เป็นเพื่อนหม่อมฉันเล่าเพคะ? หากหม่อมฉันตาย... นางก็ได้สะใจ หากหม่อมฉันรอด... ความจริงย่อมปรากฏชัดเจน ยุติธรรมยิ่งกว่าการกล่าวหาลอยๆ มิใช่หรือเพคะ?" เยว่ซินซินหน้าถอดสีทันที ร่างบางสั่นสะท้านราวกับลูกนกตกน้ำ นางรีบผุดลุกขึ้นแล้วโผเข้ากราบกรานแทบเท้าของมู่หรงเหยียนทันที น้ำตาไหลพรากอาบแก้มอย่างน่าเวทนา "ท่านอ๋อง... อย่าทรงฟังนางเพคะ! นาง... นางบ้าไปแล้ว ชานี้เป็นชาบรรณาการชั้นดีที่หม่อมฉันตั้งใจต้มถวายท่านอ๋องกับพระชายา ไฉนหม่อมฉันจะกล้าดื่มร่วมกับคนใจคออำมหิตเช่นนี้เล่าเพคะ พระชายาคงกลัวความผิด จึงคิดหาทางดึงหม่อมฉันไปตายด้วยกัน ฮือๆ..." เสียงร่ำไห้ฟูมฟายของเยว่ซินซินเรียกร้องความสงสารได้อย่างยอดเยี่ยม บ่าวไพร่หลายคนเริ่มซุบซิบนินทา มองหลินชิงเซียนด้วยสายตารังเกียจและหวาดระแวง ทว่าหลินชิงเซียนกลับไม่สะทกสะท้าน นางเพียงแต่หัวנסเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเย้ยหยันปรากฏชัดเจน "กลัวหรือ? หรือว่า... เจ้ารู้อยู่แก่ใจว่าในชานี้มีอะไรซ่อนอยู่กันแน่?" สิ้นคำพูดนั้น ชิงเซียนไม่รอช้า นางพลิกข้อมืออย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ เข็มเงินยาวสามนิ้วที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อถูกดึงออกมา ปักฉึกลงไปในถ้วยชากระเบื้องเคลือบอย่างแม่นยำ เพียงชั่วลมหายใจเดียว เมื่อนางดึงเข็มเงินนั้นขึ้นมา ปลายเข็มที่เคยเป็นสีเงินยวง กลับกลายเป็นสีดำสนิทรากับถ่านไฟ! เฮือก! เสียงสูดลมหายใจเข้าพร้อมกันดังขึ้นทั่วทั้งตำหนัก บ่าวไพร่ต่างพากันหน้าซีดเผือด คุกเข่าหมอบกราบลงกับพื้นจนตัวสั่นเทา ยุคสมัยนี้ การวางยาพิษในเรือนหลังถือเป็นความผิดมหันต์ และหลักฐานชิ้นนี้ก็เด่นชัดเกินกว่าจะปฏิเสธได้ มู่หรงเหยียนก้มมองเข็มเงินสีดำในมือของชายาตนเอง แววตาดุร้ายวับวามขึ้นด้วยประกายเพลิงแห่งความกริ้วโกรธ ร่างสูงใหญ่แผ่ไอสังหารรุนแรงจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน เขากวาดสายตากลับมามองอนุภรรยาตัวดีที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับคนตาย ไร้ซึ่งสีเลือดบนใบหน้า "เยว่ซินซิน..." สุรเสียงของมู่หรงเหยียนต่ำลึก เยือกเย็นจนน่ากลัว "เจ้าอธิบายมาซิ ว่าเหตุใดเข็มเงินของพระชายา ถึงได้เปลี่ยนเป็นสีดำเช่นนี้!" "ท... ท่านอ๋อง หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ! นาง... นางต้องใช้กลลวงอันใดแน่ๆ เพคะ หม่อมฉันถูกใส่ร้าย!" เยว่ซินซินกรีดร้องเสียงหลง ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด พยายามคลานเข้าไปเกาะชายเสื้อของท่านอ๋อง แต่กลับถูกปลายเท้าหนาสะบัดออกอย่างไร้เยื่อใย หลินชิงเซียนแย้มยิ้มเยือกเย็น นางก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังดิ้นรนของอนุภรรยาจอมมารยา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้ได้ยินกันทั่วทั้งเรือน "เจ้าบอกว่าชาถ้วยนี้บริสุทธิ์นักมิใช่หรือ? ในเมื่อเจ้าไม่ยอมดื่มเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ เช่นนั้น... ข้าจะช่วย 'สงเคราะห์' ให้เจ้าได้ลิ้มรสมันด้วยตนเองก็แล้วกัน!" รวดเร็วยิ่งกว่าความคิด หลินชิงเซียนฉวยจังหวะที่เยว่ซินซินกำลังอ้าปากปฏิเสธ บีบกรามของอีกฝ่ายด้วยแรงอันมหาศาลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความบอบบาง ก่อนจะกรอกน้ำชาพิษในถ้วยครึ่งหนึ่งลงคอของอนุภรรยาจอมมารยาโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย! "แค่กๆ! อึก... แค่ว...!" เยว่ซินซินเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า มือทั้งสองข้างตะกุยลำคอของตนเองอย่างทุรนทุราย พยายามอาบน้ำชาพิษนั้นออกมาแต่มันซึมลงคอไปหมดสิ้นแล้ว เพียงชั่วพริบตาเดียว ร่างกายของนางก็กระตุกเกร็ง ดวงหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดทรมาน ก่อนจะอ้าปากสำรอกออกมาเป็นลิ่มเลือดสีดำคล้ำ กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ร่างของเยว่ซินซินทรุดฮวบลงนอนดิ้นเร่าๆ บนพื้นพรมปักลายหกมงคล ลมหายใจติดขัดรวยริน ดวงตาสีดำเบิกค้างด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว ก่อนที่สติจะดับวูบลงไปท่ามกลางกองเลือดของตนเอง ความเงียบงันปกคลุมตำหนักอิงฮวาอีกครั้ง บ่าวไพร่ต่างหมอบกราบตัวสั่นงันงก ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ไม่มีใครคาดคิดว่าพระชายาเอกผู้เลอโฉม จะมีความเด็ดขาดและเลือดเย็นถึงเพียงนี้ เพียงใช้เข็มเงินเล่มเดียวและยุทธวิธีตาต่อตาฟันต่อฟัน นางก็สามารถพลิกสถานการณ์จากผู้ถูกกล่าวหา กลายเป็นผู้พิพากษาที่ลงทัณฑ์ศัตรูได้อย่างงดงามไร้ที่ติ หลินชิงเซียนปัดมือเบาๆ ราวกับเพิ่งปัดฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนอาภรณ์ นางหันกลับมาสบตากับท่านอ๋องมู่หรงเหยียนที่กำลังจ้องมองนางด้วยประกายตาซับซ้อน คมกริบ และเต็มไปด้วยความสนใจอย่างลึกซึ้งที่ไม่อาจซ่อนเร้นได้อีกต่อไป "ท่านอ๋องเพคะ..." ชิงเซียนแย้มยิ้มละไม เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้ความเกรงกลัว "คนผู้นี้คิดใช้พิษร้ายปลิดชีพหม่อมฉันซึ่งเป็นพระชายาเอก โทษฐานตามกฎมณเณียรบาลคือโบยจนตายแล้วโยนทิ้งนอกจวน... ท่านอ๋องคงไม่คิดจะขัดขวางความยุติธรรมครั้งนี้กระมังเพคะ?" มู่หรงเหยียนไม่ตอบคำ เขาก้าวเข้าไปหาหญิงสาวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า รังสีดุร้ายรอบตัวผ่อนคลายลงเล็กน้อย เหลือไว้เพียงประกายตาคมปลาบที่มองสำรวจภรรยาเอกของตนเองราวกับกำลังค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังดวงตาดอกท้อคู่นั้น ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดและชวนติดตามถึงขีดสุดนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบของมหาเล็กหน้าตำหนักก็ดังแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบ พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนก "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ราชโองการด่วนจากห้องเครื่องหลวง... มีพระบรมราชโองการลับจากฮ่องเต้ สั่งให้ท่านอ๋องนำกองกำลังทหารบุกเข้าตรวจค้น 'คลังอาศัยลับ' ทางทิศเหนือของเมืองหลวงในคืนนี้ทันทีพ่ะย่ะค่ะ!" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความมันส์สะใจในบทนี้ด้วยนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%