ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 24

ถ้ำลับและความจริงในอดีต

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เศษหินขนาดเท่ากำปั้นร่วงหล่นลงกระทบพื้นศิลาเบื้องล่าง เกิดเสียงก้องกังวานในความมืดมิด ชวนให้น่าอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและหินผาผสมปนเปไปกับกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรไป๋จื่อที่ติดอยู่บนกายของสตรีผู้เลอโฉม ท่ามกลางความเวิ้งว้างภายในถ้ำลึกแห่งนี้ มีเพียงแสงสลัวจากคบเพลิงอันริบหรี่ที่ปักไว้บนผนังหิน ทอดเงาทอดยาวของคนทั้งสองให้ทาบทับกันราวกับพันธนาการที่ไม่มีวันหลุดพ้น หลินชิงเซียนขยับกายเล็กน้อย ชุดฮั่นฝูผ้าต่วนปักลายเมฆสีครามของนางเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นผงจากการถล่มของปากทางเข้าเมื่อครู่ เครื่องประดับปิ่นหยกขาวบนมวยผมหลุดหล่นจนเส้นผมสีดำสนิทเคลียคลออยู่ข้างแก้มเนียนนวล นางกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวดั่งลำเทียนตรวจชีพจรบริเวณข้อมือของบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าสามีด้วยความเงียบงัน "บาดแผลที่หัวไหล่ซ้ายถูกกระทบกระเทือน เลือดลมเดินไม่สะดวก หากท่านยังดื้อดึงโคจรพลังภายในเพื่อพังผนังหินออกไปตามอำเภอใจ เกรงว่าเส้นเอ็นแถบนั้นคงได้พิการไปตลอดชีวิตแน่ครับ... อ้อ ไม่สิ หมายถึง ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่คงไม่ยอมให้ตัวเองกลายเป็นคนพิการให้ผู้ใดหัวเยาะหรอกกระมัง" น้ำเสียงของนางเจือแววประชดประชันเล็กน้อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน มู่หรงเหยียน หรือฉินอ๋องผู้เย็นชาและดุร้าย นั่งพิงแผ่นหลังกว้างเข้ากับผนังถ้ำเย็นเยียบ ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีมองสตรีตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ชุดคลุมปักลายมังกรห้ากรงเล็บสีดำสนิทของเขาขาดวิ่นเผยให้เห็นแผงอกกว้างและรอยแผลเป็นจากสนามรบที่บ่งบอกถึงความโชกโชน แม้ในยามที่ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ไร้ซึ่งอำนาจกองทัพนับแสนคอยคุ้มกัน รัศมีอำนาจและไอสังหารรอบกายเขาก็ยังคงแผ่ซ่านออกมาราวกับสัตว์ป่าทรงภูมิที่บาดเจ็บ "เจ้ากล้าสั่งสอนเปิ่นหวางตั้งแต่เมื่อใดกัน หลินชิงเซียน" เสียงทุ้มต่ำพญาอินทรีเอ่ยขึ้นแหบพร่า รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก "หรือเจ้าคิดว่าติดอยู่ในถ้ำมืดทึบกับเปิ่นหวางเพียงลำพังแล้ว จะไม่มีผู้ใดกล้าลงโทษความสามหามของเจ้า?" "ลงโทษหรือเพคะ?" ชิงเซียนแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางผละมือจากการตรวจอาการบาดเจ็บ ขยับถอยหลังเว้นระยะห่างอย่างระมัดระวัง แม้พื้นที่จะจำกัด ดวงตาคู่สวยสุกสกาวดั่งดวงดาวในยามค่ำคืนจ้องมองตรงไปยังดวงตาของเขาอย่างไร้ความหวาดกลัว "ท่านอ๋องโปรดจำใส่ ภายในรัศมีสามก้าวนี้ ข้าคือแพทย์ผู้กุมความเป็นความตายของท่าน หากข้าปล่อยให้พิษไข้กำเริบหรือแผลอักเสบจนท่านสิ้นใจที่นี่ ใครเล่าจะเป็นคนช่วยท่านแก้ข้อกล่าวหาเรื่องกบฏจากราชสำนัก" คำพูดของนางเฉียบคมดั่งใบมีดที่อาบยาพิษ แทงทะลุเข้าไปถึงใจกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ มู่หรงเหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่ซึมผ่านผนังหินดังติ๋งๆ เป็นจังหวะ หัวใจของยอดบุรุษผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใดกำลังสั่นไหวด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาด เขามองสตรีตรงหน้า นางมิใช่คุณหนูในห้องหอผู้ใด นางคือปีศาจตัวน้อยที่ทะลุมิติมาพร้อมกับสติปัญญาที่เหนือล้ำกว่าคนยุคนี้หลายร้อยปี และที่สำคัญ... นางมองทะลุผ่านเกราะป้องกันอันหนาทึบของเขาเข้าไปถึงตัวตนที่แท้จริง "เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว..." มู่หรงเหยียนเอ่ยขึ้นแผ่วเบา น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความเวิ้งว้างลึกล้ำ "คนฉลาดมักอายุสั้น หลินชิงเซียน เหตุใดเจ้าจึงไม่ยอมเป็นสตรีโง่เขลาเบาปัญญาที่รอวันถูกสามีทอดทิ้งตามธรรมเนียมเล่า" "เพราะข้าไม่ใช่พวกยอมจำนนต่อโชคชะตาอย่างไรล่ะเพคะ" ชิงเซียนถอนหายใจยาว นางทิ้งตัวลงนั่งบนก้อนหินอีกฝั่ง ปล่อยให้ความเหนื่อยล้าจากการหลบหนีมือสังหารเมื่อครู่เข้าจู่โจม "ท่านคิดว่าข้าอยากแต่งเข้ามาในจวนอ๋องที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและยาพิษนักหรือ? หากเลือกได้ ข้าคงไปเปิดโรงหมอรักษาชาวบ้าน ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในยุคสมัยของข้า... เอ่อ หมายถึง ในดินแดนที่สงบสุขไปนานแล้ว" มู่หรงเหยียนขมวดคิ้วมุ่นกับคำพูดแปลกประหลาดที่หลุดออกมาจากปากนางบ่อยครั้ง "ยุคสมัยของเจ้า? เจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้าไม่ใช่บุตรสาวเสนาบดีหลินผู้เรียบร้อยอ่อนหวานคนนั้นหรอกหรือ?" ชิงเซียนชะงักไปเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตากับบุรุษตรงหน้า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ที่ปิดไม่มิด ความลับที่นางเก็บซำไว้นานนับตั้งแต่ข้ามมิติมาผ่านร่างนี้ กำลังถูกบีบให้ต้องเปิดเผยท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำแห่งนี้ "ท่านอ๋องเคยเชื่อเรื่องวิญญาณข้ามภพหรือไม่เพคะ?" ชิงเซียนยิ้มเยาะตัวเอง "ร่างนี้คือหลินชิงเซียนตัวจริง แต่จิตวิญญาณภายใน... คือแพทย์สนามจากอนาคตที่ผ่านการผ่าตัดท่ามกลางเสียงระเบิดและควันปืนมานับไม่ถ้วน ข้าไม่ใช่สตรีที่ร้องไห้ฟูมฟายเพราะถูกสามีหมางเมิน ข้าคือผู้หญิงที่พร้อมจะถีบหัวส่งบุรุษเฮงซวยทุกคนที่กล้ามาขวางทางเดินของข้า!" คำประกาศกร้าวท่ามกลางความเงียบสงบทำให้มู่หรงเหยียนนิ่งงันไปเนิ่นนาน เขาไม่เคยได้ยินวาจาใดที่อาจหาญเช่นนี้มาก่อนในชีวิต สตรีทุกคนต่างก้มหน้าคุกเข่าต่อหน้าเขา สั่นเทาด้วยความหวาดกลัวหรือพยายามประจบสอพลอเพื่อแย่งชิงความโปรดปราน มีเพียงนาง... สตรีผู้นี้ที่ยืนหยัดเผชิญหน้ากับเขาด้วยศักดิ์ศรีที่เท่าเทียม แทนที่จะโกรธเกรี้ยว มู่หรงเหยียนกลับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความระคนทึ่งและ... ความโล่งอกอย่างประหลาด "แพทย์สนามจากอนาคตอย่างนั้นหรือ..." เขาทวนคำด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มลึกที่หาได้ยากยิ่ง "มิน่าเล่า มือคู่นั้นจึงรักษาอาการบาดเจ็บประหลาดได้ และฝีปากของเจ้าจึงคมคายบาดลึกยิ่งกว่ากระบี่เหล็กกล้า" บรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายลงทีละน้อย ความตึงเครียดที่เคยกดทับถูกแทนที่ด้วยความเงียบสงบที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ มู่หรงเหยียนขยับกายเข้าใกล้ชิงเซียนอีกนิด แม้จะยังเจ็บแผลที่หัวไหล่ แต่วิสัยของยอดนักรบไม่เคยยอมแพ้ต่อความอ่อนแอ เขาใช้สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้านวลเนียนที่เปื้อนฝุ่นดินของนาง "แล้วเหตุใด... เจ้าจึงเลือกที่จะช่วยเปิ่นหวางในค่ำคืนนี้?" น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้น แววตาคู่นั้นสะท้อนภาพเงาของนางเพียงผู้เดียว "หากเจ้าปล่อยให้เปิ่นหวางตายในเหตุการณ์ลอบสังหารนี้ ชีวิตในจวนอ๋องของเจ้าจะยิ่งสุขสบาย ไร้ผู้ใดมาบงการ และเจ้าอาจจะได้รับอิสรภาพอย่างที่ต้องการ เหตุใดต้องเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องบุรุษใจร้ายเช่นเปิ่นหวางด้วย?" ชิงเซียนชะงักไป ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางไม่คิดว่าเขาจะยิงคำถามนี้ใส่ตรงๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาในอกอย่างไม่ทันตั้งตัว นางเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความสั่นไหวในแววตา "ใครบอกว่าข้าช่วยท่านเพราะพิศวาสท่านกัน? ข้าแค่ไม่อยากเป็นหม้ายขันหมากและถูกพวกสุนัขจิ้งจอกในราชสำนักรุมทึ้งต่างหาก... อีกอย่าง..." นางหยุดคิดไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ท่านเองก็... ไม่ได้เลวร้ายจนเกินไปนักหรอกเพคะ" มู่หรงเหยียนนิ่งอึ้งไปกับคำตอบนั้น หัวใจที่ด้านชามานานนับปีจากการฆ่าฟันในสนามรบและการหักเหลี่ยมเฉือนคมในราชสำนัก กลับรู้สึกราวกับมีกระแสความอบอุ่นไหลผ่านเข้ามาเติมเต็มช่องว่างอันว่างเปล่า เขายื่นมือหนาออกไปหมายจะแตะปอยผมที่เคลียแก้มของนาง ทว่า... ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวก็ดังขึ้นจากปากทางเข้าถ้ำ! เศษหินขนาดมหึมาและฝุ่นควันตลบอบอวลพวยพุ่งเข้ามาภายใน ความสั่นสะเทือนทำให้คบเพลิงบนผนังดับวูบลง เหลือเพียงความมืดมิดสนิทที่เข้าปกคลุมชั่วพริบตา มู่หรงเหยียนไม่รอช้า เขาพุ่งตัวเข้าคว้าเอวบางของหลินชิงเซียนเข้าสู่อ้อมอกกว้างทันที ร่างกายกำยำใช้แผ่นหลังของตนเองปกป้องนางจากเศษหินที่กำลังร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน กลิ่นกายบุรุษผสมกลิ่นเลือดจางๆ และไออุ่นจากอ้อมกว้างของเขาโอบล้อมนางไว้ทั้งหมด "จับเปิ่นหวางไว้ให้แน่น!" เสียงทุ้มต่ำตวาดก้องท่ามกลางเสียงก้อนหินถล่ม ชิงเซียนซบหน้าลงกับแผงอกกว้างของเขา มือเรียวคว้าจับสาบเสื้อสีดำสนิทของเขาไว้แน่น หัวใจของนางเต้นระรัวไม่ใช่เพราะความกลัวตาย แต่เป็นเพราะความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของกันและกัน และในความมืดมิดนั้นเอง แสงไฟสว่างวาบจากคอยาวของคบเพลิงใหม่ที่ถูกจุดขึ้นจากด้านนอกก็สาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นเงาร่างของบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่ตรงปากทางเข้าถ้ำที่ถูกเปิดออก บุรุษในชุดคลุมสีขาวสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากเงินครึ่งซีก ปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก "ฮ่าๆๆๆ ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่... ไม่นึกเลยว่าจะมาติดกับดักแมวป่าในหลุมพรางตื้นเขินเช่นนี้" เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังขึ้น กวาดบรรยากาศทั้งหมดให้ดิ่งลงสู่เหวแห่งอันตรายอีกครั้ง มู่หรงเหยียนหรี่ตาลงอย่างดุร้าย แววตาฉายประกายสังหารรุนแรง มือข้างหนึ่งกระชับกริบซ่อนรูปข้างเอวเตรียมพร้อมรับมือ ทว่าก่อนที่เขาจะทันขยับตัว บุรุษสวมหน้ากากเงินกลับเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้ลมหายใจของหลินชิงเซียนสะดุดกึก "เกรงว่าท่านอ๋องคงต้องเลือกระหว่าง... พาชายารักหนีตายออกไปตอนนี้ หรือจะอยู่ที่นี่เพื่อฟังความจริงว่า ใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังการสังหารมารดาแท้ๆ ของท่านเมื่อสิบปีก่อน!" ดวงตาของมู่หรงเหยียนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างกายกำยำแข็งทื่อไปชั่วขณะ (ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และสนับสนุน "เฉินเว่ยสายลุย" มาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ!)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%