เสียงโลหะกระทบกันครั้งหนึ่งในความเงียบงัน ย่อมดังกว่าเสียงฟ้าร้องนับพันครั้งในฤดูคิมหันต์
"ปัง!"
จอกสุราชั้นดีทำจากหยกขาวเนื้อดีลวดลายมังกรห้าเล็บร่วงหล่นลงกระทบพื้นหินอ่อนในพลับพลาล่าสัตว์หลวง เสียงแตกกระจายดังก้องไปทั่วอาณาบริเวณที่รายล้อมด้วยเหล่าขุนนางชั้นผู้ใหญ่และเชื้อพระวงศ์นับร้อยชีวิต บรรยากาศที่เคยคิกคักครื้นเครงจากการล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานหลวงเมื่อครู่ กลับพลันเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดจางๆ ที่โชยมาตามสายลมหนาว
มู่หรงเหยียน หรือฉินอ๋องผู้กุมอำนาจกองทัพพายัพสามแสนนาย ประทับนั่งนิ่งสนิทบนเก้าอี้พนักพิงไม้จันทน์แดงแกะสลักลวดลายพยัคฆ์ทะยานเมฆ พระเนตรคมกริบดั่งใบมีดน้ำพี้กวาดมองร่างขององครักษ์เงาที่นอนหายใจรวยรินอยู่เบื้องพระพักตร์ ลูกธนูอาบยาพิษสีม่วงเข้มปักคาอยู่ตรงหัวใจ—มันคือธนูประจำกองกำลังอารักขาของรัชทายาท
"ฮ่าๆๆ... ฉินอ๋อง ช่างน่ายินดีนักที่ฝ่าบาททรงรอดพ้นจากคมเขี้ยวพยัคฆ์คลั่งในป่าลึกมาได้ แต่ดูท่า... สัตว์ร้ายในป่าคงไม่น่ากลัวเท่าสัตว์ร้ายที่สวมชุดขุนนางนั่งอยู่ ณ ที่นี้กระมัง"
เสียงทุ้มต่ำกังวานเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน หลินชิงเซียน ชายาเอกผู้เลอโฉม ก้าวพระบาทออกมาจากด้านหลังของพระสวามี ชายผ้าคลุมยาวปักดิ้นทองลายดอกโบตั๋นลู่ลมตามจังหวะการเคลื่อนไหว นางอยู่ในชุดนักล่าสัตว์สตรีตัดเย็บด้วยผ้าแพรไหมเนื้อหนาสสีนิลกาฬ ขับเน้นให้เรือนร่างระหงดูสง่างามเด็ดเดี่ยว ปิ่นหยกขาวบนมวยผมสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงก้าวเดิน ทว่าแววตาคู่คมกลับทอประกายเยียบเย็นเฉียบขาดดั่งเซียนโอสถผู้ปลิดชีพคนได้ด้วยเข็มเงินเล่มเดียว
ขุนนางฝ่ายอัครเสนาบดีหลี่หน้าถอดสี เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับยามสบเข้ากับดวงตาคู่นั้น เขารีบก้าวออกมาก้มตัวคำนับลนลาน "พระชายาโปรดทรงตรัสระวังด้วย พลับพลาแห่งนี้คือสถานที่ชุมนุมของราชสำนัก การกล่าวหาลอยๆ เช่นนี้..."
"กล่าวหาลอยๆ อย่างนั้นหรือใต้เท้าหลี่?" หลินชิงเซียนยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะ นางตบมือเบาๆ สองครั้ง
*แปะ แปะ*
สิ้นเสียงสัญญาณ พลทหารองครักษ์ในชุดเกราะเหล็กดำสนิทก็ลากตัวบุรุษผู้หนึ่งเข้ามาในพลับพลา สภาพของมันสะบักสะบอม เสื้อผ้าขาดวิ่นด้วยร่องรอยการต่อสู้ ทันทีที่ถูกเหวี่ยงลงกับพื้น บุรุษผู้นั้นก็ตัวสั่นเทาน้ำตาไหลพราก รีบโขกหัวโขกพื้นจนเกิดเสียงดังโขกๆ ไม่หยุด
"ท่านอ๋องโปรดไว้ชีวิต! พระชายาโปรดเมตตา! ข้าน้อยเป็นเพียงผู้รับคำสั่ง... เป็นเสนาบดีหลี่ต่างหากที่มอบลูกธนูอาบยาพิษดอกนี้ให้ข้าน้อยลอบปลิดชีพท่านอ๋องในระหว่างการล่าสัตว์!"
ความโกลาหลระเบิดขึ้นทันที เสียงซุบซิบนินทาดังระงมราวกับรังแตนถูกตี เหล่าขุนนางต่างถอยกรูดเว้นระยะห่างจากตระกูลหลี่ราวกับพวกเขากำลังยืนอยู่ใกล้โรคระบาดร้ายแรง
อัครเสนาบดีหลี่หน้าซีดเผือกจนเขียวคล้ำ เขารemember ความเยือกเย็นของฉินอ๋องได้ดี มือที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อสั่นเทารุนแรง "บังอาจ! เจ้าสุนัขรับใช้เดรัจฉาน กล้าดีอย่างไรมากล่าวหาข้า ผู้ใด2สั่งให้เจ้ามาใส่ร้ายข้ากัน!"
"ข้าไม่ได้ใส่ร้าย!" องครักษ์ลับคนนั้นตะโกนลั่น หยิบป้ายคำสั่งทำจากหยกมันสำปะหลังสลักตราประจำตระกูลหลี่โยนออกไปกลางวงล้อม "นี่คือป้ายหยกประจำตัวบุตรชายท่านอ๋องหลี่ที่มอบให้ข้าน้อยไว้เป็นมัดจำครึ่งหนึ่งก่อนลงมือ!"
หลักฐานมัดตัวแน่นหนาไร้ช่องโหว่ หลินชิงเซียนก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างมู่หรงเหยียน นางก้มตัวลงกระซิบเบาๆ ข้างพระ कर्ण ของสวามีด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลัง "ท่านอ๋อง... หม้อข้าวใบใหญ่ใบนี้ หากเราไม่ทุบให้แตกตั้งแต่วันนี้ เกรงว่าวันหน้าพวกมันคงคิดจะปีนขึ้นมานั่งบนบัลลังก์มังกรแทนแล้วกระมังครับ"
มู่หรงเหยียนมิได้เอ่ยวาจาใดๆ พระองค์เพียงปรายพระเนตรมองชายารักแวบหนึ่ง แววตาดุร้ายเยือกเย็นที่เคยใช้พิฆาตศัตรูในยุทธสนามบัดนี้กลับเจือด้วยความระคนเอ็นดูและพึงพอใจอย่างลึกซึ้ง พระหัตถ์หนายื่นไปกุมมือเรียอบางของนางไว้แน่น ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองมาด้วยความหวาดผวา
"ดี..." มู่หรงเหยียนเปล่งพระสุรเสียงกังวานดุจสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ทรงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนขุนนางทั้งหลายต้องทรุดตัวคุกเข่าลงกับพื้นโดยอัตโนมัติ "ในเมื่อสุนัขตัวนี้เห่าหอนถึงผู้บงการได้ชัดเจนถึงเพียงนี้ ทหาร... นำตัวอัครเสนาบดีหลี่และบุตรชายไปขังไว้ในคุกใต้ดินมณฑลทหารพายัพ สอบสวนให้สิ้นกระความ หากผู้ใดขัดขวาง... ตัดหัวเสียก่อน!"
สิ้นพระDresสิต ราชองครักษ์นับสิบกรูเข้าไปควบคุมตัวอัครเสนาบดีหลี่ทันที เสียงร้องโหยหวนขอความเมตตาดังลั่นก่อนจะค่อยๆ เงียบหายไปตามระยะทางที่ถูกลากตัวออกไป ทว่าความตึงเครียดในพลับพลาหาได้คลี่คลายลงไม่
มู่หรงเหยียนก้มพระพักตร์ลงมาสบตากับชายาเอก พระโอษฐ์หยักแย้มสรวลน้อยๆ อย่างมีความหมาย ขณะที่หลินชิงเซียนกำลังจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นขันทีเฒ่าคนสนิทของฮ่องเต้ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ในมือประคองถาดไม้สนทองที่คลุมด้วยผ้าแพรสีเหลืองทองอร่าม—พระราชโองการลับ
ขันทีเฒ่าคุกเข่าลงตัวสั่นเทา ยื่นถาดในมือออกไปเบื้องหน้า พร้อมกับเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าที่แทบจะกลืนหายไปกับสายลม
"ฉินอ๋อง... พระชายา... ฝ่ายในส่งพระราชโองการด่วนที่สุดมาถึงท่านอ๋อง... เรื่องการปลดพระชายาเอกและการแต่งตั้งองค์หญิงต่างเมือง... ออกมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
เฉินเว่ยสายลุยขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และสนับสนุนกันมาจนถึงตอนนี้ด้วยนะครับ!
ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ•ตอนที่ 25
ย้อนกลับตลบหลังศัตรู
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ฮูหยินสายซิ่ง พลิกมิติซ่อมอนาคตท่านอ๋องสายดุ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!