"ถ้าคิดจะใช้เส้นสายเข้ามาฝึกงานในบริษัทผม อย่างน้อยคุณก็น่าจะมีความละอายใจพอกับการลากเส้นตรงให้มันขนานกับกระดาษไขสักหน่อยนะครับ รวินันท์"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือแววเย้ยหยันดังขึ้นอย่างไม่ไว้หน้า ท่าالإضاءةสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะสถาปนิกส่องกระทบสันกรามคมคายของ กรณ์ (กรณภัทร) ชัดเจน ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกโน้มตัวลงท้าวแขนกับโต๊ะทำงานไม้สัก ห่างจากกระดาษร่างแบบของรุ่นน้องปีสี่ไม่ถึงหนึ่งคืบ สายตาคู่คมที่มักจะนิ่งสงบราวกับผิวน้ำในยามปกติ บัดนี้กลับวาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิดระคนผิดหวัง
รวินันท์ หรือ รัน ยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะฝั่งตรงข้าม ใบหน้าหวานที่มักจะประดับด้วยรอยยิ้มกวนประสาทเสมอในยามปรกติ บัดนี้เรียบตึง ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยแรงพายุอารมณ์ที่กำลังก่อตัวขึ้นภายใน ชายหนุ่มรุ่นน้องแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ
"ถ้าพี่กรณ์ใช้สายตาที่จ้องจับผิดผม ไปเพ่งเล็งสัดส่วนโครงสร้างตึกระฟ้าโปรเจกต์ล่าสุด ป่านนี้เสาเข็มคงไม่ร้าวรานจนลูกค้าวิ่งโร่มาฟ้องหรอกมั้งครับ" รันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน ชนิดที่คนฟังถึงกับคิ้วกระตุก
กรณ์ขบกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ความกดดันจากรูปร่างสูงใหญ่และรัศมีของสถาปนิกมือทองแผ่ซ่านจนบรรยากาศในห้องประชุมเล็กอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น แต่น่าแปลก... รันไม่มีทีท่าว่าจะถอยหลังหนีเลยสักนิด ซ้ำยังเชิดหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ อย่างท้าทาย
ก่อนที่ศึกย่อยระหว่างสถาปนิกปากแข็งกับรุ่นน้องปีสี่สายป่วนจะลุกลามไปมากกว่านี้ เสียงเคาะประตูก็กรีดแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นเสียก่อน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
"ผมรบกวนเวลาอันมีค่าของคู่หูคู่นี้หรือเปล่าครับเนี่ย"
เสียงนุ่มนวลทว่ากวนประสาทดังขึ้นพร้อมกับการผลักบานประตูไม้เปิดกว้าง ธีรเดช สถาปนิกหนุ่มคู่แข่งทางธุรกิจและอดีตรุ่นพี่ตัวแสบก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวอย่างถือวิสาสะ ใบหน้าประดับรอยยิ้มพิมพ์ใจที่ดูปลอมเปลือกในความรู้สึกของกรณ์เสียเหลือเกิน
รันหันไปมองผู้มาใหม่แวบหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับมาที่สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ผู้เป็นเจ้าของห้อง มุมปากหยักสวยยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ เป็นรอยยิ้มที่ทำให้กรณ์อยากจะคว้าไม่บรรทัดเหล็กตีมือไอ้เด็กแสบคนนี้นัก
"พี่ธีรเดชมาพอดีเลยครับ" รันเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นสดใสขึ้นมาทันทีราวกับพลิฝ่ามือ "พอดีพี่กรณ์เขากำลังวิจารณ์แบบร่างของผมว่าไร้ค่าอยู่พอดี ถ้าพี่ธีรเดชไม่รังเกียจ ช่วยดูให้หน่อยสิครับว่ามันแย่ขนาดที่ต้องเอาไปทิ้งถังขยะตามที่พี่กรณ์บอกจริงหรือเปล่า"
ธีรเดชเลิกคิ้วอย่างสนใจ เดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กวาดสายตามองกระดาษไขแผ่นใหญ่ที่เต็มไปด้วยเส้นสเกตช์มือและตัวเลขคำนวณยั้วเยี้ย รอยยิ้มบนใบหน้าของคู่แข่งตัวฉกาจปรากฏชัดขึ้น
"อืม... โครงสร้างOrganic Architecture ผสมผสานกับแนวคิด Minimalist แบบนี้ กล้าเล่นดีนี่รัน" ธีรเดชเอ่ยชม ออกอาการทึ่งไม่น้อย "ถึงเส้นจะไม่เนี้ยบกริบแบบพิมพ์เขียวคอมพิวเตอร์ แต่ไอเดียเรื่องการใช้วัสดุธรรมชาติหมุนเวียนนี่มันเฉียบคมมากนะ กรณ์ นายตาบอดหรือเปล่าถึงมองไม่เห็นศักยภาพในตัวน้องเขา"
กรณ์แค่นเสียง "หึ" ออกมาดังๆ ดวงตาคมกริบเหลือบมองธีรเดชด้วยความรู้สึกรังเกียจระคนระแวง เขารู้ดีว่ารุ่นพี่ตัวแสบคนนี้ไม่ได้หวังดีอะไร แค่ต้องการเข้ามาปั่นป่วนและหาทางดึงตัวรันไปอยู่บริษัทคู่แข่งก็เท่านั้น
"ถ้าชอบนัก ก็เชิญเอาไปปั้นต่อที่บริษัทของคุณสิครับ ธีรเดช" กรณ์ตอกกลับเสียงเย็นเยียบ "ที่นี่คือบริษัทสถาปนิก ไม่ใช่โรงเรียนอนุบาลที่จะมานั่งปลอบใจเด็กทำผิดพลาดแล้วบอกว่า 'เก่งมากครับลูก' งานออกแบบมันต้องใช้ความรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่ความอาร์ตตามอำเภอใจ"
รันหุบยิ้มทันที ความรู้สึกเจ็บจี๊ดแล่นแปลบขึ้นมาในอก คำว่า 'เด็กทำผิดพลาด' และ 'ความอาร์ตตามอำเภอใจ' จากปากของคนที่เขาแอบชื่นชมฝีมือมาตลอด มันช่างคมกริบเสียยิ่งกว่าคัตเตอร์ตัดกระดาษ
รันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวน มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบกระดาษไขแผ่นนั้นขึ้นมาม้วนเก็บอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววท้าทาย บัดนี้กลับเรียบนิ่ง เย็นชา และเต็มไปด้วยความถือดีที่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ
"ถ้าผลงานของผมมันรกหูรกตาพี่กรณ์นักล่ะก็..." รันเว้นจังหวะ น้ำเสียงราบเรียบแต่สั่นน้อยๆ อย่างควบคุมได้ยาก "พรุ่งนี้ผมจะเอาแบบร่างฉบับสมบูรณ์ที่ผ่านการคำนวณโครงสร้างทุกตารางนิ้วมาวางบนโต๊ะนี้ใหม่"
กรณ์มองหน้าเด็กหนุ่มนิ่ง ไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมา
"แต่ถ้าฉบับหน้ามันสมบูรณ์แบบจนพี่หาจุดติไม่ได้แม้แต่จุดเดียว..." รันก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะ โน้มตัวลงไปกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน "...พี่ต้องเลี้ยงกาแฟผมหนึ่งเดือนเต็ม ห้ามปฏิเสธเด็ดขาดครับ สถาปนิกมือทอง"
สิ้นคำท้าทาย รันก็หมุนตัวหันหลังเตรียมเดินออกจากห้องทันทีโดยไม่รอฟังคำอนุญาต
แต่ทว่า... ก่อนที่มือเรียวจะได้สัมผัสกับลูกบิดประตู เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของกรณ์ก็ดังขัดขึ้นเสียก่อน จนรันต้องชะงักฝีปากและหยุดยืนนิ่ง
"เดี๋ยวก่อน รวินันท์..."
รันเหลียวหลังกลับมามองช้าๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย
กรณ์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาหาเขาอย่างมั่นคง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งรันต้องเป็นฝ่ายถอยหลังไปชนกับบานประตูไม้โดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษและกาแฟคั่วเข้มลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะ
ดวงตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่ยอมหลบหนี ระยะประชิดนี้ทำให้รันสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย
"ถ้าพรุ่งนี้แบบร่างของคุณยังมีข้อผิดพลาดแม้แต่จุดเดียว..." กรณ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมฝีปากของรัน จนคนฟังถึงกับกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "...คุณต้องลาออกจากโปรเจกต์นี้ แล้วมาเป็นเบ๊ส่วนตัวคอยชงกาแฟให้ผมที่โต๊ะทำงานทุกวัน... ไปตลอดกาล"
รันเบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความตื่นตระหนกวับผ่านเข้ามาในแววตาก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มท้าทายที่มุมปากตามสไตล์คนไม่ยอมคน
"deal ครับ พี่กรณ์" รันกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าไม่แพ้กัน ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคู่คมอย่างไม่มีใครยอมใครในระยะประชิดที่อันตรายที่สุด
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังระอุถึงขีดสุด เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วขึ้นสามครั้งติด พร้อมกับร่างของ 'พศิน' ผู้จัดการฝ่ายโครงการที่ผลพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกจนหน้าซีดเผือด
"คุณกรณ์ครับ! แย่แล้วครับ! แบบจำลอง 3D ของโปรเจกต์เดอะรีสอร์ทเกิดระบบล่มกลางดึก ไฟล์ข้อมูลทั้งหมด... หายเกลี้ยงอย่างไร้ร่องรอยครับ!"
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนมหายุทธ์คนนี้เสมอนะครับ*
สถาปนิกปากแข็งกับน้องปีสี่สายป่วน•ตอนที่ 2
พิมพ์เขียวพังไม่เป็นท่า
ผลงานโดย มหายุทธ์ไร้เทียมทาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มหายุทธ์ไร้เทียมทาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแข็งกับน้องปีสี่สายป่วน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!