รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 14

แผนล่อลวงของนายตัวแสบ

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"ฉันบอกแกแล้วไงไอ้เติร์ด ว่าวิธีนี้มันปัญญาอ่อนสิ้นดี!" เสียงโวยวายของโซ่ดังลั่นห้องครัว ท่ามกลางกองกระดาษลิสต์รายการของใช้จิปาถะที่กองอยู่เต็มโต๊ะกินข้าว เจ้าตัวกำลังยืนเท้าเอว หน้ามุ้งมิ้งด้วยความหงุดหงิด ขณะที่มือข้างหนึ่งก็ชี้หน้าไอ้เพื่อนตัวดีที่นั่งไขว่ห้างกินขนมเคี้ยวกร้วมๆ อย่างไม่สะทกสะทกทสะท้าน "ปัญญาอ่อนตรงไหนวะคุณสถาปนิกตัวแสบ นี่มันคือ 'ยุทธศาสตร์กระชับพื้นที่' ต่างหากเล่า!" เติร์ดลอยหน้าลอยตาเถียงกลับ พร้อมกับหันไปขอแนวร่วมจากบูมที่กำลังนั่งกดโทรศัพท์มือิกๆ อยู่ข้างกัน "จริงไหมวะไอ้บูม?" "เออ กูเห็นด้วยกับไอ้เติร์ด" บูมเงยหน้าขึ้นมาสมทบด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อย "มึงดูสภาพพวกมึงสองคนช่วงนี้ดิ เดินสวนกันทีนี่บรรยากาศอย่างกับสงครามโลกครั้งที่สาม เย็นชาใส่กันจนตู้เย็นที่ห้องเกือบจะกลายเป็นขั้วโลกเหนืออยู่ละ ถ้าไม่หาข้ออ้างให้ไปติดเกาะ... เอ้ย! ไปติดอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ตสองต่อสอง มีหวังแก่ตายคาเฟรนด์โซนทั้งคู่แน่นอนครับเพื่อน" โซ่หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธหรือความเขินที่ถูกจับไต๋ได้กันแน่ "ใครเฟรนด์โซนกับไอ้คุณชายขี้เก๊กนั่นไม่มีทาง! กูเกลียดขี้หน้ามันจะตายอยู่แล้ว คนอะไรปากเสียแถมยังชอบกวนประสาท..." "อ้าว... นินทาอะไรผมอยู่หรือเปล่าครับ คุณรูมเมตตัวแสบ" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางประตูหน้าห้อง ทำเอาโซ่สะดุ้งโหย่งจนเกือบทำปากกาในมือหล่นพื้น กันต์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดลำลองสบายๆ เสื้อยืดสีดำสนิทที่ขับให้ผิวขาวๆ ยิ่งดูโดดเด่น มือหนากำลังถอดหมวกแก๊ปออกพร้อมกับเสยผมชื้นเหงื่อเล็กน้อย ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ในห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างโปร่งของโซ่ที่ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ไอ้เด็กวิศวะปี 3 ปราบเซียนคนนี้ปรากฏตัวถูกจังหวะราวกับติด GPS ไว้ที่ตัวโซ่! "เปล่าสักหน่อย! ใครนินทามึง บ้าเหรอ!" โซ่รีบปฏิเสธเสียงสูง กลบเกลื่อนด้วยการคว้ากระดาษลิสต์รายการของใช้ขึ้นมาบังหน้าตัวเองไว้ "แล้วนี่กลับมาทำไมเร็วนักวะ นึกว่าจะไปสิงอยู่สนามบอลจนมืดค่ำซะอีก" กันต์ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มแบบที่โซ่ลงความเห็นในใจมาตลอดว่าเป็นรอยยิ้ม 'ชวนหาเรื่อง' ที่สุดในสามโลก ร่างสูงเดินตรงเข้าไปใกล้เรื่อยๆ จนโซ่ต้องก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ กระทั่งแผ่นหลังชนเข้ากับเคาน์เตอร์ครัว "ก็..." กันต์หยุดยืนเว้นระยะห่างแค่คืบ ก้มหน้าลงมามองคนตัวเล็กกว่าที่ตอนนี้ทำตาโตเลิกลั่ก "ได้ยินเสียงคนแถวนี้แว้ๆ มาตั้งแต่หน้าลิฟต์ ว่าคิดถึงผม... เอ้ย! ว่ากำลังพูดถึงผมอยู่ ก็เลยรีบเดินกลับมาดู กลัวว่ารูมเมตผมจะคิดถึงจนทนไม่ไหว" "ใครคิดถึงมึงไอ้กันต์! มะ... มึงถอยไปเลยนะ ตัวเหม็นเหงื่อจะตายชัก ออกไปห่างๆ เลย!" โซ่ใช้มือผลักอกแกร่งเบาๆ แต่มีหรือที่คนตัวโตกว่าจะสะเทือน กลับกลายเป็นว่ากันต์ถือโอกาสรวบข้อมือทั้งสองข้างของโซ่ไว้ด้วยมือข้างเดียวอย่างง่ายดาย ส่วนมืออีกข้างก็หยิบกระดาษลิสต์รายการในมือโซ่ออกมาพลิดูหน้าหลัง บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะลดอุณหภูมิลงไปอีกหลายองศา เมื่อใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้ม โซ่แทบไม่กล้าหายใจ หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นโครมครามดังจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน สายตาคมคู่นั้นพราวระยับเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ แพรวพราว... เป็นคำเดียวที่ผุดขึ้นมาในหัวของโซ่ทุกครั้งที่โดนกันต์แกล้งแบบนี้ "อ๋อ... รายการซื้อของเข้าห้อง?" กันต์เลิกคิ้วอ่านข้อความในกระดาษ "นมสด, ไข่ไก่, ผักสด, แล้วก็น้ำยาล้างห้องน้ำ... นี่พวกแกใช้ชีวิตกันยังไงวะถึงต้องให้คุณชายโซ่มาลิสต์ของพวกนี้เนี่ย" "ก็ของมันหมด! ปล่อยกูได้แล้วไอ้กันต์ คนยิ่งรีบๆ อยู่" โซ่ดิ้นขลุกขลัก พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่กันต์ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยแถมยังกระชับข้อมือแน่นขึ้นอีกนิด ในจังหวะวิกฤตนั้นเอง เติร์ดกับบูมที่นั่งดูละครฉากใหญ่มาสักพักก็ส่งซิกสบตากันทันที เป็นไปตามแผนเป๊ะ! "เออ จริงด้วยวะไอ้โซ่!" เติร์ดแกล้งร้องทักเสียงดังกลบเกลื่อน "นี่ก็เย็นมากแล้ว ของในตู้เย็นก็เกลี้ยงเกลา ถ้าไม่รีบไปซื้อตอนนี้ มีหวังคืนนี้พวกเราได้อดตายกันพอดี" "ใช่ๆ มึงสองคนนั่นแหละควรเป็นคนไปซื้อ" บูมรีบเสริมทัพทันควัน "พวกกูสองคนเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ขอพักร่างก่อน แกสองคนนั่นแหละรูมเมตเจ้าของห้องโดยตรง ไปช่วยกันเลือกของมาเลยนะ ห้ามปฏิเสธด้วย!" โซ่หันขวับไปมองเพื่อนรักทั้งสองคนด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย *'ไอ้เพื่อนทรยศ พวกมึงขายกูอีกแล้วใช่ไหม!'* โซ่ส่งโทรจิตด่ากราดผ่านทางสายตา แต่เติร์ดกับบูมกลับทำเป็นมองไม่เห็น แถมยังทำเนียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถเล่นกันหน้าตาเฉย "อืม... น่าสนใจดีนะ" เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นเหนือศีรษะ โซ่สะดุ้งรีบหันกลับมามองกันต์ทันที รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่หายไปแล้ว แทนที่ด้วยแววตาเจ้าแผนการที่ทำเอาโซ่รู้สึกเสียวสันหลังวาบ กันต์ปล่อยข้อมือบางให้เป็นอิสระ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ากุญแจรถยนต์ที่วางอยู่บนโต๊ะมาควงเล่นในมือ "ในเมื่อเพื่อนรักเขาอุตส่าห์เปิดทางให้ขนาดนี้แล้ว..." กันต์ก้มลงกระซิบข้างหูโซ่ เสียงทุ้มต่ำพร่าจนขนลุกซู่ "ไปครับ... คุณรูมเมตตัวแสบ ได้เวลาไปเดินซื้อของเข้าบ้านเราแล้วล่ะ" สิบนาทีต่อมา... โซ่ก็ต้องมานั่งหงุดหงิดอยู่บนเบาะข้างคนขับในรถเก๋งคันหรูของกันต์ บรรยากาศภายในรถเงียบสนิท มีเพียงเสียงเพลงคลอเบาๆ จากวิทยุ แต่ความเงียบนั้นกลับทำให้โซ่ยิ่งประหม่าเข้าไปใหญ่ ดวงตาเรียวรีแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนขับเป็นระยะ กันต์ในลุคขับรถนี่มันอันตรายต่อหัวใจชะมัด... เสื้อยืดสีดำพับแขนขึ้นเล็กน้อยเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแขนแข็งแรง มือหนาจับพวงมาลัยมั่นด้วยความชำนาญ สายตาคมมองตรงไปข้างหน้าอย่างมีสมาธิ นิ่งขรึมและดูโตเป็นผู้ใหญ่ จนบางทีโซ่ก็เผลอลืมไปเลยว่าไอ้คนข้างๆ นี้แหละคือกวนประสาทตัวพ่อเวลาอยู่ห้อง "มองอะไรนักหนาครับ หน้าผมมีอะไรติดอยู่หรือไง" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่ละสายตาจากถนน โซ่สะดุ้งรีบหันขวับมองกระจกหน้ารถทันที "ใครมองมึง อย่าหลงตัวเองน่าไอ้กันต์ กูแค่สำรวจความเรียบร้อยต่างหาก เผื่อมึงขับรถพาไปลงข้างทาง กูจะได้หาทางหนีทีไล่ทัน" กันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่โซ่ยอมรับเลยว่า... โคตรจะมีเสน่ห์เลยให้ตายสิ "ปากเก่งจริงๆ นะเรา" กันต์หันมามองแวบหนึ่งก่อนจะเลี้ยวรถเข้าสู่ลานจอดรถของซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ "ลงไปครับ ถึงสนามรบของเราแล้ว" ทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถ ความเย็นฉ่ำจากแอร์ของซูเปอร์มาร์เก็ตก็ปะทะเข้ากับผิวกาย โซ่เดินกอดอกตามหลังกันต์ต้อยๆ พลางบ่นงึมงำในลำคอเรื่องที่ถูกเพื่อนแกงหม้อใหญ่ ส่วนกันต์ก็จัดการหยิบรถเข็นคันใหญ่ออกมาด้วยท่าทางสบายๆ "อ่ะ... นี่ลิสต์รายการของ" โซ่โยนกระดาษแผ่นยับเยินใส่inoอกกันต์ "มึงรับหน้าที่เข็นรถแล้วก็หยิบของตามนี้ ส่วนกูจะเดินไปโซนขนมขบเคี้ยวฝั่งนู้น ใครเสร็จก่อนเจอกันที่แคชเชียร์นะ" พูดจบร่างโปร่งก็ทำท่าจะหมุนตัวเดินหนี แต่มีหรือที่กันต์จะยอมปล่อยให้แผนกระชับพื้นที่หลุดลอยไปง่ายๆ มือหนาเอื้อมไปคว้าฮู้ดด้านหลังเสื้อของโซ่ไว้ทัน ทำให้คนที่กำลังจะเดินจ้ำอ้าวต้องเซถอยหลังกลับมาชนอกกันต์พอดี "เฮ้ย! ดึงเสื้อกูทำไมเนี่ย" โซ่โวยวาย หน้ามุ่ย "ใครเขาให้แยกกันเดินเล่า" กันต์ปรายตามองกระดาษในมือ "นี่มันของใช้ส่วนรวมในห้องนะเว้ย ต้องช่วยกันเลือกสิถึงจะถูก อีกอย่าง... ถ้าปล่อยให้เดินคนเดียว เดี๋ยวหนีไปแอบซื้อลูกอมขนมหวานไร้สาระอีก ผมขี้เกียจตามเช็ดตามล้าง" "นี่! กูไม่ใช่เด็กๆ นะเว้ย กูจะซื้ออะไรมันก็เรื่องของกู!" "แต่เงินในกระเป๋าตอนนี้เป็นเงินกองกลางที่เราตกลงกันไว้ ดังนั้น... ต้องอยู่ในความควบคุมของผมครับ" กันต์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด ก่อนจะถือวิสาสะคว้าข้อมือบางให้มาเดินเคียงข้างกันในรถเข็นคันเดียวกัน โซ่หน้าแดงซ่าน รีบสะบัดข้อมือออกทันที แต่กันต์ก็เปลี่ยนมาเป็นใช้นิ้วก้อยเกี่ยวชายเสื้อกันหนาวของโซ่ไว้แทน เพื่อป้องกันไม่ให้คนดื้อรั้นหลุดมือหนีไปไหน "เดินดีๆ อย่าดื้อน่า" กันต์กระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมนิดหน่อย แต่กลับมีอิทธิพลต่อหัวใจของโซ่จนแปลกประหลาด บรรยากาศในซูเปอร์มาร์เก็ตช่วงค่ำค่อนข้างเงียบสงบ แสงไฟสีนวลตาจากหลอดไฟนีออนทอดเงาทับซ้อนกันบนพื้นผิวขัดมัน สองคนเดินเคียงคู่กันไปตามทางเดินแคบๆ ที่เต็มไปด้วยชั้นวางสินค้า นานๆ ทีจะมีบทสนทนาโต้เถียงกันเรื่องยี่ห้อแชมพูหรือรสชาติของขนมขบเคี้ยว แต่ทุกครั้งที่เถียงกัน... มุมปากของกันต์มักจะยกยิ้มเอ็นดูเสมอ ขณะที่โซ่ก็ได้แต่ทำหน้าฮึดฮัดกลบเกลื่อนความเขินที่เริ่มลามเลียไปทั่วใบหู ความรู้สึกแปลกใหม่บางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆท่ามกลางกลิ่นหอมจางๆ ของโซนผลิตภัณฑ์ซักผ้า จนกระทั่งพวกเขาเดินมาถึงโซนสินค้าลดราคาพิเศษที่อยู่มุมอับสายตา ผู้คนค่อนข้างบางตา บริเวณนั้นมีชั้นวางสินค้าโครงเหล็กสูงตระหง่านตั้งอยู่ สต๊อกสินค้ากล่องใหญ่ถูกวางซ้อนกันระเกะระกะเพื่อรอการจัดเรียง โซ่ก้มหน้าก้มตาเช็ครายการของในมือ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า... กล่องกระดาษลังใบใหญ่ที่ตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของเชลฟ์กำลังเอียงตัวลงมาด้วยแรงสั่นสะเทือนจากรถเข็นของลูกค้าคนอื่น "เฮ้ย! โซ่ ระวัง!" เสียงทุ้มตะโกนลั่นด้วยความตกใจ พร้อมกับร่างสูงที่พุ่งเข้ามาคว้าตัวโซ่เข้าสู่อ้อมอกอย่างรวดเร็วแรงกระแทกทำให้ทั้งคู่เซถอยหลังไปชนกับชั้นวางสินค้า เสียงกล่องกระดาษลังหล่นกระแทกพื้นดัง *ตุ้บ!* สนั่นหวั่นไหว โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ แต่ทว่า... ท่าทางในตอนนี้มันชวนให้หัวใจหยุดเต้นเสียยิ่งกว่าอุบัติเหตุเมื่อครู่ กันต์กอดรัดเอวบางไว้แน่นเพื่อปกป้อง ใบหน้าคมอยู่ห่างจากใบหน้าหวานของโซ่ไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มแดงก่ำ ดวงตากลมโตของโซ่เบิกกว้างด้วยความตกใจ สบเข้ากับดวงตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและประกายระยิบระยับบางอย่างที่โซ่ไม่เคยเห็นมาก่อน เงียบ... โลกทั้งใบเหมือนจะหยุดหมุนไปชั่วขณะ ไม่มีเสียงโวยวาย ไม่มีมุกตลกโบ๊ะบ๊ะ มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นโครมครามแข่งกันในความเงียบ โซ่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะละลายหายไปกับอ้อมกอดนี้ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการเล่นกีฬาเมื่อช่วงเย็น ยิ่งทำให้สติสตางค์ของโซ่กระเจิดกระเจิงไปไกลลิบ "เอ่อ... มะ... มึง ปล่อยกูได้แล้ว" โซ่เอ่ยเสียงตะกุกตะกัก มือเล็กพยายามดันแผงอกแกร่งเบาๆ แต่กันต์กลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน กันต์ก้มมองคนในอ้อมแขนที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู แววตาคมไหววับด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นอยู่ในใจมานาน "ขอบคุณนะที่ช่วย..." โซ่พึมพำเสียงเบาหวิว หลบสายตาคมคู่นั้นไม่ได้ "คราวหน้า... เลิกซุ่มซ่ามสักทีได้ไหมครับ" กันต์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มเจือความห่วงใยอย่างปิดไม่มิด "รู้ไหมว่า... ผมใจหายหมดเลยนะ, ยัยตัวแสบ" คำว่า *'ยัยตัวแสบ'* ที่หลุดออกมาจากปากคนขี้เก๊ก พร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่ไม่เคยให้ใครเห็นมาก่อน ทำให้กำแพงในใจของโซ่พังทลายลงในพริบตาเดียว โซ่เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วช่องท้อง มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความหมั่นไส้... แต่มันคือความรู้สึกแปลกประหลาดที่เรียกว่า 'หวั่นไหว' จนแทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้ว ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังพุ่งทะยานสู่จุดพีค และระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เริ่มลดลงเรื่อยๆ จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน... *Rrrr... Rrrr...!* เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของกันต์แผดเสียงดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูลงอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา กันต์ขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ก็ยอมผายมือออกแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อของ "ไอ้เติร์ด" โทรเข้ามาพอดิบพอดี กันต์ถอนหายใจยาวเหยียด กดรับสายด้วยน้ำเสียงห้วนๆ "มีอะไรวะ กำลังยุ่งอยู่" *(เห้ย! เป็นไงบ้างวะไอ้กันต์ แผนสำเร็จไหม? บรรยากาศพาไปถึงไหนแล้ววะเพื่อน!)* เสียงตะโกนโหวเหวกโวยวายของเติร์ดดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ชนิดที่ว่าต่อให้ไม่ต้องเปิดสปีกเกอร์โฟน โซ่ก็ยังได้ยินชัดเจนเต็มสองรูหู โซ่หน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิม รีบผลักอกกันต์ออกเต็มแรงแล้วก้าวถอยหลังไปสามก้าวทันที กันต์ปรายตามองโทรศัพท์ในมือสลับกับใบหน้าที่ขึ้นสีจัดของโซ่ มุมปากหยักยกยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจกดวางสายใส่เพื่อนสนิทหน้าตาเฉย แล้วหันกลับมามองหน้าโซ่ที่กำลังยืนบิดตัวด้วยความเขินอาย "เมื่อกี้... เราค้างกันตรงไหนนะครับ?" กันต์ก้าวเข้าไปใกล้ชิดอีกครั้งด้วยสายตากรุ้มกริ่ม โซ่ถอยหลังจนสะโพกชนเข้ากับชั้นวางสินค้าอีกรอบ ดวงตากลมโตเลิกลั่กทำอะไรไม่ถูก "มะ... ไม่รู้เว้ย! กูจะไปรอที่แคชเชียร์!" โซ่สะบัดหน้าหนีแล้วจ้ำอ้าวเดินหนีหายไปในฝูงชนอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้กันต์ยืนอมยิ้มอยู่คนเดียวท่ามกลางชั้นวางสินค้า กันต์มองตามแผ่นหลังบางที่เดินหนีด้วยความเอ็นดู ก่อนที่นิ้วเรียจะกดหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ส่งข้อความแชตบางอย่างหาโซ่ที่กำลังเดินหนีไป *[กันต์ตพงศ์]: เดินเร็วระวังสะดุดล้มอีกนะ... แต่ถ้าล้มอีกที ผมอาจจะไม่ได้แค่กอดเฉยๆ แล้วนะตัวเล็ก* ทางด้านโซ่ที่กำลังเดินก้มหน้าก้มตาหนีหัวซุกหัวซุน จู่ๆ โทรศัพท์ในมือก็สั่นเตือนข้อความไลน์เด้งขึ้นมา พอเปิดอ่านประโยคนั้นปุ๊บ... โซ่หยุดเดินกะทันหัน ใบ้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจนแทบจะระเบิด มือบางสั่นระริกด้วยความเขินจัดจนเกือบทำโทรศัพท์ร่วงพื้น สมองขาวโพลนคิดคำตอบโต้ไม่ออกเลยสักคำเดียว! --- ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับ "แบกเป้ท่องโลก" ในตอนนี้มากๆ นะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%