"ถ้ามึงยังหยิบขนมเยลลี่รูปหมีลงตะกร้าอีกห่อเดียว กูจะเอาไอ้รถเข็นคันนี้ชนข้อเท้ามึงจริงๆ ด้วยนะกันต์!"
เสียงโหลกโหลกของโซ่ดังลั่นทางเดินโซนขนมขบเคี้ยวของซูเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ ร่างโปร่งในชุดเสื้อฮู้ดตัวโคร่งกำลังยืนเท้าเอว ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหงุดหงิดผสมกับความเหนื่อยหน่าย ปลายผมยุ่งเหยิงจากการใช้มือขยี้ด้วยความหัวร้อนมาตลอดครึ่งชั่วโมงเต็มของการเดินซื้อของเข้าห้องพัก
ส่วนต้นเหตุของความหงุดหงิด—กันต์ตพงศ์ เดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์ผู้พกมาดนิ่งและรอยยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์ กลับยืนพิงเสาเข็นสินค้าด้วยท่าทางสบายๆ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าอีกข้างหมุนกุญแจรถเล่นอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว สายตาคมกริบมองร่างเล็กที่กำลังพองลมด้วยความหมั่นเขี้ยว
"ก็หมีมันอร่อยดีนี่ครับ... อีกอย่าง หน้าตามันคล้ายใครบางคนแถวนี้ดี เวลาเคี้ยวแล้วเพลินดีด้วย" กันต์ลอยหน้าลอยตาตอบ เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาททำเอาคนฟังคิ้วกระตุกยิกๆ
"ไอ้กันต์! กูบอกให้เลิกเปรียบเทียบกู1กับสัตว์ปัญญาอ่อนพวกนี้สักที!" โซ่แยกเขี้ยวใส่ ทำท่าจะพุ่งเข้าไปประชิดตัวแต่ก็ต้องชะงักเมื่อกันต์ขยับตัวเข้ามาใกล้ก่อน ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับความอบอุ่นที่เป็นอันตรายต่อหัวใจดวงน้อยของสถาปนิกหนุ่ม
กันต์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย ดวงตาทรงเสน่ห์มองตรงเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่เริ่มหลบเลี่ยง "ไม่อร่อยตรงไหน... ตัวก็นิ่ม เคี้ยวหนึบหนับเหมือนกันเปี๊ยบ"
*ตึกตัก... ตึกตัก...*
เสียงหัวใจของโซ่เต้นโครมครามจนกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยิน เจ้าตัวรีบยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างให้ออกจากพื้นที่ส่วนตัว พร้อมกับแกล้งทำเป็นเฉไฉผลักรถเข็นพุ่งไปข้างหน้าอย่างแรงเพื่อกลบเกลื่อนอาการรวนเรที่ควบคุมไม่ได้
"เพ้อเจ้อ! รีบไปซื้อของใช้ส่วนตัวแล้วกลับเหอะ กูง่วงจะตายอยู่แล้ว" โซ่เดินดุ่มๆ ไปข้างหน้า ปากก็บ่นงึมงำ แต่ใบหูที่แดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอกลับฟ้องความจริงทุกอย่างว่ากำลังเขินจนแทบระเบิด
กันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ขายาวก้าวตามร่างเล็กที่เดินจ้ำอ้า1วไม่ยอมหันกลับมามอง การเดินซื้อของชำในเย็นวันอาทิตย์ที่ควรจะเป็นเรื่องน่าเบื่อ กลับกลายเป็นสนามประลองความกวนและสงครามประสาทที่เขาเฝ้ารอมาตลอดสัปดาห์
"โซ่ครับ เดินช้าๆ หน่อยสิครับ... รอดูนี่ก่อน"
กันต์เอ่ยเรียกพร้อมกับเอื้อมมือไปควับด้ามจับรถเข็นไว้ บังคับให้มันหยุดนิ่ง โซ่ชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมามองด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากถาม มือหนาก็หยิบกล่องขนมปังแผ่นหนาสอดไส้ช็อกโกแลตขึ้นมาโชว์หรี่ตา
"อันนี้ลดราคาอยู่ครึ่งนึง... เหมือนโปรโมชั่นหัวใจผมตอนนี้เลยนะ"
โซ่ถึงกับอ้าปากค้าง สมองประมวลผลคำหยอดเลี่ยนๆ นั้นไม่ทัน "ฮะ? มะ... มุกอะไรของมึงเนี่ย โคตรแป้กเลยไอ้บ้า!"
"แป้กแต่เธอก็หน้าแดงนะ" กันต์ยิ้มมุมปาก แววตาสื่อความหมายลึกซึ้งจนโซ่ต้องรีบเบนสายตาหนีไปมองชั้นวางสินค้าข้างๆ แทน หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงยิ่งกว่าตอนวิ่งมาราธอนเสียอีก ทำไมช่วงหลังมานี้ไอ้รูมเมตหน้าตายถึงขยันปล่อยดาเมจใส่เขานักนะ
*Rrrrrrr*
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตในโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของโซ่ดังขึ้นทำลายความเงียบที่ชวนอึดอัด โซ่รีบควักออกมาดูด้วยความโล่งอกราวกับเจอทางรอดชีวิต ปรากฏว่าเป็นข้อความจากกลุ่มแชตแก๊งเพื่อนสนิทที่ตั้งชื่อกลุ่มไว้อย่างน่าตี
[กลุ่ม: แดก เที่ยว เสือก (4)]
*เติร์ดตัวชง*: เป็นไงบ้างวะคู่รักข้าวใหม่ปลามะพร้าว ช็อปปิ้งกันถึงไหนแล้ว อย่าบอกนะว่ายืนสวีทกันจนลืมซื้อผักอะ @โซ่ @กันต์
*บูมขอบวก*: กูพนันร้อยนึงว่าไอ้กันต์ต้องหยอดมุกเสี่ยวใส่โซ่จนหูแดงไปถึงตาตุ่มแล้วแน่ๆ 5555555
*โซ่*: พ่อมนุษย์มนาทั้งสองตัว พวกมึงว่างมากใช่ไหม! มาช่วยกูเข็นรถเดี๋ยวนี้เลยนะเว้ย ไอ้กันต์มันกวนประสาทกูจะไม่ไหวแล้วโว้ย!
*กันต์ตพงศ์*: กำลังเอ็นดูอยู่ครับ อย่าเพิ่งกวนดิไอ้พวกนี้
*เติร์ดตัวชง*: อุ๊ย! ใช้คำว่าเอ็นดูว่ะมึง ไอบ้าเอ้ย เขินแทนเพื่อน
โซ่กัดริมฝีปากตัวเองแน่น นิ้วเรียวกดแป้นพิมพ์ตอบโต้เพื่อนตัวดีอย่างหัวเสีย
*โซ่*: พ่อง! เอ็นดูพ่อมึงสิไอ้เติร์ด เดี๋ยวกลับไปกูจะเอาลังเบียร์ฟาดหัวพวกมึงคนละทีคอยดู!
กันต์มองท่าทางพิมแชตยิกๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว มือหนายื่นไปแย่งโทรศัพท์มือถือจากมือบางมาถือไว้เองหน้าตาเฉย "เฮ้ย! เอาคืนมานะเว้ยไอ้กันต์!" โซ่โวยวาย เขย่งเท้าพยายามจะคว้าโทรศัพท์คืน แต่กันต์กลับชูขึ้นเหนือหัวเพราะส่วนสูงที่ได้เปรียบกว่า
"เลิกสนใจจอแล้วสนใจคนตรงนี้ก่อนสิครับ..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู ทำเอาโซ่ตัวแข็งทื่อ ขยับไปไหนไม่ได้เมื่อวงแขนแกร่งเอื้อมมาโอบกั้นรอบรถเข็นเสมือนขังเขาไว้ในอ้อมกอดกลายๆ "มุกเมื่อกี้... จริงจังนะ ไม่ได้ล้อเล่น"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงจอแจของซูเปอร์มาร์เก็ตเลือนหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงลมหายใจอุ่นๆ และแววตาจริงจังที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความกวนประสาทของกันต์ โซ่สมองตื้อตัน พูดไม่ออก บอกไม่ถูก ทำได้เพียงกะพริบตาปริบๆ หัวใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
แต่ทว่า... ในจังหวะที่หัวใจกำลังจะละลายกลายเป็นน้ำทิพย์นั้นเอง เสียงฝีเท้ารatัตและเสียงเอะอะโวยวายก็ดังแทรกขึ้นมาจากโซนเครื่องดื่มด้านหลัง
"เฮ้ย! หลบทางหน่อยครับ เบรกแตก! เบรกแตกโว้ย!"
ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดพนักงานจัดเรียงสินค้าพุ่งลากรถเข็นบรรจุลังน้ำอัดลมเต็มคันมาด้วยความเร็วสูงโดยปราศจากการควบคุม พุ่งตรงมายังล็อกที่พวกเขายืนอยู่ราวกับพายุทอร์นาโด!
กันต์เบิกตากว้าง สัญชาตญาณความเป็นวิศวกรและผู้ชายปกป้องคนรักทำงานเร็วกว่าความคิด เขารวบเอวบางของโซ่เข้าหาตัวแล้วหมุนตัวหลบวิถีพุ่งชนของรถเข็นมรณะนั่นอย่างฉิวเฉียด เสียงลังกระดาษกระแทกชั้นวางสินค้าดังโครมใหญ่ เรียกความตกใจจากผู้คนรอบข้าง
"ระวัง!" กันต์ตะโกน พร้อมกับกอดร่างของโซ่แน่นจนจมอก แผ่นหลังของกันต์เบียดชิดกับชั้นวางของ ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายที่เกิดขึ้นชั่วพริบตา
เมื่อสถานการณ์สงบลง โซ่ที่ซุกหน้าอยู่กับแผงอกกว้างค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกใจ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ปลายจมูกเกือบจะชนกันอยู่รำคาญ
"มะ... ึง เจ็บตรงไหนรึเปล่า?" โซ่ละล่ำละลักถามด้วยความ เป็นห่วง มือเล็กสำรวจตามร่างกายของคนตัวโตกว่าอย่างลืมตัว
กันต์ไม่ได้ตอบในทันที ดวงตาคมกริบมองสำรวจริมฝีปากอิ่มที่ขยับพูดไม่หยุด ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง แม้สถานการณ์เมื่อครู่น่าหวาดเสียวแค่ไหน แต่พ่อคุณก็ยังไม่วายหาจังหวะหยอด
"เจ็บไม่เท่าไหร่ครับ... แต่ถ้าเธอจะหอมแก้มปลอบขวัญสักฟอด ผมหายเจ็บทันทีเลยนะ"
"ไอ้คนฉวยโอกาส! กูอุตส่าห์เป็นห่วง!" โซ่ตีเข้าที่แขนแกร่งดัง *เพี๊ยะ* แก้imeแดงก่ำด้วยความเขินจัดจนแทบจะระเบิดเป็นโกโก้ครั้นช์
กันต์หัวเราะร่วนอย่างชอบใจ ยอมปล่อยมือออกจากเอวบางแต่โดยดี แต่สายตายังคงพราวระยับด้วยความเอ็นดู "ก็คนมันเขินนี่ครับ... อ้าว เฮ้ย ดูนั่นดิ" กันต์พยักเพเยิดให้โซ่หันไปมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่บนพื้นจากการชุลมุนเมื่อครู่ หน้าจอแสดงผลแชตกลุ่มที่โซ่เผลอกดค้างไว้
ภาพหน้าจอแสดงข้อความเสียงยาวเหยียดที่ถูกส่งออกไปในกลุ่ม **"แดก เที่ยว เสือก"** โดยที่เจ้าตัวยังไม่ได้ตั้งใจกดส่ง แถมระบบยังฟ้องว่า... *มีคนเปิดฟังแล้ว 2 คน*
โซ่หน้าซีดเผือก รีบพุ่งตัวไปควบโทรศัพท์ขึ้นมาดูด้วยความตกใจขีดสุด ข้อความเสียงความยาว 5 วินาทีนั้น... คือเสียงครางฮือด้วยความเขินตอนที่กันต์กอดเขาเมื่อกี้แบบชัดเจนแจ๋ว!
[กลุ่ม: แดก เที่ยว เสือก (4)]
*เติร์ดตัวชง*: โอ้โหหหหหห! เสียงไพเราะเสนาะหูมากครับเพื่อนรัก หวานจนมดขึ้นแชตแล้วเว้ยเฮ้ย!
*บูมขอบวก*: กูกราบความใจกล้าของมึงโซ่ เปิดฉากปล้ำกันกลางห้างเลยเหรอวะ 555555555
*โซ่*: ไอ้... ไอ้พวกเวรตะไล! กูไม่ได้ตั้งใจส่งนะเว้ยยยยยย!
โซ่หน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู ร่างโปร่งทำท่าจะทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความอับจนหนทาง ร้องไห้ก็ไม่ใช่ จะขุดหลุมหนีก็ไม่ทัน แถมต้นเหตุของเรื่องยังยืนยิ้มกรุ้มกริ่มกอดอกมองเขาด้วยสายตากรุ้มกริ่มชวนละลาย
"ส่งหลักฐานมัดตัวแบบนี้... แปลว่ายอมรับเป็นแฟนผมอย่างเป็นทางการแล้วใช่ไหมครับ?" กันต์กระซิบถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนใจสั่น ที่ต่อให้โซ่อยากจะปฏิเสธแค่ไหนก็ไม่มีแรงแม้แต่จะอ้าปากเถียง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับ "แบกเป้ท่องโลก" ในตอนนี้นะครับ
รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 15
รถเข็นพาเพลิน
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!