รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 16

แมวจรตัวน้อยกับคนใจร้าย

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"บอกแล้วไงครับว่าไอ้ตัวนี้มันเข้าห้องไม่ได้!" เสียงทุ้มต่ำของกันต์ตพงศ์ดังลอดออกมาจากหน้าประตูห้องพัก พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีดำสนิทที่กำลังยืนเท้าสะเอว ทำหน้ายุ่งเหยิงราวกับโลกใบนี้กำลังจะแตกสลาย ดวงตาคมกริบมองต่ำลงไปที่พื้นตรงหน้า ซึ่งมีก้อนขนสีส้มปุกปุยขนาดเท่าฝ่ามือ กำลังนั่งเอียงคอทำตาแป๋วส่งเสียงร้อง 'เหมียว...' ออกมาเบาๆ อย่างน่าเอ็นดู "โหน่ง! อย่ามาใจร้ายกับเด็กตาดำๆ นะกันต์ นายดูหน้าเขาสิ ผอมโซขนาดนี้ ถ้าเราไม่ช่วย ป่านนี้โดนหมาแถวนี้คาบไปกินแล้วมั้ง!" ผม หรือ ธนภัทร หนุ่มสถาปัตย์ปีสามที่กำลังสวมผ้ากันเปื้อนลายเป็ดน้อย ย่อตัวลงนั่งยองๆ ใช้สองมือประคองเจ้าแมวจรจัดตัวจิ๋วขึ้นมาแนบอกอย่างทะนุถนอม เจ้าส้มจิ๋วส่งเสียงกรนครางในลำคอด้วยความสบายใจ พร้อมเอาหัวถูไถกับซอกคอผมจนจักจี้ไปหมด "ผมไม่ได้ใจร้ายครับ แต่ผม 'แพ้ขนสัตว์' จำไม่ได้หรือไง หืม?" กันต์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปรับสีหน้าให้ดูจริงจังขึ้น พร้อมกับยกมือขึ้นมาทำท่าโบกไล่ปัดอากาศราวกับกลัวว่าขนแมวจะปลิวมาติดจมูกโด่งๆ ของตัวเอง "แล้วดูสภาพนายตอนนี้สิ อุ้มมันเข้ามาใกล้ขนาดนั้น เดี๋ยวลมพิษก็ขึ้นหลังหรอกคุณสถาปนิก" "แพ้ตรงไหน? วันก่อนยังเห็นไปนั่งลูบหัวหมาพันธุ์โกลเด้นของป้าข้างหอจนมันนอนหงายท้องอยู่เลย แหลเก่งเป็นที่หนึ่ง!" ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูง อุบอิบเจ้าส้มจิ๋วไว้ในอ้อมแขนแล้วเบะปากใส่คนตัวสูงที่สูงกว่าผมเกือบหนึ่งช่วงตัว "ถ้าไม่อยากเลี้ยงก็เรื่องของนาย แต่ฉันจะเลี้ยง! จะตั้งชื่อให้มันว่า 'เจ้าส้มซ่า' ด้วย" "ส้มซ่าอะไรล่ะ ตั้งชื่อเหมือนน้ำพริกแบบนั้น แมวเขามีความเป็นอินเตอร์นะคุณ" กันต์ทำหน้าเหเกร็ง ก่อนจะเดินเข้ามาประชิดตัวผมโดยไม่ทันตั้งตัว ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนผมต้องผอยถอยหลังไปชนกับชั้นวางรองเท้าโดยอัตโนมัติ "แล้วกฎของหอเราเขากห้ามเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไม่ใช่หรือไงครับ หืม... หรืออยากโดนป้าเจ้าของหอปรับเงินเดือนนี้หมดตัวกันล่ะ" กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นความสะอาดเฉพาะตัวของกันต์ลอยเข้าจมูกจนผมเผลอใจเต้นแรงขึ้นมาดื้อๆ ให้ตายสิ... ผู้ชายอะไรวะ ยิ่งใกล้ยิ่งอันตรายต่อหัวใจ "ก็... ก็เราจะแอบเลี้ยงกันเงียบๆ ไง นายก็แค่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ส่วนฉันจะเป็นคนรับหน้าที่ดูแลเจ้าส้มซ่าทุกอย่างเอง สัญญาเลยว่าจะไม่ให้ขนมันปลิวไปโดนหมอนของนายเด็ดขาด!" ผมชูสองนิ้วขึ้นมาทำท่าลูกเสือสำรวม ดวงตากลมโตมองอ้อนวอนคนตรงหน้าแบบสุดฤทธิ์ กันต์นิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ดวงตาสีนิลคู่นั้นกวาดมองเจ้าแมวส้มจิ๋วที่กำลังหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนผม ก่อนจะเหลือบขึ้นมามองหน้าผมที่กำลังลุ้นจนตัวโก่ง ริมฝีปากหยักได้รูปกระตุกยิ้มมุมปากนิดๆ แบบที่เห็นแล้วหมั่นไส้ที่สุด "เฮ้อ... แพ้ทางตลอดเลยให้ตายสิ" กันต์บ่นพึมพำเบาๆ แต่ผมได้ยินเต็มสองหู ก่อนที่มือหนาจะยื่นมาเคาะหน้าผากผมเบาๆ หนึ่งที "ก็ได้ครับ! แต่มีข้อแม้... ถ้าห้องเหม็นกลิ่นอายแมวเมื่อไหร่ นายต้องเป็นคนทำความสะอาดคนเดียวทั้งห้อง เข้าใจไหมครับคุณรูมเมตตัวแสบ" "เย้! กันต์ใจดีที่สุดในสามโลกเลย!" ผมเผลอตัวกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจจนลืมไปว่ากำลังอุบอิบเจ้าส้มจิ๋วอยู่ ทำให้เจ้าตัวเล็กตกใจร้อง 'แง้ว' ออกมาเสียงหลง กันต์ต้องรีบยื่นมือมาประคองเอวผมไว้เพื่อไม่ให้เซไปชนโต๊ะข้างทาง สัมผัสอุ่นจัดจากอุ้งมือหนาที่แนบอยู่ตรงเอวทำเอาผมตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลช้าไปสามวิ "ระวังหน่อยครับ ตัวแค่นี้ทำเป็นซุ่มซ่ามไปได้" เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหูใกล้เกินความจำเป็น จนผมรู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหู ลามไปถึงพวงแก้มที่คงจะแดงแจ๋ไปหมดแล้ว ครึ่งชั่วโมงต่อมา บรรยากาศในห้องพักโทนอบอุ่นก็เปลี่ยนไปราวกับมีสมาชิกใหม่มาเติมเต็มความมีชีวิตชีวา เจ้าส้มจิ๋ว หรือ 'ส้มซ่า' ที่ตอนนี้กินนมแพะอุ่นๆ จนพุงกาง กำลังนอนกลิ้งเกลือกอยู่บนพรมเชือกถักกลางห้องอย่างมีความสุข โดยมีกันต์ที่ตอนแรกบอกว่า 'แพ้ขนแมว' นั่งขัดสมาธิถือไม่ล่อแมวพู่กันขนนก แกว่งไปมาให้เจ้าส้มจิ๋วตะปบเล่นอย่างเพลิดเพลิน พร้อมกับทำเสียงสองเสียงสามที่ผมไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต "โอ๋ๆ เก่งจังเลยครับตัวแค่นี้ ตะปบโดนด้วยนะเนี่ย" ผมที่กำลังยืนถือแก้วกาแฟมองภาพนั้นอยู่มุมห้อง ถึงกับต้องอมยิ้มจนแก้มปริ หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแอบถ่ายรูปโมเมนต์ละมุนละไมนี้เก็บไว้ โดยไม่ลืมที่จะส่งเข้าไลน์กลุ่มแก๊งเพื่อนตัวชงทันที *กลุ่ม: คนหล่อภาระเยอะ (3)* **โซ่:** [ส่งรูปภาพ: กันต์กำลังเล่นกับแมวส้มด้วยรอยยิ้มละมุน] **โซ่:** ด่วนทุกคน! ภาพประวัติศาสตร์ วิศวะหนุ่มผู้หยิ่งยโสโอหัง ตอนนี้กลายร่างเป็นทาสแมวเรียบร้อยแล้วครับ 55555 **เติร์ด:** โอ้โห้คุณน้า! ภาพหายากยิ่งกว่างูมีพิษ ไอ้กันต์เนี่ยนะอุ้มแมว? **บูม:** โซ่ มึงระวังนะเว้ย จากทาสแมวเดี๋ยวแมวจะกลายเป็นหวงเจ้าของ ระวังมันหึงแมว **โซ่:** หึงบ้าบออะไรล่ะ แก๊งนี้มีแต่ความลับเว้ย อุบอิบเลี้ยงกันสองคน ห้ามบอกป้าหอเด็ดขาดนะเว้ยพวกมึง **เติร์ด:** แหม... อยู่ห้องเดียวกัน เลี้ยงแมวด้วยกัน พัฒนาไปอีกขั้นแล้วสินะคู่หูรูมเมต **โซ่:** พ่องงง! ผมพิมพ์ด่าไอ้เติร์ดกลับไปยาวเหยียด ก่อนจะกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วเดินถือแก้วกาแฟเข้าไปใกล้บริเวณพรม ทิ้งตัวลงนั่งขัดสมาธิฝั่งตรงข้ามกับกันต์ "ไหนบอกว่าแพ้ขนสัตว์ไงคุณกันต์ตพงศ์ ทำไมนั่งคลอเคลียกับส้มซ่าซะขนาดนั้นล่ะครับ" ผมแซวพร้อมกับหรี่ตามองอย่างจับผิด กันต์เงยหน้าขึ้นมาจากพื้น รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้ายังไม่ทันจางหาย ดวงตาคมกริบมองตรงมาที่ผมด้วยแววตาบางอย่างที่ทำให้หัวใจผมกระตุกวูบแปลกๆ "ก็... แพ้นะครับ" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทอดเสียงยาวชวนคิด "แพ้แล้วทำไมนั่งเล่นซะเพลินเชียว" "แพ้ขนแมว... แต่ไม่ได้แพ้คนอุ้มแมวสักหน่อยนี่ครับ" *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนข้อความในแอปพลิเคชันแชตส่วนตัวดังขึ้นพร้อมกันพอดี ผมก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนตักตัวเอง หัวใจเต้นโครมครามราวกับมีกลองรัวอยู่ในอก เมื่อเห็นชื่อของคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าส่งข้อความเข้ามาหาผมแบบสดๆ ร้อนๆ **กันต์:** "แล้วก็... รู้ตัวไหมครับว่าเวลานายยิ้มตอนอุ้มเจ้าส้มซ่า มันน่ารักจนฉันเกือบจะแพ้ใจตัวเองอยู่แล้วนะ" ผมเบิกตากว้าง ค้างเติ่งอยู่ท่าเดิม หน้าชาผ่าวจนลามไปถึงใบหู รีบเงยหน้าขึ้นมองคนตรงข้ามทันที แต่ทว่า... กันต์กลับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์แพรวพราวแบบที่ชอบทำเวลาแกล้งผมมาให้ พร้อมกับยื่นมือหนามาเกาคางเจ้าส้มซ่าต่อหน้าตาเฉย ราวกับว่าข้อความเมื่อครู่ไม่ได้ถูกส่งมาจากมือเขาเองอย่างนั้นแหละ! ให้ตายเถอะ... ไอ้คุณชายวิศวะคนนี้ มันชักจะอันตรายเกินไปแล้วนะ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับ "แบกเป้ท่องโลก" ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%