รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 17

ชื่อแมวที่เธอตั้ง

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"นายจะบ้าหรือไง! เอาเจ้าก้อนขนรดน้ำมนต์นี่ออกไปไกลๆ รองเท้าฉันเลยนะ!" เสียงโวยวายของโซ่ดังลั่นห้องนั่งเล่น ท่ามกลางสภาพที่เจ้าสถาปนิกตัวเล็กกำลังยืนเขย่งขาอยู่บนโซฟา มือข้างหนึ่งถือม้วนกระดาษแปลนอาคารชี้ไปทางเจ้าลูกแมวสีส้มลายสลิดตัวจิ๋ว ที่เดินเตาะแตะต้วมเตี้ยมเข้ามาคลอเคลียข้อเท้าของกันต์ที่นั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือพิมพ์อยู่บนเก้าอี้ตัวโปรด กันต์ปรายตามองเพื่อนร่วมห้องที่ตอนนี้สภาพไม่ต่างจากเด็กน้อยกลัวตุ๊กแก มุมปากหนายกยิ้มขึ้นอย่างนึกสนุก เขาวางหนังสือพิมพ์ลงช้าๆ ก่อนจะก้มลงช้อนอุ้งตีนน้อยๆ ของเจ้าเหมียวขึ้นมาไว้ในอุ้งมือใหญ่ เจ้าตัวแสบร้อง 'เหมียว' ออกมาเบาๆ แล้วปีนป่ายขึ้นไปเกาะบนลาดไหล่กว้างของชายหนุ่มราวกับเจอเซฟโซน "ทำเป็นกลัวไปได้โซ่ มันตัวแค่นี้เองนะ หรือที่จริงแล้วนายกลัวว่ามันจะแย่งซีนความน่ารักของนายกันแน่" กันต์เอ่ยแซwด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ แต่แฝงแววตากรุ้มกริ่มที่ชวนให้คนฟังอยากจะหยิบหมอนฟาดหน้าสักที "ใครจะไปเหมือนนายล่ะ หน้าตาก็เหมือนแมวขี้เซา แถมขี้เกียจสันหลังยาวไม่ยอมทำอะไรเหมือนกันเป๊ะ!" โซ่เถียงกลับหน้าดำหน้าแดง แก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโหปนเขินที่โดนอีกฝ่ายมองทะลุปรุโปร่ง ย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน ระหว่างที่พวกเขากำลังเดินกลับจากร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอย เจ้าก้อนขนตัวนี้ก็วิ่งตัดหน้าแล้วพุ่งเข้ามาซุกที่ชายเสื้อกันต์ดื้อๆ แถมยังเกาะติดไม่ยอมปล่อยจนพวกเขาต้องจำใจพาขึ้นมาบนห้องพักชั้นสี่นี่ด้วยกัน และดูเหมือนว่าเจ้าเหมียวตัวนี้จะถูกชะตากับกันต์เป็นพิเศษเสียด้วย เพราะไม่ว่าจะขยับไปไหน มันก็มักจะเดินตามต้อยๆ เหมือนเงาตามตัว "ไหน ลองมองหน้ามันชัดๆ สิครับคุณสถาปนิก" กันต์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาประชิดตัวโซ่ที่ยังคงยืนอยู่บนโซฟา ส่งผลให้ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันแค่คืบ "นายว่ามันเหมือนใคร หน้าตาดื้อรั้น ปากเปราะ แถมเวลาไม่พอใจชอบทำแก้มป่องใส่" โซ่สะดุ้งเฮือกเมื่อถูกรุกประชิดตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นอายความสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของกันต์ลอยเข้าเตะจมูกจนสมองประมวลผลแทบไม่ทัน ดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลคู่คมที่พราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ "ก... ก็ไม่ได้เหมือนใครสักหน่อย! นายอย่ามามั่วซั่วแถวนี้ได้ไหม ถอยไปเลยนะ!" โซ่ผลักอกแกร่งเบาๆ แต่กันต์กลับทำตัวราวกับภูเขาลดเลี้ยว ไม่ยอมขยับเขยื้อนแถมยังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนจมูกโด่งเกือบจะชนกับปลายจมูกรั้นของคนตัวเล็ก "ปากแข็งจังนะเรา" กันต์กระซิบเสียงทุ้มต่ำพร่ามเบาอยู่ข้างใบหู ทำเอาโซ่ขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ขนาดเจ้าตัวนี้ยังดูออกเลยว่าใครใจดี ใครใจร้าย" "ฉันใจร้ายตรงไหนวะ! ฉันนี่แหละคนดีศรีสถาปัตย์ตัวจริงเสียงจริง!" โซ่โวยวายกลบเกลื่อนความประหม่า มือเล็กเอื้อมไปหมายจะอุ้มเจ้าเหมียวออกจากไหล่กันต์ แต่กลายเป็นว่าจังหวะที่ยื้อแย่งกัน เจ้าลูกแมวตัวแสบกลับกระโดดพรวดขึ้นไปนั่งแปะอยู่บนหัวของโซ่พอดีเป๊ะ! พรวด! กันต์หลุดหัวเราะพรวดออกมาเสียงดังลั่นห้อง เป็นรอยยิ้มกว้างที่นานๆ ครั้งโซ่จะได้เห็น จนดวงตาคมกริบหยีลงเล็กน้อย ความหล่อเหลาแบบแบดบอยที่มักจะตีมึนใส่คนอื่นหายวับไปกับตา เหลือเพียงชายหนุ่มแสนอบอุ่นที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ "ฮ่าๆๆ โซ่... นายมีเพื่อนร่วมแก๊งเพิ่มแล้วนะ" กันต์เอื้อมมือหนาขึ้นไปหยิบเจ้าเหมียวออกจากหัวของโซ่ออกอย่างแผ่วเบา ปลาย้ิ้วอุ่นเฉียดโดนเส้นผมนุ่มและใบหูแดงแจ๋โดยบังเอิญ ทำเอาโซ่ถึงกับยืนแข็งทื่อเป็นหิน ห้องเงียบลงชั่วขณะ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่ก่อตัวขึ้นในอกของคนทั้งคู่ โซ่ก้มหน้ามองเจ้าเหมียวในอ้อมแขนของกันต์ เม้มริมฝีปากแน่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่กำลังจะระเบิดออกมา "แล้วตกลง... เราจะตั้งชื่อมันว่าอะไรดีล่ะ" โซ่เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าปกติเล็กน้อย พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด กันต์ก้มลงมองเจ้าลูกแมวที่กำลังหาวหวอดๆ ตาปรือปรอยเตรียมจะหลับคาอก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากลมโตของโซ่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "ในเมื่อมันซน ดื้อเงียบ แถมยังชอบป่วนประสาทเราสองคนตลอดเวลา..." กันต์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่คมทอดมองคนตรงหน้าด้วยความหมายลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก "ฉันว่า... ให้ชื่อมันว่า **'เจ้าป่วน'** ดีไหมครับ?" โซ่ชะงักไปนิด ก่อนจะพยักหน้ารับเบาๆ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่รู้ตัวเมื่อนึกถึงนิสัยของรูมเมตตัวเองที่ถอดแบบมาจากเจ้าเหมียวตัวนี้ไม่มีผิดเพี้ยน "อืม... ก็ได้ ชื่อ 'เจ้าป่วน' ฟังดูเข้าท่าดีเหมือนกัน" แต่ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังจะไปได้สวย เสียงเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกางเกงของกันต์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะพอดี กันต์หยิบขึ้นมาเปิดดูเพียงแวบเดียว สีหน้าผ่อนคลายเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที ดวงตาคมกริบกวาดตามองข้อความยาวเหยียดบนหน้าจอ ก่อนจะหันมามองหน้าโซ่ด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา "มีอะไรเหรอ?" โร่เอียงคอถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นรังสีความตึงเครียดแผ่ออกมาจากตัวของรูมเมตหนุ่มวิศวะ กันต์ไม่ตอบทันที นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความตอบกลับปลายทางด้วยความเร็วสูง ก่อนจะล็อกหน้าจอแล้วโยนโทรศัพท์ลงบนโซฟาเสียงดัง *ตุบ* เขาจ้องหน้าโซ่นิ่ง เนิ่นนานราวกับกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดบางอย่างในใจ "คือว่านะโซ่..." กันต์สูดหายใจเข้าลึกๆ น้ำเสียงจริงจังจนโซ่เผลอกลั้นหายใจ "พรุ่งนี้... นายต้องไปเคลียร์งานที่ไซต์ก่อสร้างแถวชานเมืองกับฉันคนเดียว ห้ามปฏิเสธ และห้ามพาไอ้เติร์ดกับไอ้บูมไปด้วยเด็ดขาด" โซ่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ "ฮะ? ทำไมฉันต้องไปกับนายสองคนด้วยเล่า!" กันต์ก้าวเข้าไปประชิดตัวโซ่ที่กำลังจะถอยหลังหนี ฝ่ามือใหญ่คว้าข้อมือเล็กเอาไว้เบาๆ ไม่ให้หนีไปไหน สายตาคมก้มมองลงมาด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะปิดบังไหว พร้อมกับคำพูดประโยคต่อมาที่ทำให้สติของโซ่กระเจิดกระเจิงไปไกล— "เพราะฉันมีเรื่องสำคัญ... ที่ต้องบอกนายแค่สองคน... และห้ามบอกใครเด็ดขาดครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับ "แบกเป้ท่องโลก" ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%