"ยอมรับมาเถอะน่า ไอ้โซ่... มึงกับไอ้กันต์เนี่ย มันมีซัม띵กันตั้งแต่เมื่อไหร่!"
เสียงตบโต๊ะดัง *ป้าง* สนั่นร้านกาแฟใต้คณะสถาปัตย์ เรียกสายตาจากโต๊ะข้างๆ ให้หันมามองเป็นตาเดียว แต่คนถูกพาดพิงอย่างผมกลับสะดุ้งสุดตัว มือที่กำลังถือหลอดดูดชานมไข่มุกเกือบทำมันร่วงหลุดมือ น้ำตาลในเลือดพุ่งพล่านด้วยความตกใจปนพิรุธที่พยายามซ่อนไว้สุดฤทธิ์
"ซัม띵อะไรของมึงไอ้เติร์ด! เพ้อเจ้ออะไรแต่เช้าเนี่ย กูจะมานั่งติวสถาปัตยกรรมศาสตร์นะเว้ย ไม่ได้มาฟังมึงมโนเพ้อเจอเป็นตุเป็นตะ" ผมแกล้งโวยวายกลบเกลื่อน ยืดอกเชิดหน้าทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ทั้งที่ในใจเต้นแรงเป็นกลองเพลิงเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน... ไอ้บ้านั่นดันแกล้งหลับแล้วมาซบไหล่ผมบนรถไฟฟ้าน่ะสิ!
บูมที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม หรี่ตามองผมด้วยสายตาแบบ 'นักสืบสวนสอบสวนมืออาชีพ' พลางยกมือขึ้นกอดอก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างน่าหมั่นไส้
"ไม่ต้องมาทำเป็นเสียงดังกลบเกลื่อนเลยครับคุณธนภัทร" บูมเอ่ยด้วยน้ำเสียงลากยาวน่าตบ "เมื่อวานกูเห็นนะเว้ย... ตอนที่พวกมึงเดินลงมาจากตึกคณะวิศวะฯด้วยกัน แล้วไอ้กันต์มันถอดเสื้อช็อปของมันคลุมไหล่ให้มึงเนี่ย สายตาคมกริบของพ่อคุณตอนมองมึง มันหวานหยดย้อยจนมดแทบจะขึ้นตึกอยู่แล้ว แถมมึงยังหน้าแดงแจ๋เป็นก้นลิงอีกต่างหาก ปฏิเสธมาสิว่ากูตาฝาด"
ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลแทบไม่ทัน ไอ้พวกเพื่อนเวรนี่ตาไวเป็นสับปะรดเลยหรือไงวะ!
"ก็... ก็กูเป็นไข้หัวลม! อากาศมันเปลี่ยนหน/าวกระทันหัน ไอ้งั่งกันต์มันก็แค่มารยาทงามในฐานะรูมเมตเฉยๆ หรอกน่า พวกมึงนี่คิดมากไปเองชะมัด" ผมเถียงคอเป็นเอ็น มือไม้ปัดป่ายไปมาเพื่อปฏิเสธ แต่ยิ่งแก้ตัว หน้ามันก็ยิ่งร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ให้ตายสิ
ในจังหวะนั้นเอง เสียงทุ้มนุ่มคุ้นหูก็ลอยมาแตะจมูกพร้อมกับกลิ่นน้ำหอมผู้ชายคุ้นเคยที่มักจะทำให้ใจผมสั่นทุกที
"ใครเป็นงั่งเหรอครับ... เมื่อกี้ได้ยินแว่วๆ"
ร่างสูงโปรดของกันต์ในชุดเสื้อช็อปสีกรมท่าเดินเข้ามาประชิดโต๊ะตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เจ้าตัวเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากยกยิ้มกวนๆ แบบที่เห็นแล้วอยากเอาแฟ้มแบบ 3D ฟาดหน้าสักทีสองที สายตาคู่คมกวาดมองผมสลับกับไอ้เติร์ดและบูมด้วยแววตารู้ทัน
ไอ้เติร์ดกับบูมยิ้มกริ่มทันทีราวกับเจอขุมทรัพย์ พวกมันหันไปสบตากันอย่างรู้หน้าที่ ก่อนที่ไอ้เติร์ดจะรีบเคลียร์พื้นที่ข้างตัวผมแล้วตบเบาะปุๆ
"อ้าว! ไอ้ยักษ์มาพอดีเลย นั่งนี่ดิ กำลังพูดถึงมึงพอดีเลยเว้ย" เติร์ดเอ่ยปากเชิญชวนอย่างกระตือรือร้น "พอดีพวกกูสงสัยว่า... ช่วงนี้ทำไมพวกมึงตัวติดกันยิ่งกว่าปาท่องโก๋ ไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด แถมเมื่อวาน... อะแฮ่ม! เสื้อช็อปตัวโปรดของมึง ทำไมไปอยู่บนตัวไอ้โซ่ได้ล่ะครับ"
กันต์ย่อตัวลงนั่งข้างๆ ผมอย่างถือวิสาสะ พื้นที่บนเก้าอี้ที่เคยหลวมๆ กลับแคบลงถนัดตาเมื่อไหล่กว้างๆ ของเขาเบียดชิดเข้ามา ไอร้อนจากตัวอีกฝ่ายแผ่ซ่านเข้ามาจนผมต้องขยับตัวหนีไปชิดริมโต๊ะ แต่มีหรือที่คนตัวสูงกว่าจะยอมปล่อยให้หนี
กันต์ยกแขนขึ้นพนักพิงเก้าอี้ด้านหลังผม ท่าทางเหมือนคนกำลังโอบผมกลายๆ สายตาพราวระยับมองตรงมาที่ผมด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ
"อ๋อ... เสื้อช็อปเหรอครับ" กันต์ลากเสียงยาวอย่างจงใจ ปรายตามองผมที่ตอนนี้หน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู "ก็คนแถวนี้ขี้หนาว... แล้วก็ชอบทำตัวโก๊ะเดินสะดุดขาตัวเองจนเกือบหัวทรามกลางถนน ผมในฐานะ 'รูมเมตผู้ประเสริฐ' ก็ต้องดูแลเป็นธรรมดาอยู่แล้วใช่ไหมครับ... โซ่"
ประโยคสุดท้ายเขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้กระซิบข้างหู น้ำเสียงทุ้มต่ำและลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำเอาผม ขนลุกซู่ สมองขาวโพลนคิดคำตอบอะไรไม่ออกเลยสักนิด
"ไอ้... ไอ้กันต์! มึงถอยไปไกลๆ เลยนะ!" ผมโวยวายเสียงหลง ผลักอกแกร่งออกเบาๆ แต่เจ้ากรรม มือเจ้าเกือกดันไปโดนโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะจนมันสั่นครืดคราด แจ้งเตือนข้อความเด้งขึ้นมาพอดิบพอดี
บรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงชั่วขณะเมื่อไอ้เติร์ดและบูมส่งเสียงแซว "อุ๊ย!" ออกมาพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง
ผมเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์ เห็นชื่อแชทกลุ่ม **"แก๊งหนีเที่ยวแบกเป้"** เด้งข้อความขึ้นมา แต่จังหวะนั้นเอง มือหนาของกันต์ไวเสียยิ่งกว่าแสง เขายื่นมือมาคว้ามือถือของผมไปถือไว้หน้าตาเฉย!
"เฮ้ย! เอาคืนมานะไอ้กันต์ นั่นมันโทรศัพท์กู!" ผมร้องเสียงหลง พยายามจะแย่งคืน แต่กันต์กลับชูมือขึ้นสูงเหนือหัว ด้วยความที่ส่วนสูงเราต่างกันลิบลับ ทำให้ผมทำได้แค่เอื้อมมือคว้าอากาศเหมือนลูกแมวพยายามตะปบของเล่น
กันต์ไม่ได้สนใจท่าทีดิ้นพล่านของผม ดวงตาคมกวาดมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นประกายความนัยบางอย่างที่ลึกล้ำและอ่านไม่ออก
"อืม... ไหนดูซิ โซ่แอบพิมพ์อะไรค้างไว้ในโน้ตวะเนี่ย..." กันต์พึมพำเบาๆ ก่อนจะอ่านออกเสียงให้ทุกคนบนโต๊ะฟังอย่างชัดถ้อยชัดคำ
*"...ยอมรับก็ได้วะ ว่าไม่ได้มองแค่เพื่อน... แต่เผลอใจชอบไอ้ขี้เก๊กกันต์เข้าจริงๆ แล้วทำไงดีวะเนี่ย..."*
ความเงียบกริบเข้าปกคลุมโต๊ะกาแฟทันทีราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา
ผมเบิกตากว้าง สมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ ขาแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้เป็นหิน ข้อความในโน้ตที่ผมพิมพ์ระบายความในใจเก็บไว้คนเดียวเมื่อคืน... ดันโชว์หราอยู่บนหน้าจอให้ไอ้ตัวแสบและเพื่อนสนิททั้งสองคนอ่านจนหมดเปลือก!
กันต์ลดมือถือลงช้าๆ หันมามองผมที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดสลับกับแดงก่ำ ดวงตาคู่คมประกายระยับด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นจนปิดไม่มิด
"อ๋อ... ที่แท้ก็แอบชอบผมอยู่นี่เองเหรอครับ... คุณรูมเมตตัวแสบ" กันต์กระซิบเสียงพร่า รอยยิ้มละมุนที่ระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้น ทำเอาหัวใจผมเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับ "แบกเป้ท่องโลก" ในตอนนี้นะครับ
รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 18
สืบเสาะเรื่องหัวใจ
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!