"ถ้าคุณยังเอานิ้วมาจิ้มเอวผมอีกทีเดียว ผมจะโยนเป้ของคุณลงเหวลึกร้อยเมตรตรงนั้นจริงๆ ด้วยนะครับไอ้คุณกันต์ตพงศ์!"
เสียงกระซิบลอดไรฟันของโซ่ดังขึ้น ท่ามกลางอุณหภูมิเลขตัวเดียวที่ทำให้ลมหายใจกลายเป็นไอสีขาวโพลน ร่างโปร่งในชุดกันหนาวตัวโคร่งพยายามขยับตัวหนีสัมผัสกวนประสาทของคนตัวสูงกว่าที่จงใจเบียดไหล่เข้ามาใกล้จนแทบจะสิงร่างกันบนระเบียงไม้ของโฮมสเตย์ปลายดอย
กันต์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าเล็กน้อยตามแรงลมหนาว ร่างสูงกอดอกมองวิวทะเลหมอกหนาทึบที่กำลังม้วนตัวคลอเคลียกับยอดสนเบื้องล่าง แววตานิ่งสนิทที่มักจะใช้มองคนอื่นยามปกติ บัดนี้กลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ผ้าพันคอไหมพรมสีเทา
"ไม่ได้จิ้มสักหน่อย มือมันหนจนชาต่างหากครับ... แล้วอีกอย่าง ใครบอกให้คุณยืนชิดริมระเบียงขนาดนั้น ลมแรงจะตาย เดี๋ยวก็ปลิวไปเป็นเขยดอยแถวนี้หรอก"
"ปากเสีย!" โซ่ค้อนขวับ ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นที่เริ่มมีไอฝ้าเกาะสะท้อนภาพภูเขาซับซ้อนสุดลูกหูลูกตา มือเล็กกระชับแก้วกาแฟอุ่นจัดในมือแน่นขึ้นเพื่อกอบกอบอุณหภูมิ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความร้อนจากกาแฟ หรือเพราะระยะห่างระหว่างเขากับคนข้างๆ กันแน่ ที่ทำให้พวงแก้วใสของสถาปนิกตัวแสบถึงได้ขึ้นสีแดงเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
เมื่อคืนนี้... เหตุการณ์บนกองไฟข้างล่างนั้นยังวนเวียนอยู่ในหัว
ตอนที่เติร์ดกับบูมแยกย้ายกันไปนอนหมดแล้ว เหลือแค่เขากับกันต์ที่นั่งเฝ้ากองฟืนที่กำลังมอดลง กันต์เป็นคนเงียบขรึมที่ไม่ค่อยพูดคำหวาน แต่สายเวลาที่อีกฝ่ายใช้มองเขายามที่เขาเล่าเรื่องความฝันเรื่องการสร้างบ้านพักปลายดอย มันกลับอบอุ่นเสียยิ่งกว่ากองไฟกองไหนๆ
และประโยคสั้นๆ ที่กันต์กระซิบข้างหูตอนช่วยจัดผ้าพันคอให้...
*(‘หนาวก็บอกนะครับ ไม่ต้องทำเป็นเก่งหรอก... คนตัวแค่นี้ จะเอาอะไรมาต้านทานความหนาวไหว’)*
คิดแล้วมันก็น่าหงุดหงิดชะมัด ทำไมเขาต้องมาแพ้ทางผู้ชายหน้ามึนอย่างไอ้กันต์ด้วยวะเนี่ย!
"เป็นอะไรครับ ยืนหน้าบึ้งแต่เช้า ระวังตีนกาขึ้นนะสถาปนิก" กันต์เอ่ยแซวต่อ พร้อมกับยื่นมือหนามาดึงฮู้ดเสื้อกันหนาวของโซ่ให้คลุมหัวกลมๆ นั้นไว้กันลม
"ยุ่งน่า!" โซ่ปัดมือนั้นออก แสร้งทำเป็นมองวิวทิวทัศน์ตรงหน้าเพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มที่เผลอหลุดออกมา ทว่าจังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกันหนาวก็สั่นครืดคราดขึ้นมาพร้อมกันทั้งคู่
โซ่หยิบขึ้นมาเปิดดู พบว่าเป็นแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตยอดฮิตในกลุ่มแก๊งตัวชงที่ตื่นเช้ากันผิดปกติ
**[Chat: แก๊งนี้มีแต่คนหล่อ (4)]**
**เติร์ดจอมplannner:** *เช้าวันใหม่บนยอดดอย บรรยากาศเป็นใจขนาดนี้ สองคนนั้นตื่นมาเคลียร์สถานะกันหรือยังวะ หรือยังปากแข็งใส่กันอยู่*
**บูมผู้ไม่แพ้ใคร:** *พนันร้อยเยนเลยว่าไอ้กันต์มันต้องแกล้งน้องโซ่จนร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่ๆ 555555555*
**กันต์ (กันต์ตพงศ์):** *หนวกหูครับพวกมึง ไปนอนต่อเลยไป*
**โซ่ธนภัทร:** *ไอ้เติร์ด ไอ้บูม! เดี๋ยวพวกมึงกลับลงมานะ โดนฉันตบกบาลแน่!*
กันต์เหลือบมองหน้าจอของคนข้างๆ แล้วหลุดขำพรืดออกมาเสียงดังจนโซ่ต้องหันไปแยกเขี้ยวใส่ "ขำอะไรเล่า! เพื่อนคุณนะเนี่ย ตัวดีเลย"
"เปล่าครับ แค่คิดว่า... พวกมันพูดถูกอย่างหนึ่ง" กันต์หันมาเผชิญหน้ากับโซ่เต็มตัว ดวงคมกริบคู่นั้นทอดมองลงมาด้วยความหมายลึกซึ้งที่ทำเอาอุณหภูมิรอบตัวเหมือนจะพุ่งสูงขึ้นสวนทางกับอากาศภายนอก
"ะ...ถูกอะไรของคุณ" โซ่ถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ จนแผ่นหลังชนเข้ากับราวระเบียงไม้
กันต์ไม่ตอบด้วยคำพูด แต่ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิด ปลายรองเท้าผ้าใบจรดกับปลายรองเท้าของโซ่พอดี มือหนาทั้งสองข้างวางท้าวราวกั้นไม้ไว้ กักตัวคนตัวเล็กกว่าให้อยู่ในอ้อมแขนโดยปริยาย ไออุ่นจากร่างกายของกันต์แผ่ซ่านทะลุผ่านเสื้อกันหนาวหนาเตอะเข้ามาจนโซ่รู้สึกได้
"ถูกที่ว่า... บรรยากาศมันเป็นใจไงครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่จนโซ่ต้องห่อไหล่ด้วยความจั๊กจี้และตื่นตระหนก
"ไอ้... ไอ้กันต์ ถอยไปเลยนะ คนอื่นมองอยู่!" โซ่พยายามดันแผงอกกว้างนั้นออก แต่แรงของสถาปนิกหรือจะสู้แรงของวิศวกรหนุ่มดีกรีนักกีฬาคณะได้ กันต์นิ่งสนิทราวกับภูเขาหิน
"ไม่มีใครมองหากรอกครับ เขากินข้าวต้มกันอยู่ข้างล่างโน่น" กันต์ก้มหน้าลงมาสบตา ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของโซ่ราวกับต้องการค้นหาความลับบางอย่างที่ซ่อนอยู่ข้างใน "โซ่..."
หัวใจของโซ่กระตุกวูบเมื่อได้ยินน้ำเสียงจริงจังที่ไม่ค่อยได้ยินบ่อยนัก ปกติมีแต่คำกวนประสาท แต่นี่...
"อะ...อะไรอีกเล่า จะพูดอะไรก็รีบพูด ลมมันแรง หน้าผมชาหมดแล้วเนี่ย" โซ่เบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู แสร้งทำเป็นสนใจหมอกหนาด้านนอก
"หนาวใช่ไหมล่ะครับ..." กันต์เอ่ยเสียงนุ่ม มือข้างหนึ่งละจากราวกระจกไม้ เลื่อนขึ้นมาถอดถุงมือไหมพรมของตัวเองออก แล้วยื่นมือเปล่าที่อุ่นจัดมาแนบเข้ากับแก้มเนียนที่เย็นเฉียบของโซ่อย่างแผ่วเบา
สัมผัสนั้นอบอุ่นเสียจนโซ่สะดุ้งเฮือก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ทว่ากลับไม่ยอมขยับหนี
"ทำบ้าอะไรเนี่ย..." เสียงของโซ่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ
"ก็บอกแล้วไงครับว่า... ข้างนอกน่ะมันหนาวเหน็บ" กันต์ระบายยิ้มอ่อนโยนที่มุมปาก รอยยิ้มที่นานๆ ทีจะได้เห็น และมันมีอานุภาพรุนแรงเกินกว่าที่คนใจแข็งจะต้านทานไหว "แต่พอได้มาอยู่ใกล้คุณแบบนี้... รู้สึกไหมครับ ว่าข้างในใจมันกลับอบอุ่นอย่างประหลาด"
ปึง!
เสียงหัวใจของโซ่เต้นดังโครมครามจนกลบเสียงลมหนาวไปเสียสนิท สมองประมวลผลช้าลงไปถนัดตา สองแก้วร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาผิงมาจ่อใกล้ๆ ร่างกายแข็งทื่อ ทำอะไรไม่ถูกนอกจากกะพริบตาปริบๆ มองรอยยิ้มพราวเสน่ห์ตรงหน้า
ให้ตายเถอะ... ไอ้บ้านี่! รู้จักวิธีจู่โจมคนอื่นโดยไม่ทันตั้งตัวตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะเนี่ย!
โซ่อ้าปากพะงาบๆ จะด่ากลับเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย แต่ทว่าก่อนที่ริมฝีปากจะได้ขยับเปล่งเสียงคำว่า 'บ้า' ออกไป สายตาเจ้ากรรมก็เหลือบไปเห็นหน้าจอโทรศัพท์ของกันต์ที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเล็กใกล้ๆ
หน้าจอที่ถูกปลดล็อคค้างไว้... และแอปพลิเคชันแชตที่เปิดค้างอยู่หน้าจอแชตส่วนตัวระหว่างกันต์กับใครบางคน...
ชื่อโปรไฟล์และข้อความร่างล่าสุดที่พิมพ์ค้างไว้ ทำเอาลมหายใจของโซ่สะดุดกึก ร่างกายชาวาบไปทั้งร่างราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นผ่าน
ภาพความเขินอายเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงและคำถามตัวโตๆ ที่ผุดขึ้นมาในหัว
...เพราะข้อความที่กันต์พิมพ์ค้างไว้และยังไม่ได้ลบ มันคือชื่อของ 'ใครคนนั้น' ที่ทำให้โลกทั้งใบของโซ่หยุดหมุนไปในวินาทีเดียว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง โอบกอดความรู้สึก และใจฟูไปกับคู่ป่วนคู่นี้ในตอนนี้นะครับ
รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 23
ตื่นมาเจอหมอกและรอยยิ้ม
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!