"ไอ้บ้ากันต์! แกจะบอกว่าเต็นท์คณะเราจองมาเกินจนเหลือแค่หลังเดียวเนี่ยนะ?!"
เสียงโวยวายของโซ่ดังลั่นทะลุความเงียบของลานกางเต็นท์บนดอยสูง ท่ามกลางสายหมอกยามค่ำที่เริ่มโรยตัวลงมาปกคลุมผืนป่า ร่างโปร่งในชุดเสื้อกันหนาวไหมพรมสีครีมกำลังยืนเท้าสะเอว หน้าตาบึ้งตึงจนแก้มป่องเป็นลูกโป่ง ขณะที่คนถูกด่าอย่างกันต์กำลังยืนพิงประตูกระบะหลังรถด้วยท่าทางกวนประสาทที่สุดในสามโลก ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มยกยิ้มมุมปากนิดๆ ตามสไตล์คนขี้เก๊กที่ต่อให้สถานการณ์คับขันแค่ไหนก็ยังรักษามาดคุณชายวิศวะฯ ไว้ได้เป๊ะ
"ก็พี่สตาฟเขาบอกว่าระบบจองมันรวน โซ่ก็รู้ว่าทริปนี้พวกไอ้เติร์ดกับไอ้บูมมันสับเพร่าขนาดไหน... หรือโซ่อยากจะไปนอนเบียดกับสองคนนั้นล่ะ?" กันต์เลิกคิ้วถามพลางพยักเพยิดไปยังเต็นท์อีกฟาก ที่ตอนนี้ส่งเสียงหัวอกเฮฮาปาร์ตี้ของสองตัวชงดังเล็ดลอดออกมาไม่ขาดสาย
โซ่เหลือบมองเต็นท์ของเพื่อนสนิทที่กางอยู่ห่างออกไปราวสิบเมตร ภาพที่เห็นคือเต็นท์ขนาดสองคนที่ตอนนี้อัดแน่นไปด้วยสัมภาระและร่างควายๆ ของไอ้เติร์ดกับไอ้บูมที่นอนเกยกันเหมือนหนอนชาเขียว ขืนให้เขาแทรกตัวเข้าไปนอนตรงนั้น มีหวังได้ตื่นมาพร้อมกระดูกซี่โครงหักเป็นแน่แท้
"แล้วทำไม... ทำไมมันต้องเหลือเต็นท์นอนสองคนวะ ทำไมไม่เหลือเต็นท์เดี่ยวเล่า!" โซ่ยังคงดิ้นรนหาทางออกด้วยการบ่นกระปอดกระแปด มือเล็กหยิบกระเป๋าเป้คู่ใจใบเก่งขึ้นมาสะพายไหล่ทำท่าจะเดินหนี
"เอ้า นายน้อยสถาปัตย์ จะเดินไปไหนล่ะครับ หหนาวจะตายอยู่แล้ว คืนนี้อุณหภูมิลดฮวบจนเลขตัวเดียวแน่ๆ อยากไปนอนแข็งตายใต้ต้นสนรึไง" กันต์ก้าวเข้าไปขวางทางไว้ ขายาวๆ ของอีกฝ่ายก้าวแค่ก้าวเดียวก็ดักหน้าคนตัวเล็กได้สนิท
"เรื่องของฉัน! ฉันไปขอแชร์เต็นท์กับพี่สตาฟผู้หญิงก็ได้น่า!"
"พี่สตาฟเขานอนเต็นท์รวมกันเป็นกองอำนวยการโน่นครับ โซ่จะเดินดุ่มๆ เข้าไปเนี่ยนะ... เอาหน้าสวยๆ ไปให้เขาสับเป็นชิ้นเหรอ" กันต์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นติดจะแหบพร่าเล็กน้อยยามที่โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนโซ่ต้องผถายหลังกรูด แผ่นหลังชนเข้ากับโครงรถตู้เย็นเฉียบ
บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะแคบลงถนัดตา เมื่อคนตัวสูงกว่าจงใจใช้ความได้เปรียบเรื่องส่วนสูงกักตัวเขาไว้ระหว่างแขนทั้งสองข้าง กลิ่นน้ำหอมกลิ่นซีตรัสผสมกับกลิ่นไอป่าจางๆ ลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้หัวใจเจ้ากรรมของโซ่เต้นผิดจังหวะ
"ถอยไปเลยนะกันต์! อย่ามาฉวยโอกาสแถวนี้เชียว" โซ่พยายามดันแผงอกแกร่งออก แต่แรงน้อยนิดของเขากลับทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้เลย กันต์ไหวไหล่น้อยๆ ก่อนจะหยิบถุงเต็นท์กันน้ำรุ่นใหม่ออกมาจากหลังรถ
"ไม่ได้ฉวยโอกาสครับ เรียกว่าจัดการปัญหาเฉพาะหน้าต่างหาก... เข้าไปกางเต็นท์กันเถอะ ลมแรงขนาดนี้ เดี๋ยวไม่ทันได้ดูดาว โรคภูมิแพ้กําเริบขึ้นมา ใครจะต้องมาคอยเช็ดตัวหายยาให้อีกล่ะครับ"
ประโยคหลังน้ำเสียงเจือความเอ็นดูระคนห่วงใย ทำเอาโซ่เม้มปากแน่น ความดื้อรั้นที่มีเมื่อครู่ระเหิดหายไปในอากาศเหลือเพียงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ร่างบางจำใจต้องเดินตามหลังกันต์ต้อยๆ ไปยังพื้นที่กางเต็นท์ว่างเปล่าที่ทางอุทยานจัดเตรียมไว้ให้
การกางเต็นท์ในความมืดสลัวและลมหนาวไม่ใช่เรื่องง่าย โซ่พยายามช่วยดึงเสาเต็นท์ฝั่งของตัวเอง แต่ด้วยความที่มือชาจากอากาศเย็นจัด ทำให้สมบุกสมบันอยู่พักใหญ่จนทำเชือกหลุดมือ
"เงอะงะจริง ๆ เลยนายตัวเล็กนี่" เสียงบ่นเบาๆ ดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับสัมผัสอุ่นจัดที่ทาบทับลงบนหลังมือของเขา กันต์ขยับเข้ามาซ้อนด้านหลัง มือหนาใหญ่กุมมือบางของโซ่ไว้เพื่อบังคับทิศทางในการผูกปมเชือกให้แน่นหนา
จังหวะนั้นเอง โซ่รู้สึกเหมือนลมหายใจของตัวเองสะดุดกึก แผ่นหลังของเขาแนบชิดกับอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ความอบอุ่นจากร่างกายของอีกฝ่ายแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าหนาเตอะเข้ามาจนแทบหลอมละลาย โลกทั้งใบเหมือนจะเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดสน และเสียงฝีเท้าของแมลงยามค่ำคืน
"เสร็จแล้วครับ... เจ้าหญิงผู้เลอโฉม" กันต์กระซิบข้างใบหู น้ำเสียงทุ้มพร่าใกล้ชิดจนขนลุกซู่ โซ่รีบสะบัดมือออกแล้วมุดตัวมุดเข้าเต็นท์ไปอย่างรวดเร็วราวกับกระต่ายตื่นตูม ใบหน้าร้อนผ่าวจนไม่ต้องส่องกระจกก็รู้ว่ามันแดงแจ๋ขนาดไหน
ภายในเต็นท์ขนาดสองคนเมื่อเข้ามาอยู่ด้วยกันจริงๆ กลับรู้สึกว่ามันแคบลงถนัดตา แสงไฟจากโคมไฟสนาม LED แขวนอยู่ตรงกลางส่องให้เห็นโครงสร้างภายในสีเทาเข้ม ทั้งคู่จัดการปูแผ่นรองนอนและถุงนอนเสร็จสรรพด้วยความเงียบที่เริ่มปกคลุม หลังจากผ่านศึกกางเต็นท์มาหมาดๆ บรรยากาศก็กลับมาอึมครึมด้วยความเก้อเขินอีกครั้ง
"โซ่ นอนริมขวานะ ฉันนอนริมซ้าย... พื้นมันเอียงนิดหน่อย ฝั่งซ้ายน่าจะบังบลมได้ดีกว่า" กันต์พูดขึ้นทำลายความเงียบ พลางทิ้งตัวลงนอนตะแคงหันหน้ามาทางเขา โซ่พยักหน้ารับหงิกๆ รีบมุดตัวเข้าไปในถุงนอนสีน้ำเงินเข้มรูดซิปปิดจนถึงคอเหลือไว้แค่ลูกตากลมโตที่กะพริบปริบๆ
ไฟในเต็นท์ถูกหรี่ให้แสงนวลตา บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดลงเรื่อยๆ มีเพียงเสียงลมกรรโชกเบาๆ ภายนอกเต็นท์ โซ่นอนนิ่งพยายามข่มตาให้หลับ แต่สมองกลับตื่นตัวสุดขีด ยิ่งรู้ว่าห่างจากตัวเขาไม่ถึงคืบมีร่างของเดือนวิศวะนอนหายใจเข้าออกสม่ำเสมออยู่ ยิ่งทำให้สมาธิกระเจิง
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง ความเงียบงันภายในพื้นที่แคบๆ กลับยิ่งขับเน้นเสียงบางอย่างให้เด่นชัดขึ้น...
*ตึก... ตึก... ตึก...*
ไม่ใช่เสียงหัวใจของเขาเองแน่ๆ เพราะจังหวะการเต้นของมันรัวเร็วและดังเสียจนโซ่กลัวว่าคนข้างๆ จะได้ยิน แต่เสียงหัวใจอีกดวงที่ดังสะท้อนก้องกังวานอยู่ในความเงียบนั้น มันชัดเจน ช้ากว่า แต่หนักแน่นเสียจนโซ่ต้องลอบกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ
ในความสลัว โซ่เหลือบสายตาขึ้นมองผ่านความมืด เห็นดวงตาคมกริบของกันต์ที่ไม่ได้หลับอย่างที่คิด... อีกฝ่ายกำลังจ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนแสงไฟเรืองรองประกายระยับเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก
"ทำไมยังไม่นอนครับ หืม?" เสียงกระซิบแหบพร่าลอยละลิ่วมาในความมืด มันใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดพวงแก้มของโซ่
"กะ... ก็มันนอนไม่หลับนี่ เสียงลมข้างนอกมันดัง" โซ่แก้ตัวเสียงสั่น หลบสายตาคมคู่นั้นด้วยการมองไปที่ซิปเต็นท์
"เสียงลม หรือเสียงหัวใจใครกันแน่ที่ดัง..." กันต์เอ่ยกลั้วหัวเราะเบาๆ ก่อนที่มือหนาจะค่อยๆ เอื้อมผ่านความมืดมาสัมผัสปอยผมที่ปรกหน้าผากของโซ่ออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอ่อนโยนและนุ่มนวลจนคนพยศอย่างโซ่แข็งค้างไปชั่วขณะ
ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกจากปากของคนทั้งคู่ในวินาทีนั้น มีเพียงแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงให้ใบหน้าของคนทั้งสองขยับเข้ามาใกล้กันทีละน้อย ระยะห่างระหว่างปลายจมูกลดลงเหลือเพียงเสี้ยววินาที ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเป็นหนึ่งเดียวในคืนฤดูหนาว...
แชตกลุ่ม **"แก๊งสถาปัตย์พาเที่ยวแต่มีวิศวะมาเกาะ"** เด้งเตือนขึ้นมาหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างหมอนพอดี เสียงแจ้งเตือนสั่นครืดคราดทำลายภวังค์
*(เติร์ด: "ไอ้กันต์ เต็นท์มึงเป็นไงบ้างวะ หลับยัง หรือกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม กร๊ากกก")*
*(บูม: "ระวังโดนรวบหัวรวบหางนะเว้ยเพื่อนโซ่")*
โซ่สะดุ้งสุดตัว สติกลับคืนมาครบถ้วน เขาหน้าแดงก่ำด้วยความเขินจัด รีบคว้ามือถือขึ้นมาด้วยความลนลานเพื่อจะพิมพ์ด่าเพื่อนตัวแสบ แต่เพราะความรีบร้อนและนิ้วสั่นระริก ทำให้จังหวะที่กดจะพิมพ์ข้อความตอบกลับกลายเป็นการกดส่งข้อความเสียงที่อัดเสียงหายใจหอบกระเส่าและเสียงหัวใจเต้นระรัวของตัวเองไปในกลุ่มรวมเพื่อนสนิทแบบไม่ได้ตั้งใจ!
ชิบหายแล้ว... โซ่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบใช้นิ้วกดค้างที่ข้อความนั้นเพื่อพยายามจะกดยกเลิกข้อความทันที แต่สัญญาณเน็ตป่าบนดอยสูงช้าเป็นเต่าคลาน...
ข้อความเสียงนั้นขึ้นสถานะว่า **"ส่งแล้ว"** ต่อหน้าต่อตา!
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับ "แบกเป้ท่องโลก" ในตอนนี้มากๆ นะครับ
รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 21
เต็นท์หลังเดียวกัน
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!