"ถ้าโซ่ยังเอาแต่ยืนกอดอกบ่นเรื่องรองเท้าผ้าใบเปื้อนโคลนอีกก้าวเดียว ผมจะอุพาดตัวคุณโยนลงกองดินแถวนี้จริงๆ ด้วยนะครับ"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความระอาเล็กน้อยดังขึ้นเหนือหัว ท่ามกลางบรรยากาศชื้นแฉะของโรงเรียนชนบทในเขตภาคเหนือที่เพิ่งผ่านพ้นพายุฝน โซ่สะดุ้งสุดตัว รีบดึงสายตาจากรอยเปื้อนสีน้ำตาลบนรองเท้าผ้าใบแบรนด์โปรดขึ้นมามองหน้าคนตัวสูงกว่าที่ยืนถือจอบค้างไว้ ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนใส่ทันทีตามสัญชาตญาณของการเป็นคนปากแจ๋วประจำกลุ่ม
"ปากดีจังนะคุณกันต์ตพงศ์! นี่มันรองเท้าลิมิเต็ดอีชันนะเว้ย ลิมิเต็ดที่ไม่ได้แปลว่าให้เอามาลุยดงขี้ควายแบบนี้! แล้วอีกอย่าง ใครใช้ให้คุณเสนอหน้ามาอาสาสมัครจับคู่ขุดดินกับผมเล่า แยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเองเลยไป!"
โซ่พ่นคำโวยวายชุดใหญ่ใส่ร่างสูงที่สูงกว่าเขาเกือบหนึ่งช่วงหัว ไหล่บางสะบัดหนีอย่างงอนๆ พลางใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กสะบัดไล่เศษโคลนที่กระเด็นมาโดนปลายเสื้อยืดสีขาวอย่างนึกเสียดาย
กันต์ถอนหายใจยาว พลางใช้หลังมือปาดเหงื่อที่ซึมตามกรอบหน้าคมคาย ดวงตาคมกริบภายใต้หมวกแก๊ปสีดำมองอาการฮึดฮัดของคนตรงหน้าด้วยแววตาที่ซ่อนรอยยิ้มเอ็นดูไว้มิดชิด ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวอีกฝ่ายโดยไม่ทันให้ตั้งตัว มือหนาคว้าข้อมือเล็กที่กำลังปัดเสื้อผ้าปัดผ่อนให้หยุดชะงัก
"จะทำอะไรเล่า! คนมองเต็มเลยนะเว้ย!" โซ่หน้าแดงซ่านด้วยความตกใจ รีบดึงมือกลับแต่แรงอีกฝ่ายมีมากกว่าเสียอีก
"ยืนนิ่งๆ ครับ... หน้าเลอะหมดแล้วเนี่ย เป็นเด็กสถาปัตย์หรือเด็กดื้อกันแน่ ทำไมถึงซุ่มซ่ามได้ตลอดเวลา"
กันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลผิดคาด นิ้วโป้งหนาเกลี่ยคราบโคลนที่เปื้อนอยู่ตรงข้างแก้มใสอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นร้อนที่แตะลงบนผิวหน้าทำเอาหัวใจดวงน้อยของโซ่กระตุกวูบอย่างไร้สาเหตุ ลมหายใจสะดุดกึก สมองที่เคยประมวลผลคำด่าได้รวดเร็วดั่งติดเทอร์โบกลับหยุดทำงานไปดื้อๆ กลิ่นเหงื่อจางๆ ผสมกับกลิ่นดินหลังฝนและกลิ่นน้ำหอมผู้ชายอ่อนๆ ลอยเข้าจมูกจนพานให้ใจเต้นผิดจังหวะ
*ตึ้ก... ตึ้ก... ตึ้ก...*
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้ขี้เก๊กเป็นบ้า แต่ทำไมเวลาทำหน้าแบบนี้ถึงได้อันตรายต่อหัวใจนักวะ!
"อะ... อะไรเล่า! มองหน้าผมทำไม เอามือออกไปเลยนะ!" โซ่รีบปัดมือกันต์ออกแล้วผละถอยหลังกรูด ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู ร่างเล็กแสร้งก้มหน้าก้มตาขุดดินต่อด้วยความเร็วสูงราวกับวิญญาณสถาปนิกเข้าสิง เพื่อกลบเกลื่อนอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะที่ดังจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอของกันต์ดังขึ้นอย่างนึกสนุก เจ้าตัวยอมถอยฉากกลับไปถือจอบของตัวเอง แต่สายตากลับยังคงจับจ้องมองคนตัวเล็กที่กำลังงละวันงละวางกับกองดินตรงหน้าไม่วางตา บรรยากาศรอบตัวของค่ายอาสาพัฒนาโรงเรียนในหุบเขาแห่งนี้ แม้จะเหน็ดเหนื่อยและเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ แต่รอยยิ้มและเสียงบ่นงุบงิบของรูมเมตตัวแสบคนนี้กลับทำให้กันต์รู้สึกว่า... การเดินทางครั้งนี้มีความหมายมากกว่าทุกทริปที่ผ่านมา
ช่วงพักเที่ยงใต้ร่มไม้ใหญ่ ลมพัดโชยกลิ่นไอธรรมชาติช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการลุยงานหนักมาตลอดครึ่งวัน เติร์ดและบูม สองเพื่อนซี้ตัวชงประจำแก๊งเดินถือกล่องข้าวมานั่งแปะลงข้างๆ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งให้กันและกัน
"แหม... พ่อคุณทูลหัวของบ่าว ขยันขันแข็งเป็นพิเศษเลยนะครับวันนี้ มีการเช็ดหน้าเช็ดตาให้กันด้วย นึกว่าถ่ายซีรีส์เกาหลีอยู่ซะอีก" เติร์ดเอ่ยแซวเสียงสูง พลางตักข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ
"ใช่ๆๆ กลิ่นความรักมันลอยอบอวลกลบกลิ่นโคลนหมดแล้วเนี่ยเพื่อนรัก" บูมเสริมทัพทันที สายตากลอกไปมาระหว่างกันต์ที่นั่งนิ่งกับโซ่ที่กำลังก้มหน้าก้มตากินข้าวกล่องโดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตาใคร
"กินข้าวไปเถอะครับพวกมึง ถ้าไม่อยากให้ข้าวติดคอ" กันต์ปรามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ใบหูแอบขึ้นสีแดงจางๆ ซึ่งรอดพ้นสายตาของเพื่อนสนิทไปไม่ได้
"อุ๊ย! มีเขินด้วยเว้ยเฮ้ย! ปกติเห็นนิ่งตลอด นึกว่าหินแกรนิต ที่แท้ก็แพ้ทางคนแถวนี้สินะ" เติร์ดหัวเราะร่า
โซ่เงยหน้าขึ้นจากกล่องข้าวทันที ดวงตากลมโตตวัดมองเพื่อนสนิททั้งสองด้วยความเคือง "พวกมึงนี่นะ! ว่างมากใช่ไหม ไปแบกปูนโน่นไป อย่ามาแซלพวกกู ประสาท!"
"โอ๊ะๆๆ ร้อนตัวเว้ยเพื่อนโซ่ กูยังไม่ได้เอ่ยชื่อมึงเลยนะ ทำไมต้องรีบแก้ตัวด้วยล่ะ หืม?" บูมยักคิ้วหลิ่วตาใส่ ทำเอาโซ่อยากจะเอาช้อนพลาสติกปาหน้ามันสักทีสองที
โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าางเกงยีนส์ของโซ่สั่นครืดคราดขึ้นมาท่ามกลางเสียงหัวingแซวของเพื่อนๆ เจ้าตัวรีบหยิบขึ้นมาดูเพื่อหาทางหนีทีไล่จากสถานการณ์เฉพาะหน้า หน้าจอแสดงผลแจ้งเตือนข้อความแชตจากแอปพลิเคชันสีเขียว
*(แชตกลุ่ม: แก๊งหนีเที่ยว)*
**เติร์ดตัวพ่อ:** *คืนนี้มีกิจกรรมรอบกองไฟ สารภาพบาปนะครับเพื่อน ใครแอบชอบใครเตรียมสารภาพเลยนะเว้ย*
**บูมตัวแม่:** *1 แต้มให้คู่รักเบอร์หนึ่งของค่าย เตรียมตัวโดนทำโทษได้เลย!*
โซ่ขมวดคิ้วมุ่น นิ้วเรียวกดแป้นพิมพ์เพื่อจะพิมพ์ข้อความด่าเพื่อนกลับไปยาวๆ แต่เพราะความรีบร้อนและอาการลนลาน ทำให้เขาเผลอพิมพ์ข้อความลงในแชตส่วนตัวของใครอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ แทนที่จะเป็นแชตกลุ่ม
*(แชตส่วนตัว: กันต์)*
**โซ่:** *ไอ้บ้ากันต์ เลิกแกล้งกูสักทีเถอะวะ... รู้หรอกว่าเขินอยู่ แต่ทำแบบนี้ใจมันเต้นแรงเกินไปแล้วนะเว้ย!*
พอกดส่งปุ๊บ โซ่ก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด สมองขาวโพลนในพริบตา นิ้วมือรีบละลานละลุกลี้ลุกกลนพยายามกดปุ่มยกเลิกข้อความ (Unsend) อย่างรวดเร็วดั่งฟ้าแลบ
*ติ๊ง!*
ทว่า... ยังไม่ทันที่นิ้วเรียวจะกดคำว่ายกเลิกสำเร็จ ข้อความแจ้งเตือนสถานะการอ่านก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่ดังขึ้นข้างหูอย่างจัง
โซ่ค่อยๆ หันขวับไปมองช้าๆ ภาพที่เห็นคือกันต์กำลังก้มมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตัวเอง รอยยิ้มมุมปากที่แสนจะเจ้าเล่ห์และแพรวพราวถูกจุดขึ้นอย่างชัดเจน ดวงตาคมกริบช้อนขึ้นมองหน้าคนตัวเล็กที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดสลับกับแดงก่ำราวกับลูกมะเขือเทศสุก
กันต์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตา ชายหนุ่มโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รินรดอยู่ริมแก้ม เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาจนคนฟังรู้สึกหูอื้อตาลาย
"หืม... สารภาพเร็วกว่ากำหนดแบบนี้ แปลว่าผมไม่ต้องรอให้ถึงกิจกรรมรอบกองไฟคืนนี้แล้วใช่ไหมครับ... คุณรูมเมต?"
*(โปรดติดตามตอนต่อไป...)*
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับ "แบกเป้ท่องโลก" ในตอนนี้นะครับ
รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 20
ทริปภูเขาเราและนาย
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!