รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 7

ไข่เจียวฝีมือคุณรูมเมต

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าไปนั่งตากฝนเขียนแบบแปลนโครงสร้างที่ระเบียงห้องสมุดคณะวิศวะฯ ตอนตีสอง! ดูสภาพตัวเองตอนนี้สิครับ คุณโซ่... นอนซมเป็นลูกแมวตกน้ำไปซะแล้ว" เสียงทุ้มต่ำของกันต์ตพงศ์ เดือนคณะวิศวกรรมศาสตร์ปี 3 ดังขึ้นแทรกเสียงครางออดๆ แอดๆ ของคนป่วยที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มลายเป็ดเหลืองบนโซฟาห้องนั่งเล่น ร่างสูงในชุดนอนเสื้อยืดสีดำกางเกงวาสกาวนเวียนอยู่หน้าตู้เย็น มือหนากำลังรื้อวัตถุดิบด้วยใบหน้าบึ้งตึง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบ แต่หากสังเกตให้ดี แววตานิตรงข้ามกับท่าทีหงุดหงิดโดยสิ้นเชิง มันมีความกังวลซ่อนอยู่ลึกๆ อย่างปิดไม่มิด โซ่ หรือ ธนภัทร หนุ่มสถาปัตย์ปากแจ๋วประจำห้อง พยายามยันตัวขึ้นมาจากกองหมอน ใบหน้าหวานซีดเซียวจนน่าใจหาย ริมฝีปากแห้งผากขยับเถียงอุบอิบด้วยเสียงแหบพร่า "ก็... ก็งานโมเดลโปรเจกต์มินิมอลคอมเพล็กซ์มันรีบส่งนี่นา อีกอย่าง ใครใช้ให้คุณมาเดินตรวจตึกคณะผมดึกดื่นล่ะ นายขี้เก๊ก..." "ยังจะมีปากเสียงอีกนะครับ! นอนลงไปเลย ไข้ขึ้นสูงขนาดนี้ยังจะเถียงคำไม่ตกฟาก" กันต์เดินถือหม้อขนาดเล็กเดินตรงเข้ามาที่เคาน์เตอร์ครัว เปิดเตาแก๊สด้วยความคล่องแคล่ว แม้เจ้าตัวจะบ่นกระปอดกระแปดยาวเหยียดตั้งแต่ตื่นมาเจอสภาพรูมเมตตัวแสบ,นอนซมเมื่อเช้า แต่กระทะ หม้อ และทัพพีในมือกลับขยับทำงานอย่างเป็นระบบ ข้าวสวยหอมมะลิถูกเทลงหม้อน้ำซุปกระดูกหมูที่เคี่ยวไว้ตั้งแต่เช้าตรู่ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นตลบอบอวลไปทั่วห้อง บรรยากาศในห้องเช่าขนาดกลางยามบ่ายวันหยุดค่อนข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงเดือดปุดๆ ของข้าวต้มร้อนๆ และเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของพ่อครัวจำเป็น "กินยาหม้อนี้ซะ แล้วก็นอนพักผ่อนซะ ห้ามดื้อกับผมเข้าใจไหมครับ" กันต์ตักข้าวต้มร้อนๆ ใส่ชามเซรามิกสีขาวลายมินิมอลที่โซ่ชอบ ก่อนจะเดินมานั่งยองๆ ลงข้างโซฟา วางชามไว้บนโต๊ะเตี้ยตรงหน้า โซ่ชำเลืองมองชามข้าวต้มที่มีไข่เจียวฟูหนาโปะอยู่ด้านบน สีเหลืองทองน่ารับประทานตัดกับต้นหอมซอยละเอียด ดวงตากลมโตกระพริบปริบๆ ด้วยความประหลาดใจระคนซาบซึ้ง "นี่... คุณทำไข่เจียวโปะข้าวต้มให้ผมเหรอ?" "อย่าสำคัญตัวผิดครับ ผมแค่กลัวว่าถ้าคุณตายคาห้องนี้ ผมจะต้องเป็นคนรับผิดชอบค่ามัดจำห้องคนเดียวต่างหาก กินเข้าไปเลยนะ ห้ามบ่นว่าไม่อร่อยเด็ดขาด เพราะนี่คือฝีมือระดับวิศวกรโครงสร้างเชียวนะครับ" กันต์รีบเบือนหน้าหนีซ่อนรอยยิ้มมุมปากที่เผลอหลุดออกมา ความเก๊กที่พยายามสร้างไว้แทบจะพังทลายลงเมื่อเห็นท่าทางเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างอร่อยของคนตัวเล็กที่ยอมตักเข้าปากตามคำสั่งแต่โดยดี ระหว่างที่โซ่กำลังซดน้ำซุปอุ่นๆประทังชีวิต เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดบนโต๊ะก็ดังขึ้นรัวๆ จนสั่นสะเทือน โซ่หยิบขึ้นมาเปิดดู พบว่าเป็นแชตกลุ่มแก๊งเพื่อนสนิท "สถาปัตย์-วิศวะพาเพลิน" ที่มีเติร์ดและบูมเป็นตัวชงหลัก [เติร์ดตัวแสบ]: @โซ่ เป็นไงบ้างวะเพื่อน ได้ข่าวว่าป่วยการเมืองเหรอ เห็นคุณกันต์บอกว่าต้องยอมสวมผ้ากันเปื้อนลงครัวทำข้าวต้มให้กินเองเลยนี่หว่า โฮṫ ยอมใจพ่อหนุ่มวิศวะเขาเลยว่ะ [บูมจอมป่วน]: จริง! ระวังตัวไว้นะเว้ยโซ่ กินข้าวต้มฝีมือเขา ระวังจะติดใจจนต้องยอมยกตำแหน่งศรีภรรยาให้เขาฟรีๆ ฮ่าๆๆๆๆ โซ่หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพิษไข้หรือเพราะข้อความแซวของเพื่อนตัวดี นิ้วเรียวรีบพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความลนลาน [โซ่]: พร่อมมมมม! ป่วยอยู่เว้ยไอ้พวกบ้า ใครจะไปยอมมัน แค่สงสารคนใกล้ตายต่างหากเล่า! ในจังหวะที่โซ่กำลังก้มหน้าก้มตาพิมพ์แชตเถียงเพื่อนในกลุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย โดยไม่ทันสังเกตเลยว่า ร่างสูงของกันต์ที่ควรจะเดินกลับเข้าห้องครัวไปล้างหม้อ กลับมายืนซ้อนอยู่ด้านหลังโซฟาตั้งแต่เมื่อไหร่ ลมหายใจอุ่นๆ รดลงบริเวณต้นคอขาว ทำเอาโซ่สะดุ้งสุดตัว ขนลุกเกรียวไปทั้งร่าง มือหนาของกันต์ยื่นข้ามไหล่บางมาคว้าโทรศัพท์มือถือออกจากมือของโซ่ไปได้อย่างง่ายดาย "แอบนินทาผมให้เพื่อนฟังเหรอครับ... ไหนดูซิ เพื่อนว่ายังไงบ้างนะ" กันต์กระซิบชิดใบหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มเจือความเจ้าเล่ห์เล่นเอาหัวใจของคนป่วยเต้นรำไม่เป็นส่ำ "อะ... ไอ้กันต์! เอาคืนมานะ! นั่นมันเรื่องส่วนตัวของผม!" โซ่พยายามหันไปแย่งโทรศัพท์คืน แต่ด้วยความที่ร่างกายยังอ่อนเพลียจากพิษไข้ ทำให้แรงฮึดมีไม่มากพอ ร่างบางจึงเซถลาล้มไปซบกับอกแกร่งของกันต์โดยไม่ได้ตั้งใจ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นความสะอาดเฉพาะตัวของกันต์ลอยเข้าจมูก โซ่แข็งทื่อไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกันจนรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านจากพวงแก้มลามไปถึงใบหู กันต์ก้มมองคนในอ้อมแขน นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดใดๆ ออกมา มือหนาที่ถือโทรศัพท์ค่อยๆ วางลงข้างตัวอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะยกมืออีกข้างขึ้นทาบหน้าผากมนเพื่อวัดอุณหภูมิอย่างถือวิสาสะ "อืม... ไข้ยังไม่ลดเลยนะครับ" กันต์เอ่ยเสียงแผ่วเบา สายตาสำรวจใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างพินิจพพิเคราะห์ "สงสัยว่า... การกินยาพาราอย่างเดียวคงไม่หายห่วยแน่ๆ" "อะ... อะไรของคุณ ถอยไปเลยนะ ผมร้อน!" โซ่พยายามดันแผงอกกว้างออก แต่กันต์กลับยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นกว่าเดิม รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั้นช่างร้ายกาจและมีเสน่ห์จนเกินต้านทาน "ถ้าไม่อยากให้ไข้ขึ้นสูงกว่าเดิม... พรุ่งนี้คุณต้องสัญญาว่าจะยอมลาหยุด แล้วให้ผมดูแลทั้งวัน" กันต์ก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังจนโซ่แทบหยุดหายใจ "และที่สำคัญ... เลิกดื้อกับผมสักที... รู้ไหมครับว่าเวลาคุณป่วยแล้วทำตัวซ่า มันทำให้คนแถวนี้เขาเป็นห่วงจนแทบคลั่งตายอยู่แล้ว" คำพูดหยอดตรงๆ แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาสมองของโซ่ประมวลผลไม่ทัน หัวใจเต้นแรงโครมครามจนดังทะลุอก เสียงแจ้งเตือนแชตจากโทรศัพท์มือถือบนโซฟายังคงดังระรัว แต่ทั้งคู่กลับไม่ได้สนใจมันอีกต่อไป ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งงัน ท่ามกลางความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด ในจังหวะที่หัวใจของโซ่กำลังเต้นระส่ำและเตรียมจะอ้าปากเถียงกลบเกลื่อนความเขินอายนั้นเอง... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวขัดจังหวะความเป็นส่วนตัว ตามมาด้วยเสียงตะโกนโกลาหลของเติร์ดที่ดังทะลุกรอบประตูห้องเข้ามา "เฮ้ย! โซ่! ไอ้กันต์! เปิดประตูเร็ววะ! ชิบหายแล้ว... แม่นายขี้เก๊กยืนรออยู่หน้าตึกคณะโน่น โดนจับได้ไล่เลียงเรื่องหนีเรียนไปเที่ยวทะเลรอบก่อนแล้วโว้ยยย!" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผม "แบกเป้ท่องโลก" ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%