"เฮ้ย...!"
เสียงอุทานของโซ่ดังลั่นห้องนั่งเล่นในจังหวะที่หัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม สมองของสถาปนิกหนุ่มปีสามประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นเร็วยิ่งกว่าพายุโซนร้อน เมื่อร่างสูงโปร่งของกันต์ขยับเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด ชนิดที่ว่าลมหายใจอุ่นๆ รดอยู่ข้างแก้มจนขนลุกซู่ แว่นตาหนาเตอะเกือบจะหลุดร่วงจากดั้งเพราะแรงปะทะเมื่อครู่
สาเหตุเหรอก็มาจากไอ้เจ้าตัวแสบอย่างเติร์ดและบูมที่จู่ๆ ก็บุกเข้ามาเซอร์ไพรส์ถึงห้อง พร้อมกับหลักฐานมัดตัวชิ้นโตคือรูปถ่ายแอบถ่ายตอนที่กันต์กำลังเช็ดผมให้โซ่ด้วยความอ่อนโยนเมื่อคืนก่อน ภาพนั้นฟ้องชัดเจนว่าความสัมพันธ์ของรูมเมตคู่กัดคู่นี้มันเลยคำว่า 'เพื่อนร่วมห้อง' ไปไกลโขแล้ว
"แหม... ตกใจอะไรเบอร์นั้นวะไอ้โซ่ หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว" เติร์ดส่งเสียงแซวพร้อมกับทำหน้าล้อเลียน ยักคิ้วหลิ่วตาจนน่าหมั่นไส้ "ก็แค่หลักฐานยืนยันความฟินของคู่รัก... เอ้ย คู่รูมเมตจำเป็น แค่นี้ทำเป็นสะดุ้ง"
"ปากดีนะมึงไอ้เติร์ด เดี๋ยวปั้นโมเดลทับหัวซะนี่" โซ่แยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่พุ่งขึ้นมาถึงใบหู มือบางรีบดันอกแกร่งของกันต์ให้ออกห่าง แต่ทว่าคนตัวสูงกว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน แถมยังใช้สายตานิ่งๆ แต่พราวระยับคู่นั้นมองกลับมานิ่งสนิท
"ถอยไปเลยนะไอ้กันต์ แก... แกจะมาเนียนอะไรแถวนี้" โซ่เอ็ดเสียงเขียว พยายามหลบสายตาที่ทำเอาใจสั่นระทัว
"ใครเนียน?" กันต์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง น้ำเสียงนุ่มทุ้มติดจะกวนประสาทตามฟอร์มเดือนคณะวิศวะฯ ถูกเปล่งออกมาอย่างไม่รีบร้อน "ฉันแค่อยู่ในอาณาเขตของฉัน ห้องนี้ฉันจ่ายค่าเช่าครึ่งหนึ่งนะ"
"แต่แกยืนเบียดฉันเกินครึ่งห้องแล้วโว้ย!" โซ่โวยวาย พลางสะบัดหน้าหนีไปทางอื่นเพราะทนรับรัศมีวามวับจากดวงตาคมกริบนั้นไม่ไหว "ไอ้เติร์ด ไอ้บูม สองตัวนั้นแหละตัวดี เอาบ้าอะไรมาเล่นเนี่ย รีบไสหัวออกไปจากห้องฉันเลยนะเว้ย!"
"โห ใจร้ายว่ะไอ้โซ่ พวกกูอุตส่าห์หวังดีมาเยี่ยมเยียน" บูมทำหน้ายู่ยี่แกล้งทำเป็นดราม่า ก่อนจะหันไปสบตากับเติร์ดแล้วส่งสัญญาณมือเป็นเชิงภารกิจสำเร็จ "เอo งั้นพวกกูไม่กวนละ พอดีนัดสาวไว้ ไปกันเถอะไอ้เติร์ด ปล่อยให้รูมเมตเขาเคลียร์ใจกันตามสบายดีกว่า"
สิ้นเสียงของบูม สองตัวชงมืออาชีพก็พากันชิ่งหนีออกจากห้องอย่างรวดเร็วราวกับติดสปริง พร้อมกับปิดประตูเสียงดังปัง ทิ้งให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับอวลไปด้วยความอึมครึมที่แปลกประหลาด ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะยิ่งกว่าเดิม
โซ่ยืนนิ่งค้างอยู่กลางห้อง มือเรียวกำชายเสื้อตัวเองแน่น พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อตั้งสติ แต่กลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือกลิ่นสบู่สะอาดจากตัวของคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังมันกลับทำให้สติที่มีกระเจิงหายไปหมด
"มองหน้าฉันทำไม เลิกมองได้แล้ว" โซ่เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน น้ำเสียงติดจะห้วนเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
กันต์ไม่ตอบทันที ขายาวก้าวเข้าไปใกล้ก้าวหนึ่ง จนหลังของโซ่เกือบจะแนบชิดกับอกแกร่งอีกครั้ง ร่างสูงก้มตัวลงมาเล็กน้อยให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกับคนตัวเล็กกว่า ก่อนจะพ่นลมหายใจเบาๆ ออกมา
"ก็มันน่ามอง..." เสียงกระซิบแผ่วเบาดังอยู่ข้างใบหู ทำเอาโซ่สะดุ้งเฮือก
"ไอ้...!"
"รำคาญ" กันต์พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่แววตากลับจริงจังจนน่าตกใจ "รำคาญไอ้พวกนั้นที่ชอบแซว รำคาญเสียงโวยวายของนายที่ดังอยู่เรื่อย และที่สำคัญ..."
ร่างสูงเว้นจังหวะไปชั่วครู่ ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของโซ่ราวกับต้องการค้นหาความจริงบางอย่างข้างในนั้น
"รำคาญตัวเอง ที่พักหลังมานี่... หวงนายชิบหายเลยว่ะ"
กึก!
ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ คำพูดห้วนๆ แต่มีความหมายลึกซึ้งทะลักออกมาจากริมฝีปากของคนที่ขึ้นชื่อว่าขี้เก๊กและปากแข็งที่สุดในสามโลก โซ่อ้าปากค้าง สมองหยุดทำงานไปดื้อๆ สองหูอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นโครมครามดังสนั่นหวั่นไหว
*กันต์... บอกว่าหวงเหรอ? หวงจริงๆ งั้นเหรอ?*
ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิงไปหมด โซ่รู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าวไปหมด ไม่ใช่แค่เขิน แต่ความรู้สึกตื้นตันบางอย่างมันตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนพูดไม่ออก คำสารภาพที่หลุดออกมาอย่างไร้การป้องกันตัวนั้น ทำให้กำแพงความเก๊กที่กันต์สร้างไว้พังทลายลงไม่เป็นท่า
"อะ... อะไรของแกเนี่ย พูดบ้าอะไรออกมาวะ" โซ่เสียงสั่นระริก เมินหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำจนลามไปถึงใบหู "ใครให้มาพูดจาแปลกๆ แบบนี้ เลิกหยอดสักทีได้ไหมวะคนยิ่งตั้งตัวไม่ติดอยู่..."
กันต์ไม่ได้ถอยหนี กลับกัน ร่างสูงยิ่งขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าข้อมือเล็กที่กำลังสั่นน้อยๆ นั่นไว้ แต่ทว่า...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความสิเน่หาอย่างไม่รู้กาลเทศะ พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลจากด้านนอกที่ทำให้บรรยากาศสีชมพูเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตา
"ไอ้โซ่! ไอ้กันต์! แย่แล้วพวกมึง!" เสียงตะโกนแหบแห้งของเติร์ดดังทะลุประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงบิดลูกบิดรัวๆ "เปิดประตูเร็วเข้า! ไฟดับทั้งตึกแถมลิฟต์ค้าง! และที่สำคัญ... มีคนเห็นกระเป๋าเป้สะพายใบนึงของมึงตกอยู่ตรงล็อบบี้ พร้อมกับจดหมายปริศนาจ่าหน้าซองถึงไอ้กันต์วะ!"
โซ่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองหน้ากันต์ทันที ลืมความเขินอายเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น เมื่อสังหรณ์ใจประหลาดบอกว่าเรื่องวุ่นวายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในค่ำคืนนี้
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและหัวเราะไปกับคู่ป่วนคู่นี้เสมอนะครับ
รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 37
คำสารภาพที่หลุดปาก
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!