"ถ้ามึงสองตัวยังลีลา ชักแม่น้ำทั้งห้าอยู่แบบนี้ กูจะเอาสากกะเบือฟาดหัวให้สติสตางค์กลับเข้าร่างจริงๆ ด้วยนะไอ้เติร์ด!"
เสียงกระซิบกระซาบที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดปนความร้อนรนดังลอดออกมาจากหลังชั้นวางอุปกรณ์ทำความสะอาดเก่าๆ ในห้องเก็บของใต้บันไดตึกคณะสถาปัตย์ โซ่—ในฐานะเหยื่อผู้ถูกบังคับให้มาร่วมสังฆกรรม—กำลังพยายามยันตัวเองไม่ให้ล้มไปทับร่างของไอ้เพื่อนตัวดีที่นั่งยองๆ อยู่ข้างกัน สายตากลมโตส่งค้อนคว่ำวงใหญ่ให้ผู้ชายสองคนที่ยืนทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้อยู่หน้าประตู
เติร์ดกระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางยกนิ้วชี้ขึ้นจุ๊ปากส่งสัญญาณให้เพื่อนรักเงียบเสียงลง ก่อนจะดันตัวถอยหลังออกมาอย่างแนบเนียนที่สุด
"เอาน่าโซ่ มึงใจเย็นๆ ดูกลุ่มเป้าหมายกูซะก่อน แผน 'กามเทพจำเป็น' ฉบับนี้กูคิดมาสามวันสามคืน ยุงในห้องนี้ยังไม่ได้กินเลือดพวกมึงฟรีๆ หรอกน่า เชื่อมือไอ้บูมกับกูเถอะวะ" เติร์ดกระซิบตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวขะเราะ ขณะที่บูมพยักหน้ารัวๆ สนับสนุนเพื่อนสนิทเต็มที่
"ใช่ๆ มึงคิดดูนะ ไอ้งันต์มันฟอร์มจัดยิ่งกว่าอะไรดี ปากแข็งบอกไม่ได้คิดอะไร แต่เวลาพูดถึงมึงทีไร หูแดงถึงใบหูทุกที ถ้าไม่ใช้วิธี 'จำกัดพื้นที่' แบบนี้ ชาตินี้พวกมึงคงได้แต่นั่งมองตากันไปจนเรียนจบพอดี" บูมเสริมทัพด้วยความมั่นเกินร้อย
โซ่อ้าปากค้าง เตรียมจะพ่นคำด่าชุดใหญ่ใส่เพื่อนตัวแสบทั้งสองที่บังอาจหักหลังเขาด้วยการหลอกให้มาช่วยขนลังอุปกรณ์ศิลปะ แล้วผลักเขาเข้ามาในห้องเก็บของมืดๆ ทึบๆ นี้ร่วมกับ 'กันต์' ก่อนจะล็อคกลอนจากด้านนอกอย่างไร้เยื่อใย
แต่ยังไม่ทันที่เสียงบ่นกระปอดกระแปดจะได้หลุดออกจากริมฝีปากของคนตัวเล็ก เสียงทุ้มต่ำและคุ้นเคยดีก็ดังขึ้นจากมุมมืดอีกด้านของห้อง
"จะยืนเถียงกับประตูอีกนานไหมครับ หรือจะเดินมาดูตรงนี้ดีๆ ว่ากลอนมันถูกล็อคจากข้างนอกจริงๆ หรือว่าพวกมันแกล้งอำเล่น"
ร่างสูงของกันต์ที่ยืนกอดอกพิงชั้นวางของอยู่ก่อนแล้วค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว แสงไฟสลัวที่ลอดผ่านช่องกระจกบานเล็กเหนือประตูกระทบเข้ากับสันจมูกโด่งและโครงหน้าคมคาย ดวงตาดุสไตล์หนุ่มวิศวะกำลังพายเรืออารมณ์ขันเจือความระอาไว้อย่างชัดเจน แต่หากสังเกตให้ดี ลึกลงไปในแววตานั้นกลับมีความไหววูบระคนความประหม่าที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึม
โซ่สะดุ้งโหยง หัวใจเจ้ากรรมกระโดดไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อรู้ตัวว่าตอนนี้เขากำลัง 'ติดกับ' อยู่ในพื้นที่จำกัดขนาดไม่ถึงสี่ตารางเมตรกับผู้ชายอันตรายคนนี้—อันตรายต่ออัตราการเต้นของหัวใจตัวเองเสียเหลือเกิน
"อะ...ไอ้กันต์! มึงอย่ามาทำเป็นทองไม่รู้ร้อนนะเว้ย รู้สึกตัวบ้างไหมว่าเพื่อนมึงกับเพื่อนกูมันร่วมมือกันฆาตกรรมหมู่เราสองคนทางอ้อมอยู่เนี่ย!" โซ่รีบขยับถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับบานประตูไม้เก่าๆ เผลอเสียงดังกลบเกลื่อนความตื่นตระหนกของตัวเอง
กันต์ไม่ตอบทันที ร่างสูงค่อยๆ สาวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว...ทีละก้าว จนความสูงที่ต่างกันพอสมควรทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มแคบลงไปอีก โซ่รู้สึกเหมือนอากาศในห้องนี้ถูกสูบหายไปไหนหมด เมื่อกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของอีกฝ่ายลอยมาแตะจมูก ผสมผสานกับกลิ่นอับของห้องเก็บของได้อย่างน่าประหลาด
"แล้วทำไมต้องตกใจขนาดนั้นล่ะครับ" กันต์หยุดยืนเว้นระยะห่างจากโซ่เพียงแค่ก้าวเดียว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาคู่สวยที่กำลังหลบเลี่ยงไม่กล้าสบตา "หรือว่ากลัว..."
"กลัวบ้าอะไรเล่า! ใครกลัว มึงอย่ามามั่วซ้ำเติมนะเว้ย กูแค่อึดอัด... เออ ร้อนด้วย ห้องบ้าอะไรเนี่ย ไม่มีหน้าต่างสักบาน" โซ่รีบแก้ตัวเสียงดังกลบเกลื่อน พร้อมกับยกมือขึ้นพัดลมใส่หน้าตัวเองลวกๆ พยายามทำเป็นมองโน่นมองนี่ ยกเว้นใบหน้าของคนที่ยืนยิ้มมุมปากอยู่ตรงหน้า
"ร้อนเหรอครับ..." เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบาราวกับกระซิบ กันต์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนโซ่ต้องเอนตัวหนีจนแผ่นหลังแนบติดกับประตูด้านหลังอย่างไร้ทางหนี "แต่ผมว่า... ตัวคุณตอนนี้ ร้อนยิ่งกว่าอากาศในห้องนี้เสียอีกนะ"
"ไอ้...!" โซ่อ้าปากจะเถียง แต่คำพูดทั้งหมดก็ถูกกลืนหายไปในลำคอ เมื่อจู่ๆ มือหนาของกันต์ก็เอื้อมมาวางทราบลงบนบานประตูไม้เหนือศีรษะของเขา เป็นการกักตัว (Wall-in) กลายๆ โดยสมบูรณ์ ดวงตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ทีจะได้เห็น
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดลงชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่ดังสลับกันไปมาในความสลัว
"ปล่อยเลยนะเว้ย ไอ้กันต์! ถ้าเพื่อนข้างนอกมันได้ยินว่าเราอยู่ใกล้กันขนาดนี้ เดี๋ยวพวกมันก็ได้ใจกันใหญ่หรอก" โซ่พยายามดันแผงอกกว้างของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ทว่าแรงอันน้อยนิดของสถาปนิกหนุ่มกลับไม่สะเทือนวิศวกรหนุ่มร่างกำยำเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มือของกันต์ที่ว่างอยู่ข้างหนึ่งกลับเอื้อมมาจับข้อมือของเขาไว้เบาๆ ไม่ให้ดันออก
สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วที่กุมข้อมือ ทำให้โซ่รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ แล่นพล่านไปทั่วทั้งแขน ยาวลามไปถึงหัวใจที่เต้นรำกระหน่ำจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน
"ปล่อยไม่ได้หรอครับ..." กันต์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่ข้างแก้มใสที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ "ในเมื่อพวกมันอุตส่าห์ลงทุนวางแผนให้เราได้อยู่ด้วยกันสองต่อสองทั้งที... ถ้าผมปล่อยโอกาสนี้หลุดมือไป คงกลายเป็นคนที่โง่ที่สุดในโลกเลยนะ, โซ่"
น้ำเสียงที่เปลี่ยนเป็นจริงจังและนุ่มทุ้มในตอนท้าย ทำให้โซ่ถึงกับนิ่งงัน คำพูดเถียงคำไม่ตกฟากหายเกลี้ยงไปจากหัวสมอง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความดื้อรั้นทั้งหมดที่มีถูกละลายหายไปกับแววตาที่จริงใจและเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นมานานของคนตรงหน้า
"มึง... พูดบ้าอะไรเนี่ย..." โซ่พึมพำเสียงเบาหวิว ดวงตากลมโตหลบวูบลงมองกระดุมเสื้อของอีกฝ่ายแทน เพราะทนรับสายตาคู่นั้นไม่ไหว
"ไม่ได้บ้าครับ..." กันต์ระบายยิ้มละมุนที่หาดูได้ยากออกมา ชั่วขณะหนึ่ง นิ้วมือข้างที่ว่างก็เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของคนตัวเล็กให้อย่างเบามือ อ่อนโยนเสียจนโซ่รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหลอมละลายตรงนั้น "ผมแค่อยากบอกคุณตรงๆ... ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่ผมแพ้ทางคุณ แพ้ให้กับความขี้โวยวาย แพ้ให้กับทุกๆ อย่างที่เป็นคุณ"
ในขณะที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้งและหัวใจของทั้งสองคนกำลังเต้นตรงกันจนแทบจะหลอมรวมเป็นดวงเดียว โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของกันต์ก็ส่งเสียงแจ้งเตือน "ติ๊ง!" ดังลั่นขึ้นท่ามกลางความเงียบ
กันต์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความขัดใจ แต่ก็ยอมละสายตาจากคนตรงหน้า ควักโทรศัพท์มือถือออกมาดูข้อความจากแชตกลุ่มที่ตั้งชื่อว่า *'ภารกิจกามเทพจำยอม'*
ข้อความล่าสุดจากเติร์ดส่งมาสติกเกอร์รูปหัวใจรัวๆ พร้อมข้อความ:
*[เติร์ด]: เป็นไงบ้างวะมึง? สารภาพรักยัง? อย่าบอกนะว่ายืนใบ้กินกันอยู่สองคน!*
กันต์ถอนหายใจเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้เพื่อนสนิท ก่อนจะนิ้วเรียวจะกดพิมพ์ข้อความตอบกลับไปว่า *'พวกมึงรอก่อนเดี๋ยวออกไปคิดบัญชี'* แต่เพราะความรีบและแสงไฟที่น้อยนิด ทำให้นิ้วเจ้ากรรมดันไปกดปุ่ม 'ส่งสติกเกอร์ผิดพลาด' และในจังหวะนั้นเอง... โซ่ที่ชะเง้อคอมองหน้าจอด้วยความอยากรู้ ก็เผลออุทานออกมาเสียงดังเบาๆ
"เฮ้ย! นั่นมันแชตกลุ่มนี่หวา! มึงส่งอะไรไปให้พวกมันวะไอ้กันต์!"
กันต์รีบกดปุ่มยกเลิกข้อความและลบแชตแทบไม่ทัน แต่ทว่า... ปลายทางอีกด้านของประตูห้องเก็บของ กลับมีเสียงหัวเราะคิกคักของเติร์ดและบูมดังลอดเข้ามา พร้อมกับเสียงเคาะประตูปิ้วๆ อย่างสนุกสนาน
"อุ๊ย! ได้ยินเสียงแว่วๆ ว่ากำลังจะคิดบัญชีเหรอครับคุณกันต์! งั้นพวกผมเปิดประตูให้ตอนนี้เลยดีไหมนะ หรือจะให้ต่อเวลาอีกสักรอบ!" เสียงแซวของเติร์ดดังทะลุกำแพงเข้ามา ทำเอาโซ่หน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิมด้วยความเขินอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี
กันต์หันกลับมามองหน้าคนตัวเล็กที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู ดวงตากลมโตมองค้อนเขาด้วยความเขินปนโมโหเล็กน้อย เป็นภาพที่น่ารักจนกันต์อดใจไม่ไหว ต้องยกยิ้มกว้างออกมาอย่างเอ็นดู
ก่อนที่โซ่จะทันได้เอ่ยปากด่าอะไรออกไป ประตูห้องเก็บของที่ถูกล็อกไว้ก็ถูกบิดเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับแสงสว่างจ้าที่สาดส่องเข้ามาแยงตาจนทั้งคู่ต้องหรี่ตาลง และในจังหวะชุลมุนที่เพื่อนตัวแสบทั้งสองกำลังจะพุ่งพรวดเข้ามาแซวต่อนั้นเอง...
กันต์ก็ตัดสินใจทำบางสิ่งที่ทำให้โลกทั้งใบของโซ่หยุดหมุนไปชั่วขณะ
มือหนาเอื้อมมาคว้าต้นคอของคนตัวเล็กไว้เบาๆ แล้วโน้มใบหน้าลงมาประทับริมฝีปากลงบนหน้าผากเนียนของโซ่แผ่วเบา ท่ามกลางความตกตะลึงตาค้างของเติร์ดและบูมที่ยืนอ้าปากค้างอยู่ตรงธรณีประตู!
"เฮ้ย...!" โซ่อุทานค้างเติ่ง หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อสมองประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นเร็วเสียยิ่งกว่าพายุ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความโบ๊ะบ๊ะนี้ด้วยกันเสมอนะครับ!
รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 36
แผนปฏิบัติการกามเทพจำเป็น
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!