“นี่! ไอ้นายขี้เก๊ก! ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลยนะ! จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนวะ!”
เสียงแว้ดๆ ของโซ่ดังลั่นห้องพักจนเกือบจะกลายเป็นเสียงตะโกน มือเล็กสะบัดผ้าห่มผืนหนาออกจากร่างที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงอย่างไม่เบามือ แต่ทว่าสิ่งที่ตอบกลับมาไม่ใช่คำด่าทอหรือสายตากวนประสาทอย่างที่เคยเป็น กลับมีเพียงเสียงลมหายใจฟืดฟาดที่ดูติดขัดและร่างหนาที่สั่นสะท้านเล็กน้อยภายใต้เสื้อยืดตัวโคร่ง
โซ่ชะงักไปครู่หนึ่ง กลิ่นอายความโกรธที่พุ่งปรี๊ดเมื่อครู่มลายหายไปทันทีเมื่อฝ่ามือไปแตะโดนหน้าผากกว้าง ความร้อนที่แผ่ออกมาทำให้เขาต้องชักมือกลับราวกับโดนของร้อน
“เฮ้ย... ตัวร้อนจี๋เลยนี่หว่า” โซ่พึมพำ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเปลี่ยนเป็นเบาหวิว ความรู้สึกผิดแล่นริ้วขึ้นมาในใจ เมื่อนึกย้อนไปว่าตลอดสามวันที่ผ่านมา ไอ้หมอนี่เอาแต่นั่งปั่นโปรเจกต์วิศวะฯ กราฟิกจนดึกดื่น ไม่ยอมกินข้าว ไม่ยอมนอน แถมยังชอบทำหน้าทำตาเก๊กหล่อใส่เขาตอนที่เขาพยายามเตือนด้วยความหวังดี
“ไอ้กันต์... กันต์ครับ ได้ยินไหม” โซ่เขย่าไหล่คนป่วยเบาๆ
คนขี้เก๊กที่ปกติปากจัดอย่างกับกรรไกรค่อยๆ ปรือตาขึ้นอย่างยากลำบาก นัยน์ตาที่มักจะวาวโรจน์ด้วยความกวนประสาทบัดนี้ดูพร่าเลือนและฉ่ำวาวไปด้วยพิษไข้ ริมฝีปากแห้งผากของกันต์ขยับยุกยิกเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง
“...ยุ่งน่า... เจ้าตัวเล็ก... ไปเที่ยวสถาปัตย์ของนายไป...” เสียงแหบพร่าหลุดออกมาพร้อมกับการขมวดคิ้วแน่น กันต์พยายามจะคว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงต่อ แต่มือกลับไร้เรี่ยวแรง
“จะเที่ยวไปไหนเล่า! ดูสภาพตัวเองก่อนไหมห๊ะ! ป่วยขนาดนี้ยังจะมาปากดีอีก” โซ่บ่นอุบอิบ พลางรีบวิ่งไปคว้ากะละมังใบเล็กมาใส่น้ำอุ่นและหยิบผ้าขนหนูผืนสะอาดขึ้นมา เขาจัดการวางแผนในหัวทันทีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
มือเรียวค่อยๆ เช็ดไปตามใบหน้าคมสันที่ตอนนี้ดูซูบเซียวลงไปถนัดตา สัมผัสเบามือของโซ่ทำเอาคนป่วยที่กำลังเคลิ้มกับพิษไข้ถึงกับลืมตาขึ้นมามองอีกครั้ง เขาจ้องใบหน้าของโซ่ที่ดูจริงจังและกังวลจนคิ้วขมวดเป็นปม
“เป็นห่วง... เหรอครับ?” กันต์ถามเสียงกระเส่า แต่อดไม่ได้ที่จะส่งยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์มาให้ แม้จะดูฝืนเต็มทน
“ห่วงบ้านห่วงเมืองมั้ง! ฉันแค่ไม่อยากให้ห้องเหม็นกลิ่นคนป่วย เข้าใจไหม!” โซ่เถียงกลับทันควัน แม้ว่าใบหน้าจะขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ เขาไม่ยอมสบตากันต์แล้วก้มหน้าก้มตาเช็ดตัวต่อ
บรรยากาศในห้องเงียบลง มีเพียงเสียงลมหายใจหนักๆ ของกันต์กับเสียงน้ำที่กระทบกะละมังเป็นระยะ โซ่ดูแลอีกฝ่ายอย่างเก้ๆ กังๆ ทั้งป้อนน้ำ ป้อนยาตามโดสที่เพื่อนในกลุ่มอย่างเติร์ดแชตบอกมาเป็นระยะๆ ความรู้สึกของโซ่ตอนนี้มันประหลาดนัก เขาไม่ได้รู้สึกรำคาญเหมือนทุกทีที่ต้องคอยตามเช็ดตามล้างให้ใคร แต่มันกลับมีความรู้สึก ‘ใจฟู’ บางอย่างที่อธิบายไม่ถูกแทรกซึมเข้ามา
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืน โซ่ฟุบหลับไปข้างเตียงโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งรู้สึกถึงแรงขยับที่มือ
“โซ่...” เสียงเรียกแผ่วเบาข้างหูทำให้โซ่สะดุ้งตื่น เขาเงยหน้าขึ้นมาก็พบว่ากันต์ตื่นแล้ว และกำลังมองเขาอยู่ด้วยสายตาที่ลึกซึ้งเกินกว่าคนเพิ่งหายไข้
“ตื่นแล้วเหรอ? กินยาอีกรอบไหม?” โซ่รีบขยับตัวลุกขึ้น แต่กันต์กลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเขาไว้แน่น
“ขอบคุณนะ...” กันต์จ้องลึกเข้ามาในตา “ถ้าวันนี้ไม่ได้นาย... ฉันคงแย่เหมือนกัน”
“เออๆ รู้อยู่แล้วว่าฉันมันดีเลิศประเสริฐศรี จะชมทำไมบ่อยๆ เลิกเก๊กได้แล้วน่า” โซ่พยายามดึงมือออกแต่กันต์ไม่ยอมปล่อย แถมยังออกแรงดึงให้เขาขยับเข้าไปใกล้เตียงมากขึ้น
“ไอ้คนเก๊กคนนี้... มันแพ้ทางนายคนเดียวเลยนะ รู้ตัวบ้างไหม”
ประโยคนั้นทำเอาโซ่ชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวเหมือนกลองรบ แต่ในจังหวะที่โซ่กำลังจะอ้าปากสวนกลับ ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์ของกันต์ที่วางอยู่ข้างหัวเตียงก็ดังขึ้นรัวๆ จนน่าตกใจ
โซ่ขมวดคิ้วก่อนจะเหลือบไปมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมา ชื่อผู้ส่งคือ ‘ดาวคณะฯ’ ที่ใครๆ ต่างก็รู้ว่ากำลังตามจีบกันต์อยู่ ข้อความที่ปรากฏบนหน้าจอเด่นชัดจนคนข้างๆ อ่านได้ทันที
*“กันต์... พรุ่งนี้ไปทานข้าวด้วยกันนะ เรามีเรื่องจะสารภาพความในใจด้วย... หวังว่ากันต์จะไม่ปฏิเสธนะจ๊ะ”*
บรรยากาศที่กำลังอุ่นไอความโรแมนติกเมื่อครู่ดับวูบลงทันที โซ่รู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักๆ หล่นทับกลางอกโดยไม่ทราบสาเหตุ เขาผละมือออกจากกันต์ทันทีโดยอัตโนมัติ
“เอ่อ... งั้นนายก็นอนพักต่อเถอะ ฉันไปดูงานต่อแล้ว... แชตเข้าใหญ่เลยนี่ ไปตอบซะนะ”
โซ่รีบหันหลังเดินหนี แต่จังหวะนั้นเอง ประตูห้องพักของพวกเขาก็ถูกเคาะดังปัง! พร้อมกับเสียงของ ‘บูม’ เพื่อนสนิทที่ตะโกนเข้ามาในห้องด้วยความตื่นตระหนก
“ไอ้กันต์! ไอ้โซ่! เตรียมตัวด่วนเลยนะ! ไอ้พวกคณะบริหารมันยกพวกมาถึงหน้าหอแล้ว! มันบอกว่าจะมา ‘เยี่ยมไข้’ แฟนคนปัจจุบันของมัน... ที่ชื่อ... แฟนเก่าของกันต์น่ะ!”
โซ่หันกลับมามองกันต์ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ส่วนกันต์เองก็ทำหน้าเหวอสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของเพื่อนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับบุคคลที่สามที่เดินตามหลังมาด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่ไม่ได้เชิญ
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง โอบกอดความรู้สึก และใจฟูไปกับคู่ป่วนคู่นี้ในตอนนี้นะครับ
แบกเป้ท่องโลก
รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 27
ไข้ใจมาเยือน
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!