รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 10

สถานการณ์บังคับให้เป็นห่วง

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"บอกแล้วไงว่าอย่าไปเดินลุยน้ำหลากตรงนั้น... ดื้อไม่เข้าเรื่องเลยนะครับคุณธนภัทร" เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความหงุดหงิดปนระอา ดังลอดผ่านความเงียบงันของห้องพักยามตีสอง สภาพของห้อง 404 ตอนนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงความเรียบร้อย บนโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยกระดาษสเก็ตchงานและขวดเกลือแร่ที่ดื่มหมดแล้ว ส่วนบนเตียงนอนขนาดควีนไซส์ มีร่างโปร่งของสถาปนิกตัวแสบกำลังนอนขดตัวซุกอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ลมหายใจที่เป่ารดออกมามีความร้อนผ่าวราวจับไข้ หลังจากที่พวกเราเพิ่งกลับมาจากทริปภาคสนามสุดมาราธอนเมื่อช่วงเย็น โซ่ในยามนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะอ้าปากเถียง ริมฝีปากแห้งผากระเรื่อสีจัดด้วยพิษไข้ ดวงตาคู่สวยที่ปกติมักจะมองค้อนผมด้วยความหมั่นไส้อยู่เสมอก들สนิท เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้าหวานจนผมสีน้ำตาลชื้นลู่แนบแก้ม ผมถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ร้อยของคืนนี้ มือหนาวางกะละมังใบเล็กที่บรรจุน้ำอุ่นลงบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะบิดผ้าขนหนูผืนนุ่มพอ "ลุกขึ้นมาเช็ดตัวหน่อยครับ อย่าดื้อ... ตัวร้อนจี๋ขนาดนี้เดี๋ยวได้น็อคจริงๆ หรอก" ผมเอ่ยเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว พลางโน้มตัวลงไปประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงให้ขยับขึ้นมาพิงหัวเตียง "อื้อ... หหนาว..." เสียงแหบพร่าหลุดเล็ดลอดออกมาจากลำคอแห้งผาก โซ่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความทรมาน พยายามจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงหนี แต่มีหรือที่คนอย่างกันต์ตพงศ์จะยอมปล่อยผ่าน "หนาวก็ต้องเช็ดครับ ไม่งั้นไข้ไม่ลดหรอก ถอดเสื้อออกก่อนเร็ว... หรือจะให้ผมช่วยถอดให้?" ผมแกล้งเลิกคิ้วถามด้วยน้ำอยเสียงเจ้าเลوهเผื่อว่าเจ้าตัวจะฮึดสู้ขึ้นมาเถียงเหมือนทุกที แต่ผิดคาด... โซ่ทำเพียงแค่ลืมตาขึ้นมามองผมด้วยแววตาฉ่ำน้ำที่ดูน่าสงสารเป็นบ้า เจ้าตัวส่งเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างขัดใจ แต่ก็ยอมยกมืออันสั่นเทาขึ้นมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนของตัวเองออกทีละเม็ดอย่างยากลำบาก ภาพผิวเนียนละเอียดที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อเพราะพิษไข้ทำเอาผมต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก... ให้ตายเถอะ นี่มันบททดสอบความอดทนชัดๆ ผมรีบเบนสายตาไปมองทางอื่นเพื่อตั้งสติ ก่อนจะหยิบผ้าชุบน้ำหมาดๆ มาเริ่มบรรจงเช็ดไล่จากซอกคอลงมาตามไหปลาร้าลาดกว้าง ผิวของอีกฝ่ายร้อนผ่าวราวจอคอมพิว터ที่เปิดใช้งานมาทั้งวัน จังหวะที่ปลายนิ้วโป้งเผลอไปโดนผิวเนียนบริเวณลาดไหล่ โซ่ก็สะดุ้งเฮือกเล็กน้อยพร้อมกับส่งเสียงครางประท้วงในลำคอ "อ๊ะ... มันเย็น... กันต์ นายแกล้งฉันเหรอ" "ไม่ได้แกล้งครับ เช็ดตัวลดไข้ต่างหาก อยู่นิ่งๆ สิครับคุณสถาปนิก มือไม้อยู่ไม่สุขเดี๋ยวจับมัดติดเตียงซะเลยนี่" ผมดุเสียงเข้มแต่แววตากลับอ่อนโยนลงโดยอัตโนมัติขณะที่ไล่ผ้าเช็ดตัวลงผ่านแผ่นอกบางที่มีจังหวะการหายใจกระชั้นชิด บรรยากาศในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ และเสียงลมหายใจหอบเหนื่อยของคนป่วย โซ่หลับตาพริ้มปล่อยให้ผมดูแลแต่โดยดี ความดื้อรั้นพยศหายเกลี้ยง เหลือเพียงความเปราะบางที่ทำเอาคนมองอย่างผมรู้สึกใจหายวาบอย่างประหลาด ปกติเห็นเก่ง ปากเก่ง โวยวายเก่งไปวันๆ พอมานอนป่วยแบบนี้... โคตรน่ารำคาญใจเลยให้ตายสิ น่ารำคาญที่ทำให้ผมละสายตาไปไหนไม่ได้เลยสักวินาที หลังจากจัดการเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เรียบร้อย โซ่ก็เริ่มเคลิ้มหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย ผมจัดแจงห่มผ้าให้จนถึงคาง นั่งเฝ้าดูอาการอยู่ข้างเตียงครู่ใหญ่ จนกระทั่งนาฬิกาบอกเวลาตีสามกว่า หนັງตาของผมเองก็เริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ จากความเหนื่อยล้าสะสมมาทั้งวัน ผมตั้งใจว่าจะฟุบหลับพักสายตาตรงโซฟาปลายเตียงสักหน่อย... แต่พอเอนกายลงไปได้ไม่นาน ความนุ่มของโซฟาตัวโปรดกับความอ่อนล้าก็ดึงสติผมให้จมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราไปอย่างรวดเร็ว ... แสงแดดยามสายลอดผ่านผ้าม่านกันแสงสีทึบเข้ามาภายในห้อง 404 ปลุกให้ประสาทสัมผัสของผมเริ่มตื่นตัว ความรู้สึกแรกคือความปวดเมื่อยบริเวณต้นคอจากการนอนผิดท่า และความรู้สึกอุ่นวาบแปลกๆ ที่แผ่ซ่านอยู่บริเวณช่วงเอว ผมขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจะบิดขี้เกียจ แต่ทว่า... กลับมีบางอย่างรั้งตัวผมไว้ แถมยังมีน้ำหนักทับอยู่บนแผงอก ผมกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือ เส้นผมสีน้ำตาลนุ่มฟูที่คุ้นเคยกำลังซุกซบอยู่ตรงซอกคอของผม ลมหายใจอุ่นๆเป่ารดผิวเนื้อจนรู้สึกจั๊กจี้ และที่พีคยิ่งกว่าคือ... สถาปนิกตัวแสบที่เมื่อคืนนอนซมไข้สูง แทบจะกลายร่างเป็นปลิงเกาะหนึบ กอดเอวผมไว้แน่นซะยิ่งกว่าตุ๊กตาหมี แถมยังเอาขามาพาดก่ายทับท่อนขาผมไว้อีกต่างหาก! ให้ตายเถอะ... นี่เราเผลอย้ายร่างมาหลับคาเตียงโซ่ตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย แล้วไอ้ท่าทางที่เหมือนเด็กน้อยอ้อนแม่นี่มันอะไรกันวะครับเนี่ย! ผมกลั้นหายใจแทบไม่กล้าขยับตัวแรง เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะตื่นขึ้นมาแล้วโวยวายบ้านแตก แต่ทว่า... จังหวะที่ผมกำลังจะค่อยๆ แกะมือเหนียวๆ ของคู่อริออก ใบหน้าหวานที่ควรจะหลับสนิทอยู่ กลับค่อยๆ เงยขึ้นมาสบตากับผมในระยะประชิด ดวงตากลมโตคู่สวยกะพริบปริบๆ ด้วยความงัวเงีย ก่อนที่เจ้าตัวจะนิ่งค้างไปเมื่อรู้ว่าตอนนี้เราอยู่ใกล้กันมากแค่ไหน ปลายจมูกของเราแทบจะชนกันอยู่รอมรอม... "อ้าว... ตื่นแล้วเหรอครับ หรือว่าจะนอนต่อบนตัวผมดีล่ะ หืม?" ผมแกล้งกระซิบถามเสียงพร่า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากเพื่อกลบเกลื่อนความตื่นเต้นที่กำลังเต้นโครมครามอยู่ในอก โซ่เบิกตากว้างขึ้นทันที ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ร่างบางดีดตัวผงะถอยหลังแทบไม่ทันจนเกือบจะตกเตียง ถ้าผมไม่2มือคว้าเอวบางเอาไว้เสียก่อน "กันต์! นาย... นายมานอนบนเตียงฉันตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย! แล้วทำไม... ทำไมไม่ไปนอนโซฟา!" โซ่โวยวายเสียงหลง ใบงอหงิกพยายามดันแผงอกผมให้ออกห่างด้วยความเขินอายขั้นสุด "ก็คุณเล่นไข้ขึ้นสูงแล้วดึงผมไม่ยอมปล่อยเองต่างหากเล่า... คนหวังดีแท้ๆ โดนเอาคืนแบบนี้ แย่จังเลยนะครับเนี่ย" ผมแกล้งตีหน้าเศร้าเชิงหยอกเย้า พร้อมกับกระชับวงแขนที่โอบเอวบางไว้แน่นขึ้นอีกนิดโดยไม่ยอมปล่อย ดวงตากลมโตตวัดมองผมค้อนขวับทันทีด้วยความหมั่นไส้ แต่แก้มนิ่มๆ ที่ขึ้นสีแดงจัดนั่นมันฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังแพ้ทางผมแบบราบคาบ และในจังหวะที่บรรยากาศกำลังจะชวนเขินไปมากกว่านั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนหัวเตียงก็แผדเสียงแหลมดังขึ้นขัดจังหวะมารผจญพอดี โซ่สะดุ้งรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมากดรับ สายตาก็ยังคงจ้องเขม็งมาที่ผมราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่ประโยคถัดมาจากปลายสายของเพื่อนสนิทตัวแสบอย่าง 'เติร์ด' กลับทำให้ลมหายใจของผมสะดุดกึก และทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของโซ่แข็งค้างไปในทันที *(โปรดติดตามตอนต่อไป...)* --- ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับ "แบกเป้ท่องโลก" ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%