รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 5

ทริปแรกก็เจอเรื่องตาสว่าง

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"บอกแล้วว่าอย่าซดค็อกเทลสูตรพิเศษของพี่เจ้าของร้านนั้นเรหมดแก้ว แบบนี้เขาเรียกเมาไม่ขับแต่เมาไม่รู้เรื่องต่างหากครับคุณธนภัทร" เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับแรงกระแทกเบาๆ ที่ไหล่ ทำให้ผมต้องหรี่ตาขึ้นสู้กับแสงไฟนีออนสลัวๆ ของห้องพักรีสอร์ตริมเขื่อน บรรยากาศรอบตัวตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ และกลิ่นเปรี้ยวของมะนาวผสมโซดาจากเสื้อเชิ้ตสีฟ้าพาสเทลตัวเก่งของคนที่กำลังนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ให้ตายเถอะ... นี่มันทริปสำรวจพื้นที่เพื่อทำงานออกแบบสถาปัตยกรรมชุมชนนะ ไม่ใช่ทริปปาร์ตี้วันเกิดเพื่อนสนิท แต่ไอ้ตัวเล็กปากเก่งที่ชอบทำตัวเป็นไกด์นำทางจำเป็น กลับน็อคคากลางวงสนทนากับชาวบ้านตั้งแต่วันแรกจนผมต้องแบกสังขารน้ำหนักเกือบเจ็ดสิบกิโลฯ เดินขึ้นบันไดหนีบเอวมาถึงห้องนอนได้ "งื้อ... นายกันต์... อย่าเสียงดังสิ หัวฉันจะระเบิดอยู่แล้วเนี่ย" โซ่ส่งเสียงงึมงำในลำคอ ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงก่ำด้วยฤทธิ์สุรา ดวงตากลมโตคู่สวยปิดสนิท ขนตางอนยาวทาบลงบนพวงแก้มเนียน เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงเพราะเจ้าตัวเอาแต่ซุกหน้ากับหมอนใบโต ร่างบางในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งพลิกตัวหนีแสงไฟ ทำท่าจะกลิ้งตกเตียงจนผมต้องรีบพุ่งเข้าไปคว้าเอวบางเอาไว้ทัน สัมผัสผ่านเนื้อผ้าบางเบาทำให้ผมเผลอชะงักไปนิด หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบอย่างไม่รักดี กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่เจ้าตัวใช้ลอยเข้าจมูกปะปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์ มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนมึนเมาเหมือนเหล้า แต่มันเป็นกลิ่นที่ทำให้คนสติหลุดได้ง่ายกว่าหลายเท่า "รู้ตัวไหมครับว่าดื้อขนาดไหน ใครใช้ให้ไปท้าดวลเปตองกับผู้ใหญ่บ้านแล้วต่อด้วยค็อกเทลสูตรชาวบ้านเขาล่ะครับ หึ... เก่งนักนะ พอเมาแล้วก็กลายเป็นแมวขี้เซาซะงั้น" ผมบ่นอุบอิบขณะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างให้คนเมา ถึงปากจะบ่นแต่สองมือกลับช่วยจัดหมอนและเช็ดหน้าเช็ดตาให้ด้วยความเบามืออย่างไม่น่าเชื่อ ให้ตายเถอะ กันต์ตพงศ์... แกกลายเป็นคนตามใจรูมเมตตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะเนี่ย "ฮื่อ... นายกันต์คนบ้า... ขี้เก๊ก ชะมัด... หน้าตาก็ดีแต่ทำไมชอบทำหน้ายักษ์ใส่ฉันอยู่เรื่อย..." เสียงงึมงำลอดออกมาจากริมฝีปากที่เผยอออกน้อยๆ โซ่ยังคงพูดเพ้อละเมอไม่หยุด มือเรียวควานสะเปะสะปะไปในอากาศก่อนจะคว้าหมับเข้าที่ปกเสื้อของผมแล้วออกแรงดึงเต็มแรง ด้วยความที่ไม่ได้ตั้งตัว ร่างสูงโปร่งของผมจึงเซถลาล้มลงไปทาบทับอยู่บนเตียงนอน นัยน์ตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ชนิดที่ว่าลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนปลายจมูก ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ และเสียงหัวใจของผมที่เต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "โซ่..." ผมเผลอเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่ากว่าปกติ ดวงตากลมโตที่เคยปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉ่ำน้ำเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์มองตรงมาที่ผม มันไม่ใช่สายตากวนประสาทอย่างทุกที แต่เป็นแววตาซื่อตรง ไร้การป้องกัน และเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ จนผมไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวหนี "นายกันต์... ทำไม... ทำไมเวลาอยู่ใกล้เธอ หัวใจฉันมันถึงเต้นแรงแปลกๆ ด้วยล่ะ..." คำถามซื่อๆ แต่ทรงพลังทำเอาสติผมกระเจิงไปชั่วขณะ โซ่ขยับมือข้างที่กำปกเสื้อผมไว้เปลี่ยนเป็นโอบรอบคอผมแทน ปลายจมูกของเราแตะกันเบาๆ จนผมแทบหยุดหายใจ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มักจะใช้กวนประสาทคนอื่นหายเกลี้ยง เหลือเพียงความประหม่าที่ฉายชัดอยู่บนใบหน้าของเดือนวิศวะอย่างผม ในจังหวะที่ผมกำลังจะก้มลงไปกระซิบคำตอบใกล้ๆ ริมฝีปากนุ่มที่เผยอขึ้นเตรียมจะบ่นอะไรอีกสักอย่าง หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะหัวเตียงก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันไลน์ที่ดังสนั่น *เติร์ดตัวชง: "ไอ้กันต์! พาคุณชายโซ่ถึงห้องยังวะ มึงสองคนอย่าเพิ่งปล้ำกันนะเว้ย งานนี้กูจองแถวหน้า!"* *บูมเอง: "ไอ้เติร์ดปากเสีย เดี๋ยวโดนคุณกันต์ฟาดกบาลแบะหรอก ฮ่าๆๆๆๆ"* บรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวพังทลายลงในพริบตา ผมสบถเบาๆ ในใจอย่างหัวเสีย ก่อนจะรีบผละตัวลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งสนิทเหมือนเดิม แม้ว่าใบหูทั้งสองข้างจะร้อนผ่าวจนแทบไหม้ไปแล้วก็ตาม ผมหันกลับไปมองคนบนเตียงที่ตอนนี้ปรือตาขึ้นมามองด้วยความงงงวยก่อนจะคว้าหมอนมาปิดหน้าแล้วหลับต่ออย่างไม่รู้เรื่องรู้ราว ให้ตายเถอะธนภัทร... คุณนี่มันอันตรายต่อหัวใจผมจริงๆ นะครับ เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดจัดจาดสาดส่องผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องพัก เสียงเคาะประตูดังขึ้นรัวๆ พร้อมกับเสียงโวยวายของไอ้เติร์ดที่ตะโกนเรียกอยู่หน้าห้อง ทำให้ผมต้องลุกขึ้นไปเปิดประตูต้อนรับเพื่อนสนิทตัวแสบที่ถือถุงโจ๊กและกาแฟมาเต็มมือ "อ้าว ไอ้กันต์ หน้าตาดูสดชื่นดีนี่หว่า เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหมวะ หรือว่า..." เติร์ดทำหน้าเจ้าเล่ห์พร้อมกับเลิกคิ้วกวนๆ ใส่ผม "ไม่ต้องมาทำหน้าแบบนั้นเลยมึง เข้ามาได้แล้ว รีบกินข้าวแล้วจะได้ออกไปสำรวจพื้นที่ต่อ โซ่ยังนอนปวดหัวอยู่ข้างในโน่น" ผมปัดมือไล่เพื่อนก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่ห้องครัวเพื่อเตรียมน้ำอุ่นและยาแก้ปวดให้คนเมาค้าง ผ่านไปเกือบชั่วโมง โซ่ถึงได้ยอมก้าวขาเดินงอแงออกมาจากห้องนอน สภาพหัวฟู หน้าตาบวมเป่ง เสื้อผ้าตัวเดิม แต่สายตาที่มองมาทางผมนั้นเต็มไปด้วยความประหม่าอย่างเห็นได้ชัด เจ้าตัวคงจำเหตุการณ์เมื่อคืนได้รางๆ แต่แกล้งทำเป็นจำไม่ได้เพื่อหลบเลี่ยงความเขินอายสินะครับ "มองอะไรเล่า นายกันต์... มองแบบนี้เดี๋ยวโดนดีหรอก" โซ่ส่งเสียงขู่ฟ่อกลบเกลื่อนความประหม่า พร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งกระแทกเก้าอี้ตรงข้ามผม หน้าหูแดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอ "เปล่าครับ แค่คิดว่า... วันนี้คุณคงต้องเป็นคนถือกระเป๋าเอกสารและเดินนำทางผมทั้งวัน เพื่อเป็นการไถ่โทษเรื่องเมื่อคืนดีไหมครับ" ผมยิ้มมุมปาก ส่งสายตาเจ้าเล่ห์แพรวพราวกลับไปตามสไตล์ "ฮึ่ย! นายกันต์คนฉวยโอกาส!" โซ่โวยวายเสียงดังลั่นห้อง เรียกเสียงหัวเราะจากเติร์ดและบูมที่นั่งรออยู่ข้างนอกได้ทันที พวกเราจัดการมื้อเช้ากันเสร็จเรียบร้อยก่อนจะออกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางของวันนี้ ซึ่งเป็นย่านชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำที่เต็มไปด้วยเรือนไม้โบราณและเรื่องเล่าประวัติศาสตร์น่าสนใจ บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความสดชื่นของธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวบ้านที่เรียบง่าย โซ่ในโหมดทำงานกลับมามีความกระตือรือร้นและดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับทุกครั้งที่หยิบสมุดบันทึกเล่มโปรดขึ้นมาสเก็ตช์ภาพโครงสร้างอาคาร ผมเดินตามหลังร่างบางที่กำลังก้มๆ เงยๆ วัดขนาดหน้าต่างไม้เก่าของเรือนหลังหนึ่ง ปากก็บ่นงึมงำคำนวณสัดส่วนสถาปัตยกรรม ส่วนมือก็จดบันทึกยิกๆ ภาพด้านหลังของเจ้าตัวที่สะพายเป้ใบโตดูน่ารักน่าเอ็นดูจนผมเผลอยกโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายเก็บไว้โดยไม่รู้ตัว "นี่ นายกันต์! มัวแต่ยืนยิ้มอะไรอยู่ตรงนั้นเล่า มาช่วยถือตลับเมตรหน่อยสิ มันวัดไม่ถึงเนี่ย!" โซ่หันมาโวยวายใส่ผมเสียงดังเมื่อรู้สึกตัวว่าผมยืนมองอยู่ "ครับๆ คุณสถาปัตย์คนเก่ง ผมไปเดี๋ยวนี้แหละครับ" ผมส่ายหัวเบาๆ ด้วยความเอ็นดู แล้วรีบก้าวเท้าเข้าไปหา แต่ในขณะที่ผมกำลังจะยื่นมือไปรับตลับเมตรจากอีกฝ่าย จู่ๆ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทักทายดังมาจากด้านหลังของบ้านไม้หลังนั้น ทำให้พวกเราทั้งคู่ต้องหันขวับไปมองพร้อมกัน ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตลินินสีขาวสะอาดตา สวมแว่นกันแดดแฟชั่นและสะพายกล้องราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ใบหน้าหล่อเหลาแบบลูกครึ่งที่คุ้นตาทำให้ผมต้องหรี่ตามองด้วยความสงสัย "อ้าว... น้องโซ่ใช่ไหมครับเนี่ย ไม่เจอ‘กันนานเลย จำพี่กรณ์คนนี้ได้หรือเปล่าครับ" เสียงทุ้มเอ่ยทักทายอย่างสนิทสนม พร้อมกับก้าวเข้าไปประชิดตัวโซ่โดยไม่ทันตั้งตัว ร่างบางเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ใบหน้าที่เคยงอแงเปลี่ยนเป็นสีหน้าซีดเผือดลงทันทีเมื่อเห็นหน้าผู้มาเยือนชัดๆ ส่วนผม... รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา นัยน์ตาสีเข้มคมกริบจ้องมองชายแปลกหน้าที่กำลังยืนประชิดตัวรูมเมตของผมด้วยความรู้สึกบางอย่างที่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับผม "แบกเป้ท่องโลก" ในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%