รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก•ตอนที่ 25

เสียงแซวจากรอบทิศ

ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
"เฮ้ยๆๆ เดินระวังหน่อยดิโซ่ หน้าแดงเป็นตูดลิงขนาดนั้น เดี๋ยวก็สะดุดรากไม้ล้มหัวฟาดพื้นหรอกวะ ฮ่าๆๆๆ!" เสียงแซวของไอ้เติร์ดดังลั่นป่าสนยามพลบค่ำ ท่ามกลางเสียงหัวingคิกคักของแก๊งเพื่อนสนิทที่เดินตามหลังมาเป็นพรวน เล่นเอาผม—ธนภัทรคนนี้—อยากจะมุดแผ่นดินหนีไปให้รู้แล้วรู้รอด บรรยากาศรอบตัวที่ควรจะสงบเงียบ กลายเป็นสนามประลองยุทธ์ขนาดย่อมที่ผมตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนในทริปเดินป่าครั้งนี้ไปเสียแล้ว ผมรีบยกมือขึ้นกางออก สองข้างพยายามโบกปัดพัลวันเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่ลามเลียตั้งแต่ใบหูลงมาถึงต้นคอ "ปะ... ปัดโธ่ไอ้เติร์ด! ใครหน้าแดงวะ อากาศมันร้อนต่างหากเล่า! ร้อนจนเหงื่อท่วมหลังเนี่ย มองอะไรกันนักหนา เดินไปเรื่อยๆ ดิวะ!" "ร้อนเหรอครับโซ่? แต่ตรงนี้ลมพัดตึงออกจะตายนะ หนาวด้วยซ้ำ" เสียงทุ้มต่ำที่จงใจดัดให้กวนประสาทดังขึ้นจากคนข้างตัวที่เดินเคียงกันมาตลอดทาง กันต์—หรือไอ้คุณรูมเมตตัวแสบผู้สร้างเรื่อง—เอ่ยขึ้นพร้อมกับเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตา (ที่เจ้าตัวชอบใส่เวลาขับรถหรือเดินป่าเท่ๆ) ชำเลืองมองผมด้วยแววตากรุ้มกริบที่เดาใจไม่ออก รอยยิ้มมุมปากแบบนั้นอีกแล้ว... รอยยิ้มของผู้ชนะที่ทำเอาหัวใจผมกระหน่ำเต้นโครมครามจนแทบจะทะลักออกมานอกอก ภาพเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาาทีก่อนหน้านี้ฉายชัดขึ้นมาในหัวราวกับถูกรีเพลย์ซ้ำๆ ตอนที่ผมเสียหลักสะดุดก้อนหินจนเกือบหน้าคะมำ แล้วไอ้บ้านี่ก็พุ่งเข้ามาคว้าเอวผมไว้ได้อย่างรวดเร็ว แถมยังดึงเข้าไปประชิดตัวจนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ท่ามกลางเสียงโห่แซวของชาวคณะที่ดังสนั่นป่าในตอนนั้น ให้ตายเถอะ! ผู้ชายอกสามศอกอย่างผมดันไปใจสั่นกับอ้อมกอดของเพื่อนร่วมห้องเนี่ยนะ! มันหยหยามศักดิ์ศรีหนุ่มสถาปัตย์ปี 3 ชะมัด! "ไม่ต้องมาพูดเลยนะไอ้กันต์! ถ้านายไม่แกล้งดึงฉันเข้าไป..." ผมหันไปแยกเขี้ยวใส่ ทำเป็นยกกำปั้นขู่ฟอดๆ กลบเกลื่อนความเขินที่พุ่งทะลุปรอท แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้ผลเลยสักนิด เมื่อไอ้คนตัวสูงกว่ากลับหัวเราะในลำคอเบาๆ "หึ... ฉันช่วยชีวิตนายไว้แท้ๆ แทนที่จะขอบคุณ กลับมาแว๊ดใส่ซะงั้น รูمเมตคนนี้นี่มันเลี้ยงไม่เชื่องจริงๆ ด้วย" "ใครรูมเมตนาย! ฉันเป็นแค่... เป็นเพื่อนร่วมทริปต่างหากเล่า!" ผมเถียงเสียงหลง หน้าคงจะแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิมเพราะไอ้สรรพนามและสายตากรุ่มกริบนั่น "อ้าว? เป็นแค่เพื่อนร่วมทริปหรอครับ? เมื่อกี้ใครนะที่ซบหน้าลงกับอกฉันแล้วบอกว่า 'กันต์... ช่วยด้วย' เสียงสั่นแจ๋เลยนี่นา" กันต์แกล้งทำเป็นกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงล้อเลียน ทำเอาผมอยากจะหยิบก้อนหินข้างทางปาใส่หน้ากวนๆ นั่นสักที "ไอ้กันต์! แก... แกพูดบ้าอะไรวะ! ใครไปพูดแบบนั้นตอนไหน!" ผมโวยวายเสียงดังลั่น พยายามสาวเท้าเดินหนีให้พ้นจากรัศมีรอยยิ้มอันตรายนั่น แต่ไม่ว่าจะเดินเร็วแค่ไหน เจ้าบ้านี่ก็ยังขายยาวก้าวตามมาเคียงข้างแถมยังเว้นระยะห่างแค่คืบเดียวเหมือนจงใจแกล้ง "โห... เสียงดังแบบนี้ แปลว่าเขินจนสติหลุดแล้วล่ะมั้งวะไอ้โซ่" เสียงแซสดังมาจากไอ้บูมที่เดินตามหลังมาติดๆ พร้อมกับทำท่าทางกระหนุงกระหนิงเลียนแบบพวกเราสองคนจนแก๊งเพื่อนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมเพรียงกัน "ดูดิ มึงดูคู่นี้ดิ เดินกลับค่ายด้วยกันทุกทริป ตัวติดกันยิ่งกว่าตังเม แถมยังมีโมเมนต์ชวนจิ้นตลอดทางแบบนี้ เมื่อไหร่จะประกาศสถานะวะ กูเบื่อจะถือป้ายไฟเชียร์แล้วนะเนี่ย" "ใช่ๆๆ เลิกปากแข็งเหอะวะไอ้โซ่ ส่วนไอ้กันต์ก็เลิกแกล้งน้องเขาสักที หน้ามันจะไหม้เป็นกุ้งต้มอยู่แล้วนั่น" เติร์ดเสริมทัพด้วยความหมั่นไส้ ผมได้แต่กัดริมฝีปากแน่น รู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่างจนแทบจะระเหยกลายเป็นไอ คำแซวจากรอบทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นเสียงหัวเราะแซวเล่น หรือสายตาคู่รู้จากเพื่อนๆ ในกลุ่ม ยิ่งโหมไฟความเขินให้ลุกโชนขึ้นไปอีก ในขณะที่ตัวต้นเหตุอย่างกันต์กลับทำตัวลอยชาย เอามือล้วงกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต เดินฮัมเพลงเบาๆ ในลำคออย่างอารมณ์ดีราวกับโลกใบนี้มีแค่เราสองคน เราเดินเลี้ยวผ่านแนวต้นสนใหญ่จนกระทั่งแสงไฟจากกองไฟกลางลานกางเต็นท์ของค่ายพักแรมปรากฏขึ้นในระยะสายตา เสียงกีตาร์โปร่งและเสียงพูดคุยของเพื่อนๆ กลุ่มอื่นดังคลอมากับสายลมเย็นยามค่ำคืน แต่สำหรับผมแล้ว เสียงรอบตัวในตอนนี้กลับเลือนหายไปหมด เหลือเพียงเสียงฝีเท้าของคนข้างๆ และจังหวะหัวใจของตัวเองที่เต้นดังจนกลบทุกสรรพเสียง กันต์หยุดเดินเมื่อมาถึงหน้าเต็นท์นอนของเราสองคนที่กางไว้เคียงกัน เจ้าตัวหันมามองผมที่ยืนหายใจหอบฮักอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอื้อมมือหนามาขยี้ผมของผมจนยุ่งเหยิงไปหมดด้วยความหมั่นเขี้ยว "ถึงเต็นท์แล้วครับ คุณหนูน้อยหน้าแดง ไป... แยกย้ายกันไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เดี๋ยวค่ำนี้มีปิ้งย่างรอบกองไฟ นายจะได้ไปกินของอร่อยๆ ย้อมใจแก้เขิน" กันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มที่ส่งมาให้ในตอนนี้ไม่ได้มีความกวนประสาทเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย กลับอบอุ่นและอ่อนโยนจนผมเผลอชะงักค้างไปชั่วขณะ "ใครหน้าแดง... ฮึ! หลบไปเลยนะ ฉันจะไปเอาผ้าขนหนู" ผมสะบัดหน้าหนี พยายามทำเป็นใจแข็งแล้วมุดตัวมุดเข้าเต็นท์ตัวเองอย่างรวดเร็วเพื่อหนีสถานการณ์ชวนใจบางนี้ ผมนั่งแปะลงบนเบาะนอนในเต็นท์ มือบางยกขึ้นกุมแก้มตัวเองที่ยังคงร้อนฉ่าไม่หาย หลับตาลงแล้วนึกถึงสัมผัสเมื่อครู่ตอนที่ถูกดึงเข้าไปกอด รวมถึงรอยยิ้มและสายตาคู่นั้นของกันต์ บ้าเอ๊ย... ทำไมช่วงหลังมานี้ไอ้คุณรูมเมตตัวดีถึงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผมขนาดนี้นะ จากที่เคยเป็นคู่กัดตีกันแทบตายทุกวัน กลายเป็นว่าตอนนี้แค่มันมองตา ใจผมก็แทบจะละลายเป็นน้ำแล้ว ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันแชต์ในมือถือดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในเต็นท์ ผมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูด้วยความประหลาดใจ [Gun.K]: อาบน้ำเสร็จเร็วนะครับคุณรูมเมต... ออกมานั่งผิงไฟข้างนอกนี่หน่อยสิ ฉันมี "ของบางอย่าง" ที่เก็บไว้จะให้นายดูเดี่ยวๆ คนเดียว ผมขมวดคิ้วด้วยความสงสัย ของบางอย่าง? อะไรของมันอีกวะเนี่ย? ผมพิมพ์ตอบกลับไปด้วยความเร็วแสง [โซ่เอง]: มีอะไรอีกเล่า ดึกดื่นค่ำคืนแบบนี้ฉันจะนอน พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าไปเดินเทรลต่อนะเว้ย! [Gun.K]: ถ้าไม่ออกมา... ฉันจะมุดเข้าไปเอาของให้ถึงในเต็นท์นะ เอาไหมล่ะ? อ่านจบประโยคสั้นๆ นั้นแล้ว เลือดในกายผมก็พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขมับทันที ไอ้บ้านี่! มันกล้าพูดหน้าตาเฉยแบบนี้ได้ยังไงวะ! ผมรีบดันซิปเต็นท์เปิดออกอย่างรวดเร็วด้วยความหงุดหงิดปนระคนร้อนรน ตั้งใจจะเดินออกไปเอากำปั้นมะเหงกหัวมันสักทีที่บังคับขู่เข็ญกันเกินไป แต่ทว่า... ทันทีที่ก้าวพ้นปากเต็นท์ออกสู่แสงสว่างจากกองไฟ สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากลับทำให้คำด่าทอทั้งหมดที่เตรียมไว้กลืนหายลงคอไปในพริบตา กันต์ไม่ได้ยืนรออยู่ตรงกองไฟอย่างที่พูด... แต่เขากลับยืนถือ "สมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเก่าๆ เล่มหนึ่ง" รออยู่หน้าเต็นท์ของผมในระยะประชิด ใบหน้าคมคายฉาบไล้ด้วยแสงสีส้มอุ่นจากกองไฟ ดวงตาสีนิลคู่นั้นมองตรงมาที่ผมด้วยประกายลึกล้ำบางอย่างที่อ่านไม่ออก และที่สำคัญที่สุด... สมุดบันทึกเล่มนั้น คือ "ไดอารีการเดินทาง" ส่วนตัวของผมเอง ที่ผมมักจะเขียนเรื่องราวการแบกเป้ท่องเที่ยวซ่อนไว้ใต้หมอนเสมอ... มันมาอยู่ในมือของไอ้กันต์ตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะ!? (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง โอบกอดความรู้สึก และใจฟูไปกับคู่ป่วนคู่นี้ในตอนนี้นะครับ)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รูมเมตตัวแสบกับแผนลับจับหัวใจนายขี้เก๊ก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%