“ถ้าคุณยังก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าเราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้วนะครับ”
เสียงของเพียงฟ้าไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ทำให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าถึงกับชะงักฝีเท้า
คณินหรือที่ใครต่อใครในวงการธุรกิจต่างขนานนามว่า ‘เฮียณิน’ ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักร ‘คณินทร์ กรุ๊ป’ ผู้ที่ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร และไม่เคยต้องเอ่ยปากขอโทษมนุษย์หน้าไหน บัดนี้เขากลับยืนนิ่งสนิทอยู่หน้าประตูห้องพักขนาดกะทัดรัดของบัณฑิตจบใหม่หมาดๆ สภาพของประธานบริษัทมูลค่าหมื่นล้านในยามนี้แทบไม่เหลือเค้าโครงความเนี้ยบจากห้องประชุมบอร์ดบริหาร เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาแพงถูกปลดกระดุมออกสองเม็ด เนกไหมพรมสีเข้มหลุดลุ่ยไม่เป็นทรง และที่สำคัญที่สุดคือแววตาคู่นั้น... แววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างที่เพียงฟ้าไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนยังคงชัดเจนในความทรงจำ วันที่มินตรา อดีตคู่หมั้นจอมปลอมคนนั้นเดินเข้ามาเหยียดหยามเขาถึงออฟฟิศ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เพียงฟ้าไม่มีวันลืม และในวินาทีที่วิกฤตที่สุด บุคคลที่เพียงฟ้าไม่มีวันคาดคิดว่าจะได้เห็น ณ ที่แห่งนั้น... ก็คือคณิน ที่เลือกจะยืนนิ่งเงียบปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับความอับอายตามลำพังเพื่อปกป้องภาพลักษณ์ทางธุรกิจของเขาเอง
มันคือฟางเส้นสุดท้ายที่ขาดผึ่ง
“ฟ้า...” เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ต่างจากมาดเข้มขรึมยามสั่งงานลูกน้องนับพัน “ฟังผมก่อน... เรื่องวันนั้นมันมีเบื้องหลัง”
“เบื้องหลังอะไรอีกครับ?” เพียงฟ้ากอดอก สายตาคมกริบมองตรงไปยังผู้ชายตรงหน้าอย่างไม่เกรงกลัว “เบื้องหลังความขี้ขลาด? หรือเบื้องหลังความเห็นแก่ตัวที่คุณกลัวว่าคู่หมั้นไฮโซของคุณจะเสียหน้าออกสังคม? คุณไม่ต้องอธิบายอะไรทั้งนั้นแหละครับ เฮียณิน... คนระดับคุณน่ะ เหมาะกับการอยู่บนหอคอยงาช้างแล้วมองคนอื่นเป็นแค่หมากตัวหนึ่งมากกว่า จะมาลดตัวยืนตากแอร์ร้อนๆ หน้าห้องเช่ารูหนูแบบนี้ทำไม”
คำพูดจิกกัดที่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งกรีดลงบนหัวใจของคณินจนเจ็บแปลบ ปกติแล้วหากใครกล้าพูดจานفาดฟันกับเขาแบบนี้ ป่านนี้คงโดนไล่ออกจากตึกไปนานแล้ว แต่กับคนๆ นี้... ต่อให้เพียงฟ้าเอาปืนมาจ่อขมับ เขาก็ไม่มีวันโกรธลงเลย มีแต่ความสำนึกผิดที่กัดกินอยู่ในอกจนหายใจแทบไม่ออก
ตลอดยี่สิบเก้าปีของชีวิต คณินไม่เคยรู้เลยว่าการ “ง้อ” ใครสักคนมันต้องทำอย่างไร เขารู้จักแต่การใช้อำนาจ การใช้เงินซื้อความเงียบ และการใช้ความเย็นชาเป็นเกราะกำบัง แต่กับเพียงฟ้า... วิธีการเหล่านั้นใช้ไม่ได้ผลเลยสักอย่าง ยิ่งเขาเย็นชาใส่ เธอตลบกลับด้วยความเมินเฉยที่ชาญฉลาดกว่า ยิ่งเขาถอย เธอกลับผลักเขาออกไปไกลจนเอื้อมไม่ถึง
“ผมไม่ได้กลัวมินตราเสียหน้า” คณินสูดหายใจเข้าลึก พยายามสะกดกลั้นอารมณ์คุกรุ่นในอก สายตาคมกราบกรานมองร่างบางที่ยืนขวางประตูไว้ “วันนั้น... ผมแค่ช็อคที่เห็นคุณเข้าไปอยู่ในสถานการณ์แบบนั้นโดยที่ผมยังเคลียร์ทางไม่เรียบร้อย ผมกลัวคุณเจ็บตัว... ฟ้า”
“หึ!” เพียงฟ้าแค่น้ำเสียงเยาะหยันออกมาทันที “คำแก้ตัวฟังไม่ขึ้นครับ ประธานคณินผู้ยิ่งใหญ่ วางแผนครอบครองบริษัทอื่นได้เป็นหมื่นล้าน แต่กลับจัดการผู้หญิงคนเดียวไม่ได้เนี่ยนะ? อย่ามาตลกเลยครับ เชิญกลับไปเถอะ ผมจะพักผ่อน”
พูดจบ เพียงฟ้าก็ทำท่าจะปิดประตูใส่หน้าทันที
แต่ทว่า... สิ่งที่คณินทำต่อมากลับเหนือความคาดหมายทั้งหมด
พรึบ!
มือหนาที่มีเส้นเลือดปูดโปนตามสไตล์ผู้ชายทำงานหนักพุ่งเข้ามาคว้าขอบประตูไว้สุดแรง แรงกระชากนั้นทำให้ประตูค้างอยู่ ทว่าสิ่งที่ทำให้เพียงฟ้าเบิกตากว้างด้วยความตกใจยิ่งกว่า คือภาพของประธานหนุ่มผู้หยิ่งทะนงตน คณินยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งกับพื้นปูนหน้าห้องเช่าอย่างไร้ฟอร์ม!
“เฮ้ย! คุณทำบ้าอะไรเนี่ย!” เพียงฟ้าอุทานออกมาด้วยความตกใจ มือเรียวเผลอปล่อยจากขอบประตูโดยอัตโนมัติ
ภาพของคณินในตอนนี้... ผู้ชายที่แต่งตัวด้วยสูทแบรนด์เนมหลักแสน แต่วินาทีนี้กลับยอมคุกเข่าลงบนพื้นทางเดินเก่าๆ ต่อหน้าเธอ สายตาคู่นคมองช้อนขึ้นมาด้วยความเว้าวอนอย่างถึงที่สุด แววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความคลั่งรักที่ถูกเก็บกดไว้มานานนับเดือน
“ผมทำบ้าเพราะผมไม่อยากเสียคุณไป” คณินเอמהเสียงแหบพร่า มือหนาเอื้อมขึ้นมาจับชายเสื้อกันหนาวของอีกฝ่ายไว้เบาๆ ราวกับเด็กน้อยกลัวถูกแม่ทิ้ง “วันนั้นผมผิดเอง... ผมมันปากแข็ง ผมมันงี่เง่าที่ไม่ยอมบอกคุณตรงๆ ว่าผมเคลียร์กับมินตราขาดตั้งแต่ก่อนเปิดโปรเจกต์แล้ว แต่เธอดันทุรังเข้ามาเอง... ฟ้าครับ... ด่าผมเถอะ จะตี จะไล่ยังไงก็ได้ แต่อย่าทำหน้าตาแบบนี้ใส่ผมอีกเลยนะ”
บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ จากห้องข้างเคียงที่ดังหึ่งๆ
เพียงฟ้าก้มมองผู้ชายที่นั่งคุกเข่าอยู่เบื้องล่าง หัวใจที่เคยแข็งกระด้างและตั้งกำแพงสูงลิ่ว ค่อยๆ ถูกความจริงใจ (ที่ปนความหน้าไม่อิดนิดหน่อย) ของอีกฝ่ายพังทลายลงทีละน้อย เคมีที่ปะทะกันอย่างดุเดือดเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด
“ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้เลยนะ!” เพียงฟ้าพยายามทำเสียงดุ กลบเกลื่อนรอยแดงจางๆ ที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหู “นี่มันทางเดินส่วนกลางนะ คนอื่นมาเห็นเข้าคุณจะไม่เหลือภาพลักษณ์ประธานบริษัทแล้วนะเฮีย!”
“ผมไม่สนใจภาพลักษณ์อะไรทั้งนั้นแหละ!” คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงมีความดื้อรั้นเจือความออดอ้อนแบบที่ไม่มีใครเคยได้ยินมาก่อน “ถ้าไม่อยากให้ผมเสียภาพลักษณ์ งั้นคุณก็รับคำขอโทษของผม แล้วยอมให้ผมจีบคุณใหม่อย่างเป็นทางการเสียดีๆ”
“ใครจะไปตกลงกับคุณเล่า!” เพียงฟ้าหน้าแดงแจ๋ เมินหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนรอยยิ้มที่หลุดรอดออกมา “ลุกขึ้นมาก่อนเลย ไม่งั้นผมจะไม่คุยด้วยตลอดชีวิตจริง ๆ ด้วย!”
รอยยิ้มเจ้าเลئศปรากฏขึ้นที่มุมปากของประธานหนุ่ม เมื่อเห็นว่าเกราะน้ำแข็งของนายเอกคนเก่งเริ่มมีรอยร้าว คณินไม่รอช้า เขารีบดันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะก้าวประชิดตัวเพียงฟ้าที่กำลังจะถอยหนีเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว
หมับ!
เอวบางถูกวงแขนแข็งแรงรวบเข้ามาประชิดแนบอกในจังหวะเดียวกับที่เพียงฟ้าพลาดท่าเสียหลัก คณินใช้ความเร็วกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น พร้อมกับดันร่างบางเข้าไปด้านในห้องแล้วใช้เท้าเขี่ยประตูปิดลงอย่างเบามือ
“ปล่อยนะ! คุณจะทำอะไร!” เพียงฟ้าตื่นตระหนก ใช้สองมือดันแผงอกแกร่งไว้ แต่มีหรือที่แรงบัณฑิตจบใหม่จะสู้แรงของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่กำลังอยู่ในโหมด ‘หมาโบ้คลั่งรัก’ ได้
“บอกแล้วไงว่ามาง้อ” คณินก้มใบลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดอยู่บนพวงแก้มใส แววตาดุดันในยามปกติบัดนี้พราวระยับด้วยประกายความหวานเชื่อม “ผมเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น ฟ้า... ถ้าคุณไม่ใจอ่อน ผมก็จะยอมนั่งคุกเข่าหน้าห้องคุณแบบนี้จนกว่าคุณจะยอมใจอ่อนนั่นแหละ”
“คุณนี่มัน... หน้าด้านชะมัด!” เพียงฟ้ากัดริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้ทำเอาสติกระเจิดกระเจิงไปหมด
“ยอมรับก็ได้ครับว่าหน้าด้าน... แต่เฉพาะกับคุณคนเดียวนะ” คณินกระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหู ปลายจมูกโด่งรั้นกดลงบนขมับบางแผ่วเบาอย่างถือวิสาสะ “ทีนี้... เรามาเคลียร์เรื่องของเราให้จบดีกว่าไหมครับ ว่าตกลงแล้วคุณจะยกโทษให้...”
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความโรแมนติกอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของเพื่อนสนิทที่ดังทะลุเข้ามา
“ไอ้ฟ้า! กูซื้อส้มตำมาฝาก... เฮ้ย! เปิดประตูให้กูเดี๋ยวนี้เลยนะ ทำไมข้างในถึงเงียบไป หรือว่าไอ้ประธานหน้าเลือดนั่นมันแอบเข้าไปปล้นสะดมมึงวะ!” เสียงของปริญดังลั่น พร้อมกับแรงเขย่าลูกบิดประตูห้องที่ดังระรัว
คณินชะงัก สีหน้าเข้มขึ้นทันทีด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ เขาก้มมองคนในอ้อมแขนที่กำลังกลั้นหัวเราะด้วยความสะใจ
“เพื่อนคุณนี่มาร1ยาทดีจริงๆ นะ” คณินขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกระซิบข้างหู
“ปล่อยผมได้แล้วน่า เสียงดังแบบนี้เดี๋ยวข้างห้องก็ออกมาด่าพอดี” เพียงฟ้าแกล้งทำเป็นดุ แต่ดวงตากลับพราวระยับด้วยความสนุกสนานที่ได้เห็นประธานผู้ยิ่งใหญ่ทำหน้ามุ่ยเหมือนเด็กโดนขัดใจ
คณินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยอมคลายอ้อมแขนออกอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ก่อนที่เขาจะถอยห่าง มือหนากลับคว้าคางมนให้หันมาสบตา พร้อมกับกระซิบประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ทำเอาเพียงฟ้าขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“คืนนี้ยังอีกยาวไกลครับ... เรื่องของเรายังไม่จบแค่นี้แน่”
ทว่า... ในวินาทีที่คณินเอื้อมมือไปปลดล็อกกลอนประตูเพื่อจะออกไปจัดการกับเพื่อนสนิทตัวดี เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของเพียงฟ้าก็ดังขึ้น
*ติ๊ง!*
เพียงฟ้าก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว สีหน้าล้อเล่นเมื่อครู่ก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นความซีดเผือด ร่างบางแข็งทื่อไปทันทีเมื่อเห็นชื่อผู้ส่งและข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ—ข้อความจากเบอร์แปลกที่แนบรูปถ่ายใบเสร็จการโอนเงินก้อนโต พร้อมกับแคปชั่นสั้นๆ ที่ทำให้โลกทั้งใบดิ่งวูบลงสู่ก้นเหวลึก:
*[ยินดีด้วยนะเด็กน้อย... ความลับเรื่องหนี้สินของครอบครัวเธอกำลังจะถูกแฉให้สาธารณชนรู้ในอีก 10 นาทีข้างหน้า เตรียมตัวรับแรงกระแทกได้เลย]*
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" เสมอมานะครับ!
ดีลลับฉบับประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 21
โหมดหมาโบ้เริ่มต้น
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!