"ถอยไปครับ คุณคณิน"
น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องทำงานส่วนตัว ร่างบางของเพียงฟ้าไม่ได้ถอยหนีแม้แต่ก้าวเดียว ดวงตากลมโตคู่สวยจ้องตรงไปยังร่างสูงที่ยืนประชิดจนแผ่นหลังของเขาเกือบจะแนบชิดกับบานกระจกใส
คณินสบถในลำคอเบาๆ อย่างนึกหัวเสียกับความซวยที่วิ่งเข้าชนแบบไม่ทันตั้งตัว เขากะพริบตาถี่เพื่อปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นประธานหนุ่มผู้เยือกเย็นและไร้ช่องโหว่ดังเดิม ทว่าหัวใจข้างในกลับเต้นระรัวผิดจังหวะด้วยความรู้สึกที่เจ้าตัวไม่อยากยอมรับ
ให้ตายสิ... เขากำลังเสียฟอร์มต่อหน้าเด็กนี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว?
"ผมแค่จะหยิบเอกสารบนโต๊ะ... คุณต่างหากที่ถอยมาขวางทางผมเอง เพียงฟ้า" คณินอ้างหน้าตาย น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยด้วยความเย่อหยิ่งตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ทว่าแววตาสั่นไหววูบหนึ่งกลับทรยศความนิ่งขรึมนั้นอย่างสิ้นเชิง
เพียงฟ้าเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากหยักสวยยกยิ้มเยาะหยันอย่างรู้ทัน "เอกสารกองนั้นอยู่ห่างจากตัวคุณไปสามเมตรครับ ประธานคณิน หรือว่าช่วงนี้สายตาสั้นจนมองระยะทางผิด หรือว่าสมองกำลังประมวลผลไม่ทันเพราะเหตุการณ์เมื่อกี้กันแน่"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำเอาคนฟังถึงกับมุมปากกระตุก คณินไม่เพียงแต่ไม่ถอยหนี แต่เขากลับขยับเท้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนเพียงฟ้าต้องเผลอกลั้นหายใจเมื่อกลิ่นกายหอมสะอาดผสมผสานกับน้ำหอมผู้ชายราคาแพงโชยเข้าปะทะจมูก
"ปากดีแบบนี้... ต้องโดนทำโทษสักทีไหมครับ ถึงจะรู้จักเคารพเจ้านาย" คณินก้มตัวลงกระซิบชิดริมใบหูขาวสะอาด น้ำเสียงทุ้มพร่าเต็มไปด้วยความอันตรายที่จงใจคุกคาม แต่มันกลับแฝงความสั่นพร่าบางเบาที่คนพูดเองก็คาดไม่ถึง
เพียงฟ้าสะบัดหน้าหนีทันควัน ใบเนียนร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ด้วยความโกรธ (และส่วนหนึ่งคือความประหม่าที่ถูกจู่โจมระยะประชิด) มือเรียวเล็กผลอกอกแกร่งเต็มแรงจนคณินต้องยอมผถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อรักษาฟอร์ม
"เจ้านายที่ดีเขาไม่คุกคามลูกน้องในระยะประชิดแบบนี้หรอกครับ ถ้าไม่มีอะไรจะสั่ง ผมขอตัวไปเคลียร์งานต่อดีกว่า" พูดจบ เพียงฟ้าก็หมุนตัวเตรียมสาวเท้าเดินหนีออกจากห้องทันทีด้วยความเร็ว
"เดี๋ยวก่อน"
เสียงทุ่มทรงอำนาจเอ่ยรั้งไว้ แต่เพียงฟ้าไม่มีทางหยุดฟัง ร่างบางก้าวฉับๆ ไปที่ประตูก่อนจะเอื้อมมือไปบิดลูกบิด ทว่าก่อนที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัส ร่างสูงของคนที่ควรจะยืนอยู่หลังโต๊ะทำงานกลับมาปรากฏตัวอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
พรึบ!
แขนแกร่งข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับบานประตู กั้นทางหนีของเพียงฟ้าไว้อย่างเบ็ดเสร็จ ขณะที่มืออีกข้างคว้าข้อมือเล็กเอาไว้หลวมๆ ไม่ให้ขยับหนี
"ปล่อยผมนะ!" เพียงฟ้าหันกลับมาตวัดสายตาใส่ด้วยความฉุนเฉียว "คุณเป็นอะไรมากไหมเนี่ย อยากโดนฟ้องข้อหาล่วงละเมิดทางเพศในที่ทำงานหรือไง"
"ผมแค่จะบอกว่า... กาแฟที่คุณชงมาเมื่อเช้า มันจืดไป" คณินก้มมองดวงตาคู่สวยที่ฉายแววพยศอย่างไม่ลดละ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันจนแยกไม่ออกว่าเป็นของใคร
เพียงฟ้าชะงัก กะพริบตาปริบๆ กับเหตุผลไร้สาระระดับร้อยกะรัต "เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องเอาตัวมาขวางทางไว้เลยเหรอครับ? สมองคุณประธานทำด้วยอะไรเนี่ย"
"ก็เพราะมันจืด... ผมถึงต้องมาบอกด้วยตัวเองไง" คณินตอบหน้าตาย ดวงตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ ไม่หยุดอย่างเผลอไผล กำแพงความเยือกเย็นที่เขาเพียรสร้างมาตลอดหลายปีพังทลายลงทีละน้อยทุกครั้งที่ได้ต่อปากต่อคำกับคนตรงหน้า
ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามกดทับไว้เริ่มกัดกินความตั้งใจ เขานิ่งงันไปชั่วขณะ ยอมรับกับตัวเองเงียบๆ ว่าเขากำลัง "แพ้ทาง" เด็กจบใหม่คนนี้เข้าอย่างจัง แบบไม่มีทางหลีกหนี
เพียงฟ้ารู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในแววตาคู่นั้น มันไม่ใช่สายตาดุดันหรือเย้ยหยันเหมือนเคย แต่มันคือความลึกซึ้งบางอย่างที่ทำเอาหัวใจในอกกระหน่ำเต้นผิดจังหวะ บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบงันลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน เส้นแบ่งเขตระหว่างเจ้านายกับลูกน้องที่เคยขีดไว้อย่างชัดเจน เริ่มเลือนรางและจางหายไปทีละนิดในความเงียบนี้
คณินขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว สายตากวาดมองตั้งแต่ดวงตาสวยเฉี่ยว ไล่ลงมาที่สันจมูกโดดเด่น และหยุดลงที่ริมฝีปากสีระเรื่อที่กำลังเผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ
มือหนาที่เคยจับข้อมือเปลี่ยน15ทิศทางมาเป็นฝ่ายกุมมือเรียวเอาไว้แน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ที่หลังมือเนียนอย่างเผลอไผล เป็นการกระทำที่แสดงความคลั่งรักแบบเนียนๆ โดยที่ปากแข็งๆ ของเจ้าตัวยังไม่ได้เอ่ยคำหวานสักแอมป์เดียว
เพียงฟ้าวางตัวไม่ถูก สมองที่เคยประมวลผลรวดเร็วกลับขาวโพลนไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ร่างบางพยายามจะดึงมือกลับแต่คณินกลับยิ่งกระชับแน่นขึ้น ราวกับต้องการยึดตรึงอีกฝ่ายให้อยู่ในอาณาเขตของตัวเอง
"คุณคณิน..." เสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว เจือความสั่นพร่าเล็กน้อย
"เรียกผมว่าณินสิ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהกระซิบแผ่วเบid ชิดริมฝีปาก จนเกือบจะสัมผัสกันอยู่รอมรอม "เรียกแบบนั้น... ผมอาจจะยอมปล่อยคุณไปก็ได้"
เพียงฟ้าเม้มปากแน่น หัวใจกำลังกรีดร้องบอกให้ผลักอกอีกฝ่ายออกไปซะ แต่ร่างกายกลับไม่ยอมทำตามคำสั่ง ความใกล้ชิดที่มากเกินไปกำลังสร้างแรงดึงดูดประหลาดที่ยากจะต้านทาน
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์เปิดดังขึ้นที่ด้านนอกห้องทำงาน ตามด้วยฝีเท้าเร่งรีบและเสียงคุ้นเคยที่ตะโกนแทรกเข้ามาผ่านบานประตูที่ปิดไม่สนิท
"เฮียณินครับ! เอกสารงบประมาณด่วนจาก..."
เสียงของปริญที่ดังลั่นพร้อมกับการผลักประตูเข้ามาอย่างไร้พิธีรีตอง ทำเอาคณินและเพียงฟ้าสะดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากกันแทบไม่ทัน
เพียงฟ้ารีบถอยหลังกรูดไปชิดมุมห้อง ใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหูด้วยความกระอักกระอ่วน ขณะที่คณินหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดำทะมึนพร้อมฆ่าคนได้ทันที
ปริญที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารในมือ ชะงักกึกทันทีเมื่อเห็นสภาพของเจ้านายหนุ่มที่ยืนหายใจหอบกระชั้น หน้าตาถมึงทึง กับเพื่อนสนิทของเขาที่ยืนกอดอกหน้าแดงแจ๋อยู่มุมห้อง
ดวงตาของปริญเบิกกว้างขึ้นอย่างรู้ทัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที "อุ๊ย... ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย... พอดีผมเห็นประตูมันแง้มอยู่น่ะครับ เชิญพวกคุณ... เอ๊ย เชิญเฮียกับฟ้าเคลียร์ธุระกันต่อตามสบายเลยนะครับ เดี๋ยวผมค่อยกลับมาใหม่!"
พูดจาจบ ปริญก็รีบหมุนตัววิ่งหนีออกไปพร้อมกับปิดประตูดดึงปังให้อย่างรู้ความ ทิ้งให้คณินยืนหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความหงุดหงิดสุดขีด ส่วนเพียงฟ้าได้แต่ยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความอับอายขายหน้า
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอนของทั้งคู่ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ!
ดีลลับฉบับประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 15
เส้นแบ่งที่เริ่มเลือนราง
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!