เสียงประตูปิดปังใหญ่เมื่อครู่ยังก้องอยู่ในโสตประสาท ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับยิ่งทวีความอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เพียงฟ้ายืนนิ่งอยู่กลางห้องทำงานกว้างขวาง สองมือยังคงกุมขมับแน่นด้วยความอับอายและเคืองโกรธผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก ปริญไอ้เพื่อนตัวดีนะเพื่อนรัก ทิ้งระเบิดลูกใหญ่แล้วชิ่งหนีไปหน้าตาเฉย ปล่อยให้เธอยืนเผชิญหน้ากับ ‘ปีศาจน้ำแข็ง’ ประจำตึกที่ตอนนี้แปรสภาพเป็นภูเขาไฟรอวันระเบิดอย่างเลี่ยงไม่ได้
“เลิกทำท่าทางเหมือนคนปวดหัวไมเกรนได้แล้ว เพียงฟ้า”
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้นทำลายความเงียบ คณินก้าวเท้าเข้ามาช้าๆ ทว่ามั่นคง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเข้ารูปสีกรมท่าไร้ที่ติทิ้งตัวลงพิงสะโพกกับขอบโต๊ะทำงาน แขนแกร่งทั้งสองข้างกอดอกไว้หลวมๆ นัยน์ตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
เพียงฟ้าลดมือลง เปลือกตาบางกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสสายตา ก่อนจะเชิดคางขึ้นตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว ปากเก่งๆ ของเธอไม่เคยยอมแพ้ใครอยู่แล้ว แม้ในสถานการณ์ที่เธอจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบก็ตามที
“ถ้าเฮียจะมาพูดจาเหน็บแนมฉันเรื่องเมื่อกี้ ฉันขอตัวกลับดีกว่าค่ะ งานเอกสารกองโตบนโต๊ะฉันยังรอให้เคลียร์อยู่” เธอสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความประชดประชันเล็กๆ
“กลับ?” คณินทวนคำ มุมปากหนายกขึ้นเป็นรอยยิ้มหยันที่เห็นแล้วชวนหมั่นไส้ “ใครอนุญาตให้เธอเดินออกจากห้องนี้ไปสภาพนี้? จัดการเรื่องงี่เง่าของเพื่อนเธอให้เรียบร้อยก่อนสิ เพียงฟ้า อย่าทำตัวเป็นเด็กหนีปัญหา”
“ฉันไม่ได้หนี!” เพียงฟ้าก้าวเท้าเข้าหาอีกฝ่ายอย่างเหลืออด ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ “แล้วปริญก็ไม่ได้งี่เง่า เฮียต่างหากที่ใจแคบ เอาแต่ใช้อำนาจกดขี่คนอื่น!”
“ฉันใช้อำนาจกดขี่?” คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวร่างบางอย่างรวดเร็วชนิดที่เพียงฟ้าตั้งตัวไม่ทัน รู้ตัวอีกที แผ่นหลังบางก็ชนเข้ากับกระจกใสบานใหญ่ของระเบียงห้องทำงานบนชั้นสามสิบห้าเสียแล้ว
กลิ่นอายบุรุษเพศผสมผสานกับน้ำหอมแบรนด์ดังราคาแพงโชยเข้าแตะจมูก ปลุกสัญชาตญาณการตื่นตัวในร่างกายให้พุ่งพล่าน คณินใช้แขนข้างหนึ่งยันกระจกใสไว้กักขังร่างเล็กเอาไว้ตรงกลาง ดวงตาคมดุจจ้องมองเธอนิ่งราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม
ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่มีเหลือ เพียงฟ้าวางมือทับลงบนอกแกร่งเพื่อดันตัวถอยห่าง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงใต้ร่มผ้ากลับให้ความรู้สึกราวกับกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลาย
“ถอยไปนะเฮียณิน ใกล้เกินไปแล้ว” เธอเอ็ดเสียงเขียว พยายามซ่อนความสั่นไหวในน้ำเสียงไว้ภายใต้หน้ากากความแข็งกร้าว
“ใกล้แค่นี้ทำเป็นตื่นเต้น?” คณินโน้มใบหน้าลงมาหาช้าๆ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างแก้มเนียนจนขนลุกซู่ “ทีเมื่อกี้ยังกล้าต่อปากต่อคำกับฉันฉอดๆ ไม่เห็นกลัวเลยนี่ เพียงฟ้า”
“ฉันไม่ได้กลัว แค่รำคาญ!”
“ปากเก่งให้ได้ตลอดเถอะ”
ประโยคสุดท้ายกระซิบอยู่ริมฝีปากบางเฉียบ ดวงตาคมกวาดมองเรียวปากสีพีชที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยประกายตาดุร้ายที่แฝงไปด้วยไฟปรารถนาบางอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อาจปฏิเสธได้
ความหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่ต้นวัน ผสมกับความดื้อรั้นเอาแต่ใจของคนตรงหน้า ทำให้คณินสูญเสียการควบคุมสติสัมปชัญญะไปชั่วขณะ เขาขยับตัวจะถอยออกเพื่อยุติความอันตรายนี้ แต่ทว่า...
พรวด!
อุบัติเหตุเกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีที่คาดไม่ถึง เพียงฟ้าที่พยายามจะเอี้ยวตัวหลบความอิดอัดดันก้าวเท้าพลาดไปสะดุดเข้ากับขอบพรมหนานุ่มที่พับงออยู่เล็กน้อย น้ำหนักตัวทั้งหมดเสียหลักเซถลาล้มลงไปข้างหน้าอย่างแรง
คณินที่กำลังจะผละออกคว้าตัวเธอไว้ไม่ทัน สัญชาตญาณการทรงตัวทำให้เขาคว้าเอวบางเอาไว้โดยอัตโนมัติ แรงเหวี่ยงจากการสะดุดทำให้ร่างทั้งสองร่างร่วงหล่นลงไปปะทะกันอย่างจังบนพื้นพรม
ตึ้ง!
เสียงลมหายใจเฮือกใหญ่เฮือกสุดท้ายหลุดออกจากปาก เมื่อแผ่นหลังของคณินกระแทกเข้ากับพื้นห้อง โดยมีร่างบางของเพียงฟ้าทับอยู่ด้านบน ทว่าความเจ็บปวดจากการล้มไม่ได้ดึงดูดความสนใจเท่ากับเหตุการณ์ที่ตามมาในเสี้ยววินาทีนั้น
แรงกระแทกทำให้เพียงฟ้าหน้าคะมำลงไปข้างหน้าอย่างช่วยไม่ได้ และในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นเพื่อประท้วง ปากอิ่มของเธอก็พุ่งเข้าประกบเข้ากับเรียวปากหยักหนาของคณินพพอดีเป๊ะ!
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจสุดขีด ประสาทสัมผัสทุกส่วนหยุดทำงานไปชั่วขณะ สัมผัสนุ่มหยุ่นและอุ่นร้อนที่แนบชิดติดกันอยู่ทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน
ด้านคณินเองก็แข็งค้างไปเช่นกัน นัยน์ตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง สมองขาวโพลนไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและกลิ่นหอมหวานจางๆ จากริมฝีปากของคนที่อยู่เหนือกว่า
เวลาผ่านไปเพียงเสี้ยววินาทีที่ยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์ ทั้งสองคนนิ่งงับค้างอยู่ในท่าทางนั้น ลมหายใจอุ่นร้อนผสานเข้าหากันจนแยกไม่อออก หัวใจในอกข้างซ้ายของทั้งคู่เต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล สะท้อนความสั่นไหวที่รุนแรงเกินกว่าจะควบคุม
เพียงฟ้ารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความอายพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุดจนหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู เธอพยายามจะขยับตัวถอยหนี ทว่าความสับสนทำให้ร่างกายกลับแข็งเกร็งขยับไม่ได้ดั่งใจ
ในขณะที่คณินซึ่งได้สติก่อน เริ่มรู้สึกถึงความหวานล้ำที่แนบชิดอยู่ไม่ไกล มือแกร่งที่โอบเอวบางอยู่โดยสัญชาตญาณเผลอกระชับแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกโด่งคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใสของหญิงสาว กลิ่นกายหอมสะอาดที่เป็นเอกลักษณ์ของเพียงฟ้ายิ่งปลุกเร้าอารมณ์ดิบเถื่อนในใจให้ตื่นขึ้น
ทว่า... ก่อนที่สติของทั้งสองคนจะหลุดลอยไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะจากด้านนอก
“บอสครับ! เรื่องเอกสารโปรเจกต์ใหม่... เฮ้ย! ขอโทษครับ!”
เสียงของเลขานุการหนุ่มที่เปิดประตูเข้ามาโดยพลการดังขึ้น พร้อมกับร่างที่ชะתักกึกเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าอย่างชัดเจน
เพียงฟ้ารีบผุดลุกขึ้นจากตัวคณินราวกับโดนไฟลวก หน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นแรงแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอไม่แม้แต่จะกล้าหันไปมองหน้าใครทั้งสิ้น หมุนตัววิ่งพรวดพราดออกจากห้องทำงานไปทันทีด้วยความอับอายสุดขีด
ส่วนคณินค่อยๆยันตัวลุกขึ้นช้าๆ ใบหน้าคมคายบึ้งตึง นัยน์ตาคมกริบหันไปจ้องมองเลขานุการหนุ่มที่ยืนหน้าซีดตัวสั่นอยู่หน้าประตูด้วยแววตาดุร้ายราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
เลขานุการหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กำลังจะอ้าปากแก้ตัว ทว่าเสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความหงุดหงิดสุดขีดก็ดังขึ้นขัดเสียก่อน
“แก... เตรียมตัวเก็บกระเป๋าไปทำงานที่สาขาต่างจังหวัดได้เลย”
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความฟินปนความป่วนของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะครับ!
ดีลลับฉบับประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 16
อุบัติเหตุริมระเบียง
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!