"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าเหมือนหุ่นยนต์กระป๋องขึ้นสนิมแบบนั้น อาหารบนโต๊ะคงเย็นชืดก่อนที่เราจะได้ตักคำแรกนะครับ คุณเพียงฟ้า"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบในห้องชุดหรูเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุด คณินไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองร่างบางที่ยังคงยืนแข็งทื่ออยู่ตรงข้าม เขาเพียงแค่ใช้ปลายช้อนเขี่ยสเต็กเนื้อมีเดียมแรร์ในจานอย่างใจเย็น ขณะที่กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารนานาชนิดที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างประณีตบนโต๊ะอาหารตัวยาวกำลังส่งกลิ่นยั่วยวนประสาทสัมผัส
เพียงฟ้าสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิดของตัวเอง ดวงตากลมโตตวัดมองชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้องด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนเกือบจะทะลุขีดจำกัด สงครามประสาทที่เพิ่งจบลงไปหมาดๆ ยังไม่ทันทำให้สมองของเขาได้พักผ่อน ประธานหนุ่มจอมเผด็จการคนนี้ก็หาเรื่องเปิดฉากยกใหม่ขึ้นมาอีกแล้ว
"ฉันไม่ได้เป็นหุ่นยนต์ครับคุณคณิน แค่กำลังคิดว่าในอาหารมื้อนี้มียาพิษชนิดไหนผสมอยู่บ้างหรือเปล่า... เพราะดูจากเจตนาของคุณแล้ว มันน่าสงสัยชอบกล" เพียงฟ้าเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่รอให้เจ้าบ้านผายมือเชิญด้วยซ้ำ
คณินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง วางมีดในมือลงกระทบกับจานเสียงดัง *กริ๊ง* ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหันมาสบประสานกับนัยน์ตาดื้อรั้นของคนตรงหน้า รอยยิ้มมุมปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มที่เป็นมิตรนัก แต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่กำลังสนุกกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม
"ถ้าผมจะวางยาคุณจริงๆ คงไม่ลงทุนสั่งอาหารจากร้านมิชลินระดับนี้มาหรอกครับ... เปลืองเงินเปล่าๆ สู้ใช้สายตาพิฆาตมองคุณเหมือนเมื่อครู่ น่าจะทำให้คุณอกแตกตายได้เร็วกว่าเยอะ"
"ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะครับ ประธานคณิน" เพียงฟ้าสวนกลับทันควัน ไดอะล็อกคมคายพ่นออกมาโดยไม่ต้องหยุดคิด สมองที่ทำงานไวเป็นกรดของเขาประมวลผลคำพูดของอีกฝ่ายและสวนกลับได้อย่างเจ็บแสบไม่แพ้กัน "สงสัยตอนเด็กๆ แม่คงให้กินพริกแทนข้าว ถึงได้เผ็ดร้อนจนกัดกระเพาะคนรอบข้างแบบนี้"
คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมเข้มฉายแววทราย์ประกายระยับที่อ่านไม่ออก ชายหนุ่มโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกทั้งสองข้างวางทราบลงบนโต๊ะ ขยับเข้าไปใกล้พื้นที่ส่วนตัวของอีกฝ่ายจนเพียงฟ้าเผลอผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ปากเก่งแบบนี้... ตอนอยู่มหาวิทยาลัยคงเป็นตัวปัญหาน่าดูสินะครับ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของคนฟัง "แต่แปลกแฮะ... เวลาที่ปากคอเราะร้ายใส่ผมแบบนี้ ทำไมผมถึงไม่ยัก ะอยากจะไล่คุณออกไปให้พ้นหน้าเหมือนคนอื่นๆ สักที"
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบอัดให้แคบลง กลิ่นอายความเป็นผู้ชายอันตรายของคณินผสมผสานเข้ากับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของน้ำหอมแบรนด์หรู ทำให้หัวใจของเพียงฟ้าที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติ กลับเริ่มรัวเร็วกผิดปกติอย่างควบคุมไม่ได้ ร่างบางเม้มริมฝีปากแน่น เบนสายตาหนีไปยังจานอาหารตรงหน้าเพื่อหลบเลี่ยงดวงตาคมกริบคู่นั้นที่จ้องมองมาคล้ายจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงก้นบึ้งความรู้สึก
"คุณ... คงว่างมากสินะครับ ถึงได้มานั่งวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกจ้างชั่วคราวอย่างผม" เพียงฟ้าพยายามบังคับน้ำเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าฝ่ามือภายใต้โต๊ะจะกำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อเรียกสติ
"เปล่าเลยครับ ผมไม่ได้ว่าง..." คณินเว้นจังหวะไปชั่วครู่ สายตาคมกริบทอดมองใบเนียนใสที่เริ่มขึ้นสีเรื่อด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่อยากจะยอมรับ "แต่กับเรื่องของคุณ... ผมมักจะมีเวลาว่างให้เสมอ"
*ตึ้ก... ตึ้ก...*
เสียงหัวใจเต้นผิดจังหวะดังชัดเจนยิ่งกว่าเสียงเครื่องปรับอากาศในห้อง เพียงฟ้าเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อปะทะเข้ากับแววตาจริงจังที่เจือประกายความคลั่งรักแบบไม่รู้ตัวของอีกฝ่าย มันไม่ใช่แววตาของการหยอกล้อเล่นสนุกเหมือนทุกที แต่มันลึกซึ้งและร้อนแรงจนทำเอาคนถูกมองรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า
ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้อันตรายเกินไปแล้ว!
"ทานข้าวเถอะครับ ก่อนที่อาหารจะเย็นชืดอย่างที่คุณพูดจริงๆ" เพียงฟ้าตัดบทด้วยการคว้าช้อนส้อมขึ้นมาตักอาหารเข้าปากเพื่อกลบเกลื่อนอาการรวนเรในอก ทว่าการกระทำนั้นกลับเรียกเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอจากคณินได้อย่างดี
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารหลังจากนั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้จะยังคงมีคำพูดจิกกัดและสงครามประสาทขนาดย่อมแทรกเข้ามาเป็นระยะตามประสาคู่กัด แต่ทว่าความเกร็งขืนในตอนแรกกลับถูกแทนที่ด้วยความคุ้นชินประหลาด จังหวะการตักอาหาร การส่งเสียงแซว หรือแม้แต่การแย่งชิ้นเนื้อชิ้นโปรดกันอย่างเด็กๆ ทำให้ค่ำคืนนี้ยาวนานกว่าที่ควรจะเป็น และหัวใจของทั้งสองคนก็เริ่มเต้นในจังหวะเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ
คณินมองคนที่กำลังเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างเอร็ดอร่อยด้วยสายตาที่อ่อนแสงลงโดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากของประธานหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในวงการอสังหาฯ เขารู้สึกว่ามื้อค่ำมื้อนี้... เป็นมื้อค่ำที่ดีที่สุดในรอบหลายปีที่ผ่านมา
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสงบสุขมักจะสั้นเสมอ
*ติ๊งงงง—!*
เสียงกริ่งหน้าประตูกลุ่มเพนต์เฮาส์ดังขึ้นทำลายบรรยากาศแสนหวานอมเปรี้ยวลงในเสี้ยววินาที เพียงฟ้าชะงักมือที่กำลังจะตักซุป คณินขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงและเย็นชาขึ้นทันทีด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
ใครกันที่กล้ามาบุกรุกช่วงเวลานี้ของเขา?
คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเดินมุ่งหน้าไปยังประตูหน้าห้องด้วยใบหน้าหงุดหงิดขีดสุด มือหนากระชากประตูก่อนจะเปิดออกกว้างด้วยความรวดเร็ว หวังจะไล่แขกไม่ได้รับเชิญให้กลับไปทันที
ทว่า... ทันทีที่บานประตูเปิดออก ประโยคที่เตรียมจะเอ่ยไล่ก็ต้องกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อร่างโปร่งระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวสวนเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ พร้อมกับรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษ
"เฮียณินคะ... มินตกใจแทบแย่ โทรหาเท่าไหร่ก็ไม่รับ สายด่วนอะไรเหรอคะถึงต้องรีบเรียกมินมาดึกดื่นแบบนี้?"
เสียงหวานของมินตราดังขึ้น ท่ามกลางสายตาของเพียงฟ้าที่ลุกขึ้นยืนมองเหตุการณ์จากโต๊ะอาหาร และเมื่อสายตาของไฮโซสาวกวาดมาเจอหน้าเพียงฟ้าเข้าพพอดี รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็แข็งค้างไปในทันที
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" เสมอมานะครับ!
ดีลลับฉบับประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 10
มื้อค่ำที่เกือบจะดี
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!