กลิ่นอายน้ำหอมแบรนด์เนมราคาแพงระยับคละคลุ้งปะปนไปกับเสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงสดจากวงควอเททมุมห้องโถง แชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับสะท้อนภาพเหล่าเซเลบและนักธุรกิจชื่อดังที่กำลังจิบแชมเปญชั้นเลิศ ทว่าสำหรับเพียงฟ้าแล้ว บรรยากาศหรูหราอลังการเหล่านี้กลับให้ความรู้สึกไม่ต่างอะไรกับสนามรบขนาดย่อม ที่ซึ่งกระสุนปืนถูกเคลือบไว้ด้วยรอยยิ้มจอมปลอมและคำทักทายแสบสัน
"ยิ้มหน่อยครับคุณคู่หมั้น... เกร็งขนาดนี้ คนอื่นเขาจะคิดว่าผมพาคุณมาเข้าคุกแทนที่จะมางานเลี้ยงการกุศลนะ"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู พร้อมกับท่อนแขนแข็งแกร่งที่กระชับเอวบางของเพียงฟ้าให้แนบชิดเข้าไปอีกนิด คณินในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปดูโดดเด่นและทรงอำนาจจนบรรดาสายตาของสาวๆ ในงานต่างพากันเหลือบมองด้วยความหลงใหล แต่เจ้าของนัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับทอดมองเพียงแค่คนข้างกายที่กำลังส่งค้อนวงใหญ่ให้เขา
"ถ้าเฮียยังไม่เลิกใช้สรรพนามชวนขนลุกนี่ ผมจะเหยียบเท้าเฮียให้แหลกคาคัทชูห้ามนี่เลยคอยดู" เพียงฟ้าเค้นเสียงลอดไรฟัน รอยยิ้มบนใบหน้ายังคงประดับไว้เป๊ะ องศาความโค้งพอดิบพอดีตามตำราการออกงานสังคมที่ปริญเพิ่งติวให้เมื่อบ่าย แต่คำพูดที่พ่นออกมากลับคมกริบไม่แพ้มีดโกน "แล้วก็ช่วยปล่อยมือออกจากเอวผมได้แล้ว คนเขามองกันหมด"
"มองก็ดีสิครับ... จะได้รู้ทั่วกันว่าคุณคือคนของใคร" คณินยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับด้วยประกายความสนุกสนานที่ได้แกล้งคนปากเก่งให้หงุดหงิดเล่น "จำไม่ได้หรือไงว่าเราตกลงกันไว้ยังไง แค่ควงแขนออกงานเพื่อกลบข่าวฉาว แล้วผมจะยอมเซ็นสัญญาโปรเจกต์ที่คุณต้องการ... แลกกับการเป็นเด็กดีเชื่อฟังผมสักคืน มันยากตรงไหนครับ หืม?"
เพียงฟ้าอยากจะยกแก้วแชมเปญสาดใส่หน้าหล่อๆ ของประธานหนุ่มจอมเผด็จการเสียให้เข็ด ประโยคทวงบุญคุณแบบหน้ามึนนี้ทำเอาเขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ทว่าในจังหวะที่กำลังจะอ้าปากสวนกลับ เสียงหวานแหลมที่คุ้นหูจนน่าสะอิดสะเอียนก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน
"ตายจริง... น้องฟ้าใช่มั้ยคะเนี่ย เกือบจำไม่ได้เลยนะเนี่ยว่าเปลี่ยนสไตล์มาแนวนี้"
มินตราในชุดราตรีสีแดงเพลิงผ่าสูงเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนเดินนهارเข้ามาใกล้ พร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษอย่างมิดชิด เธอปรายตามองชุดสูทกึ่งทางการที่เพียงฟ้าสวมใส่ แม้จะเป็นแบรนด์ดังระดับไฮเอนด์ แต่การที่เด็กจบใหม่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าก้าวเข้ามาเดินเคียงข้างคณินในงานระดับประเทศนี้ ย่อมตกเป็นเป้าสายตาของพวกไฮโซปากหอยปากปูได้ไม่ยาก
"สวัสดีครับคุณมินตรา" เพียงฟ้าทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รักษามารยาททางสังคมไว้อย่างไร้ที่ติ แม้ในใจจะอยากกรอกตาเป็นเลขแปดสักตลบ "ไม่ได้เจอกันนาน สภาพจิตใจยังปกติดีอยู่ใช่ไหมครับ เห็นช่วงนี้ขยันเดินสายออกงานแซะคนอื่นเขาไปทั่ว"
รอยยิ้มบนใบหน้าของมินตรากระตุกไปวูบหนึ่ง ดวงตาคู่คมฉายแววริษยาและเกลียดชังอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะปรับเปลี่ยนเป็นสีหน้าเวทนาอย่างรวดเร็ว เธอหันไปทางคณินแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอعน
"คุณณินคะ มินตราก็แค่มองว่า... น้องเขาอาจจะไม่คุ้นเคยกับสังคมแบบนี้ เดี๋ยวจะทำตัวซุ่มซ่ามขายหน้าบริษัทคุณณินเปล่าๆ ค่ะ คนระดับคุณณิน น่าจะคู่ควรกับคนที่เหมาะสมกว่านี้แท้ๆ..."
ประโยคเหน็บแนมที่จงใจปล่อยให้ลอยลม ทำให้บรรดาไฮโซกลุ่มข้างๆ เริ่มหันมาซุบซิบและส่งสายตารังเกียจมาทางเพียงฟ้าทันที เสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ และคำพูดดูถูกลอยเข้าหูเป็นระยะ *'เด็กเส้นแหละสิ'*, *'เห็นว่าเพิ่งเรียนจบ หน้าตาพอกล้อมแกล้มแต่ฐานะคงต่างกันฟ้ากับเหว'*, *'เดี๋ยวก็คงโดนเขี่ยทิ้ง'*
เพียงฟ้าเม้มปากแน่น ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เขากำมือที่วางอยู่ข้างลำตัวแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ แม้จะเตรียมใจไว้แล้วระดับหนึ่งกับการเผชิญหน้ากับสังคมจอมปลอมเหล่านี้ แต่พอมาโดนเข้าจริงๆ มันก็อดรู้สึกกรุ่นโกรธไม่ได้
ทว่า... ก่อนที่เพียงฟ้าจะได้อ้าปากสวนกลับด้วยวาจาเชือดเฉือนตามสไตล์ของตัวเอง ฝ่ามือหนาที่เคยโอบเอวอยู่ก็เคลื่อนมาจับมือของเขาไว้ สัมผัสอุ่นจัดจากปลายนิ้วของคณินบีบกระชับเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นคงบางอย่างมาให้
คณินไม่ได้หันไปมองมินตราเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกราบกวาดมองไปรอบๆ วงสนทนาของบรรดาไฮโซที่กำลังรอดูความสนุก ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะยกยิ้มขึ้น เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเยียบเย็นและทรงพลังจนทุกคนรอบข้างต้องเงียบเสียงลงโดยอัตโนมัติ
"เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม... ผมคิดว่าผมมีสิทธิ์เลือกด้วยตัวเองมากกว่าที่คุณมินตราจะกรุณาออกความเห็นนะครับ" คณินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่ากังวานชัดเจนจนคนรอบข้างสะดุ้ง "อีกอย่าง... คนที่ไร้กาลเทศะจนต้องมายืนวิจารณ์คู่ควงของคนอื่นในงานเลี้ยงแบบนี้ คงไม่ใช่คนที่จะพูดคำว่า 'เหมาะสม' ได้เต็มปากหรอกจริงไหมครับ?"
มินตราหน้าถอดสีทันที เธอกัดริมฝีปากแน่นด้วยความอับอายเมื่อตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นๆ เสียเอง
แต่คณินยังไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขาก้มหน้าลงกระซิบข้างหูเพียงฟ้าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงจนน่าใจหาย แตกต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ "เจ็บใจไหมครับ? อยากเอาคืนพวกปากหอยปากปูพวกนี้หรือเปล่า..."
เพียงฟ้าเงยหน้าขึ้นสบตากับคนข้างกาย หัวใจกระตุกวูบไปจังหวะหนึ่งเมื่อได้เห็นประกายตาที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึมนั้น
"ถ้าอยาก... ก็ทำตามที่ผมบอกสิครับ"
คณินไม่รอให้เพียงฟ้าได้ตอบรับ เขากระชับเอวบางให้เข้ามาแนบชิดยิ่งขึ้น ก่อนจะโน้มใบลงกระซิบประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำที่ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"หันไปจูบแก้มผมโชว์พวกมันหน่อย... แล้วผมจะเหมาหุ้นบริษัทคู่แข่งของคุณมินตราให้คุณดูเป็นของขวัญแก้เบื่อ"
ดวงตากลมโตของเพียงฟ้าเบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจระคนคาดไม่ถึง ทว่ายังไม่ทันได้ประมวลผลคำพูดบ้าบิ่นนั้น เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนที่เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
"ขอโทษนะครับคุณคณิน... พอดีทางผู้จัดงานอยากเชิญคุณกับคู่ควงไปร่วมโต๊ะวีไอพีด้านในครับ และดูเหมือนว่า... จะมี 'แขกเซอร์ไพรส์' อีกคนที่เพิ่งมาถึงและกำลังตามหาคุณอยู่พอดีครับ"
คณินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ เขากำลังจะปฏิเสธ แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นร่างสูงโปรดของบุคคลที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่ผ่านประตูงานเลี้ยงเข้ามา เพียงฟ้าและคณินต่างก็ชะงักกุนกิมไปพร้อมๆ กัน
เมื่อร่างนั้นเดินเข้ามาใกล้จนแสงไฟสาดส่องกระทบใบหน้าชัดเจน เพียงฟ้าถึงกับลมหายใจสะดุด เมื่อพบว่าแขกเซอร์ไพรส์ที่ว่า... คือพี่ชายต่างแม่ที่เขาเกลียดขี้หน้าที่สุด และเป็นคนที่กุมความลับเรื่องสัญญาแต่งงานปลอมๆ นี้ไว้ทั้งหมด!
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "นาโนบอทมาสเตอร์" เสมอมานะครับ!
ดีลลับฉบับประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 5
งานเลี้ยงหน้ากาก
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!