กลิ่นหอมกรุ่นของชาเอิร์ลเกรย์ราคาแพงไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องรับรองส่วนตัวของโรงแรมหรูดูผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับกดดันจนกระทั่งออกซิเจนรอบตัวเหมือนจะเจือจางลงทุกทีที่เข็มนาฬิกาขยับเดิน
เพียงฟ้าวางถ้วยแบล็กทีลงบนจานรองด้วยความนิ่งสงบเกินวัย แม้ปลายนิ้วจะเย็นเฉียบจนต้องแอบกำเข้าหากันแน่นใต้โต๊ะ เธอกวาดสายตามองสตรีผู้มีศักดิ์ศรีเป็นมารดาบังเกิดเกล้าของคณิน ผู้หญิงคนนี้สวมชุดสูทผ้าทวีตตัดเย็บเนี๊ยบกริบจากปารีส ใบหน้ารูปไข่ที่ถอดแบบความเย่อหยิ่งมาให้บุตรชายราวกับแกะกำลังจ้องมองเธอนิ่งราวกับเธอกำลังพิจารณาตัวเลขในงบดุลบริษัท
"ฉันคิดว่าเราเป็นคนฉลาดพอทั้งคู่ คุณเพียงฟ้า"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่ปกคลุมอยู่ร่วมนาที ท่านคุณหญิงมณฑิราโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย แววตาคมกริบไร้ซึ่งความปรานี
"และฉันก็ไม่ชอบการอ้อมค้อม เสียเวลาเปล่าๆ"
"ท่านคุณหญิงคงมีธุระด่วนมากสินะครับ ถึงได้กรุณานัดเด็กจบใหม่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างฉันมาคุยถึงที่นี่" เพียงฟ้าแย้มรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายชัดเจน "ถ้าเรื่องเอกสารฝึกงานหรือโปรเจกต์ของบริษัทเฮีย... อ้อ... ของคุณคณิน ทางเราส่งมอบครบถ้วนหมดแล้วนี่คะ หรือว่ามีตรงไหนบกพร่องที่คุณหญิงอยากจะติเตียนเป็นพิเศษ"
"อย่ามาทำเป็นไขสือหน่อยเลย เพียงฟ้า" คุณหญิงมณฑิราแค่นหัวเราะในลำคออย่างนึกระอา ท่าทีอวดดีและไม่ยอมก้มหัวให้ใครของเด็กสาวตรงหน้าช่างน่าขัดหูขัดตาเสียเหลือเกิน "เธอรู้ดีว่าฉันหมายถึงอะไร... ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับตาณิน"
เพียงฟ้าชะงักไปนิด หัวใจกระตุกวูบด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมากลางอก แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย เธอยืดหลังตรงเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่
"ท่านคุณหญิงเข้าใจผิดแล้วล่ะครับ เราเป็นแค่... เจ้านายกับลูกน้อง"
"ลูกน้องที่ไหนเขาตามไปถึงเพนต์เฮาส์ส่วนตัวตอนดึกดื่น แถมยังปล่อยให้ตาณินปกป้องออกนอกหน้าจนสำนักข่าวซุบซิบกันครึ่งเมือง!" คุณหญิงมณฑิรากระแทกเสียงลงบนโต๊ะเบาๆ แต่เฉียบขาดพอจะทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งลงเหว "ฟังให้ดีนะเพียงฟ้า ครอบครัวของเธอ... บริษัทรับเหมาเล็กๆ ที่กำลังจะล้มละลายของพ่อเธอกำลังรอความช่วยเหลือจากเม็ดเงินลงทุนก้อนโตอยู่ไม่ใช่เหรอ? คิดว่าใครเป็นคนยื้อลมหายใจบริษัทใกล้เจ๊งนั่นไว้ล่ะ ถ้าไม่ใช่ตาณินที่ยอมเซ็นอนุมัติงบอุ้มสมให้ตามคำขอร้องของฉัน"
ร่างบางชาวาบไปทั้งร่าง ราวกับถูกน้ำแข็งสาดซัดเข้าที่หน้าเต็มแรง ความจริงที่ถูกกระชากออกมาต่อหน้าต่อตาทำให้ลำคอตีบตัน เพียงฟ้ารู้ดีว่าบริษัทของครอบครัวกำลังประสบปัญหา แต่เธอไม่เคยรู้เลย... ไม่เคยรู้เลยสักนิดว่าเบื้องหลังความช่วยเหลือเหล่านั้นมาจากคณิน และมาจากคำสั่งของหญิงตรงหน้า!
"คุณ... คุณหมายความว่ายังไง" เสียงของเธอสั่นพร่าไปชั่วขณะ ก่อนจะรีบกดมันให้กลับมานิ่งสนิท
"หมายความว่า ทุกอย่างที่บ้านเธอมีกินมีใช้ หนี้สินนับสิบล้านที่ทยอยเคลียร์ได้ ก็มาจากความเมตตาของตระกูลเราทั้งนั้น" คุณหญิงมณฑิราเหยียดยิ้มหยัน ปรายตามองเด็กสาวราวกับกำลังมองมดปลวกตัวจ้อย "แต่ความเมตตามันมีขีดจำกัด เพียงฟ้า เธอฉลาดพอที่จะมองเกมออกนะ ตาณินเขามีอนาคตที่ต้องรับผิดชอบ มีคู่หมั้นที่เหมาะสมคู่ควรอย่างมินมารออยู่ คนระดับเขา... ไม่สมควรมีมลทินด่างพร้อยเพราะผู้หญิงที่ไม่มีแม้แต่หัวนอนปลายเท้ามาเกาะแกะเพื่อหวังยกระดับฐานะ"
ถ้อยคำเชือดเฉือนบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก เพียงฟ้ารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าฉานใหญ่ ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วอณูผิว แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความเจ็บปวดก็คือ ความจริงที่ว่าเธอเป็น "ตัวถ่วง" ในชีวิตของคณินอย่างที่ผู้หญิงคนนี้พูดจริงหรือเปล่า?
ภาพรอยยิ้มดุๆ แววตาดุดันแต่แฝงความห่วงใยยามที่เขาคอยปกป้องเธอจากปัญหาต่างๆ ผุดขึ้นมาในหัว ซ้ำยังมีเหตุการณ์เมื่อคืนที่เธอเผลอหลุดปากต่อปากกับเขาในห้องทำงาน ก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดเข้ามาโดยมินตรา... ตัวป่วนที่คอยจ้องจะแทรกกลางระหว่างพวกเขาตลอดเวลา
*ถ้าไม่มีฉัน... เฮียณินคงไม่ต้องมาเหนื่อยใจกับเรื่องไร้สาระพวกนี้สินะ*
เพียงฟ้าเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ความรู้สึกอัดอั้นแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่อก เธออยากจะเถียง กลับไปให้เจ็บแสบตามนิสัยปากเก่งที่ไม่เคยยอมแพ้ใคร แต่พอนึกถึงรอยยิ้มเหนื่อยล้าของพ่อกับแม่ที่บ้าน... คำพูดทุกคำก็กลืนกลับลงไปในลำคอจนหมดสิ้น
"แล้วคุณหญิง... ต้องการอะไรจากฉันล่ะครับ" เพียงฟ้าเค้นเสียงถามออกมาในที่สุด แววตาคู่สวยไหวระริกด้วยหยาดน้ำใสที่พยายามกลั้นเอาไว้ไม่ให้ไหลลงมาประจานความอ่อนแอ
"ฉลาดมาก" คุณหญิงมณฑิรายกมุมปากขึ้นอย่างพึงพอใจ หยิบนามบัตรสีทองอร่ามวางลงตรงหน้า "ฉันต้องการให้เธอ 'ถอย' ออกไปจากชีวิตตาณินซะ เลิกติดต่อ เลิกพบหน้า และถ้าเป็นไปได้... ลาออกจากบริษัทซะ ย้ายไปอยู่ที่อื่นที่ไกลจากสายตาเขา"
"แล้วถ้าฉันไม่ทำล่ะครับ?" เพียงฟ้าเชิดหน้าขึ้นสู้ สายตาเต็มไปด้วยความพยศที่ไม่ยอมจำนนต่ออำนาจเงินตรา "คุณจะทำลายบริษัทพ่อฉันเหรอ? จะถอนทุนคืนแล้วปล่อยให้ครอบครัวฉันล้มละลายทันทีเลยใช่ไหม!"
"ไม่ใช่แค่ล้มละลายหรอก เพียงฟ้า..." คุณหญิงมณฑิราโน้มตัวเข้ามาใกล้ น้ำเสียงกระซิบกระซาบราวดักอสูร "แต่ฉันจะทำให้มั่นใจว่า ตระกูลของเธอจะไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้อีกเลยในวงการธุรกิจนี้... เธออยากเห็นพ่อกับแม่ต้องกราบกรานขอทานข้างถนนเพราะความดื้อรั้นเห็นแก่ตัวของเธอเองงั้นเหรอ?"
คำขู่ที่เลือดเย็นและเด็ดขาดทำให้เพียงฟ้าชาไปทั้งตัว ความตระหนักรู้ว่าตนเองไร้ซึ่งทางสู้ตีแผ่ชัดเจนตรงหน้า เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทา
เด็กสาวแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ขมขื่นที่สุดในชีวิต
"หغ... อำนาจเงินนี่มันยิ่งใหญ่จริงๆ นะครับ อยากบีบก็ตาย อยากคลายก็รอด" เพียงฟ้ายกมือขึ้นปาดหยดน้ำตาที่เล็ดลอดออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผู้มีอิทธิพลนิ่ง "เข้าใจแล้วครับ... ฉันจะไป"
"ดีมาก การตัดสินใจที่ฉลาดที่สุดในชีวิตของเธอเลยล่ะ เพียงฟ้า" คุณหญิงมณฑิรายิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ
"แต่มีข้อแม้..." เพียงฟ้าสวนขึ้นมาทันควัน น้ำเสียงแม้จะสั่นเครือแต่กลับหนักแน่นและเด็ดเดี่ยวจนอีกฝ่ายชะงัก "อย่าเพิ่งทำอะไรกับบริษัทพ่อฉันจนกว่าฉันจะจัดการเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อย และที่สำคัญ... ฉันจะเป็นคนเดินออกไปเองโดยที่คุณไม่ต้องส่งคนมาไล่... ขอเวลาฉันสามวัน"
คุณหญิงมณฑิรามองพิจารณาเด็กสาวตรงครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจนัก "ได้... ฉันให้เวลาเธอสามวัน นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป"
เพียงฟ้ารีบผุดลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋าถือของตัวเองด้วยมือที่สั่นเทา เธอกลั้นใจโค้งตัวให้คุณหญิงตามมารยาทเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องรับรองนั้นทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย
บรรยากาศข้างนอกโรงแรมอึมครึม เมฆฝนตั้งเค้าทะมึนราวกับฟ้าฝนกำลังเป็นใจให้กับความพัง
พินาศในจิตใจของเธอ
เพียงฟ้าเดินออกมาถึงลานจอดรถด้านหน้า ขาเรียวเล็กก้าวฉับๆ เพื่อจะเรียกแท็กซี่กลับคอนโด แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอื้อมมือไปเปิดประตูรถคันสีดำเงางามที่คุ้นตา เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่จดจำได้แม่นยำทุกอณูก็ลอยกระแทกหูขึ้นเสียก่อน
"จะไปไหน... เพียงฟ้า"
ร่างบางแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจกระตุกวูบอย่างแรงเมื่อหันไปพบกับเจ้าของร่างสูงสง่าที่ก้าวลงมาจากรถคันข้างๆ คณินในชุดสูทสีเข้มไร้เนกไท ใบหน้าคมคายบึ้งตึง ปากร้ายๆ เม้มเป็นเส้นตรง แววตาดุดันคู่นั้นกำลังฉายประกายความหงุดหงิดปนความหวาดระแวงอย่างชัดเจน
เฮียณินกวาดสายตามองหน้าเธอที่ซีดเผือดและมีคราบน้ำตาจางๆ
ก่อนที่กรามคมจะขบเข้าหากันแน่นด้วยความโกรธ
"ใคร..." น้ำเสียงของคณินต่ำลึกจนน่ากลัว ก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวเธอในระยะประชิด มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อแขนเรียวไว้มั่น ราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา "ใครมันบังAอาจทำให้เธอร้องไห้... บอกฉันมา เพียงฟ้า!"
เพียงฟ้าสะดุ้งสุดตัว เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมก్రిบที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและร้อนรนคู่นั้น หัวใจที่พยายามแข็งกระด้างกลับพังทลายลงมาในเสี้ยววินาที
คำสั่งเด็ดขาดของคุณหญิงมณฑิรา เสียงขู่ฆ่าทางธุรกิจ และความจริงที่ว่าเธอคือตัวถ่วงของเขา... วิ่งวนตีกันอยู่ในหัวจนแทบหายใจไม่ออก
"ปล่อยฉันเถอะครับ... เฮียณิน" เพียงฟ้าเค้นเสียงกระซิบแหบพร่า ดวงตากลมโตรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาอีกระลอก "เรา... เลิกยุ่งเกี่ยวกันเถอะนะ"
คณินชะงักกึก สีหน้าถมึงทึงเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงชั่วขณะ ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะวับโรจน์ด้วยความโกรธจัดและหวาดกลัวระคนกัน
"เธอพูดบ้าอะไรออกมา! ใครอนุญาตให้เธอพูดคำนี้... เพียงฟ้า!"
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้เฮียณินกับน้องฟ้ามาจนถึงตอนนี้ สัญญาว่าปมเดือดครั้งนี้จะคลี่คลายแบบสะใจแน่นอนครับ!
ดีลลับฉบับประธานคลั่งรัก•ตอนที่ 26
บททดสอบความเชื่อใจ
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับฉบับประธานคลั่งรัก นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!