เสียงปรบมือในห้องจัดเลี้ยงหรูหราดังขึ้นระลอกใหญ่ ราวกับคลื่นลมที่พัดโหมกระหน่ำใส่โสตประสาทของรินรดา แต่ทว่าในหูของเธอกลับอื้ออึง มีเพียงเสียงหัวใจเต้นรัวที่ดังแข่งกับความกดดันรอบตัว
บนเวทีเบื้องหน้า เมธากำลังยืนยิ้มรับคำชมด้วยท่าทางผึ่งผาย สูทแบรนด์เนมราคาแพงขับให้เขาดูราวกับนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ บนจอภาพขนาดใหญ่ด้านหลัง ปรากฏภาพสเกชต์ชุดราตรีคอลเลกชัน "Aethelgard" ผลงานชิ้นเอกที่เธอใช้หยาดเหงื่อและเวลาทั้งชีวิตรังสรรค์ขึ้นมา แต่วันนี้ มันกลับถูกประกาศว่าเป็นผลงานการออกแบบชิ้นใหม่ล่าสุดของเขา
"ผลงานชิ้นนี้... ได้แรงบันดาลใจมาจากความงามอันเป็นนิรันดร์ของอิสตรีครับ" เมธาเอ่ยผ่านไมโครโฟน น้ำเสียงนุ่มนวลชวนฝัน แต่สำหรับรินรดาแล้ว มันคือน้ำเสียงของซากศพที่เดินได้
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดแปลบปลาบช่วยเรียกสติให้เธอกลับคืนมา ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นตากันสายตาคมกริบจ้องมองไปยังชายหนุ่มบนเวทีด้วยประกายไฟที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งสงบ เธอไม่ใช่เด็กสาวอ่อนต่อโลกคนเดิมที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว นับตั้งแต่วินาทีที่ถูกทรยศ ความอ่อนแอได้ตายไปจากร่างของเธอสิ้นเชิง
"หน้าด้านหน้าทนดีแท้นะคะ ว่าไหม?"
เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู พร้อมกับกลิ่นอายจางๆ ของโคโลญจ์ราคาแพงและกลิ่นไวน์ชั้นดีที่ลอยมาแตะจมูก รินรดาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร—คินน์ ประธานหนุ่มผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของวงการอสังหาริมทรัพย์และสื่อบันเทิง เขายืนอยู่เคียงข้างเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบได้ รู้ตัวอีกที ไหล่กว้างในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปก็ทาบทับอยู่ใกล้จนสัมผัสได้ถึงไออุ่น
รินรดาเหลือบสายตาขึ้นมองเขาเล็กน้อย มุมปากของคินน์ยกยิ้มขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและทรงพลังอย่างน่าประหลาด
"ถ้าคุณประธานคินน์ว่างมากนัก ช่วยเอาเวลาไปตรวจบัญชีบริษัทตัวเองน่าจะดีกว่านะคะ มายืนวิจารณ์งานศิลปะที่ถูกขโมยมาทำไมกัน" รินรดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียابนิ่ง แต่เฉียบคมไม่แพ้กัน
คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ทุ้มต่ำและเซ็กซี่จนผู้หญิงหลายคนในงานคงใจละลาย แต่สำหรับรินรดา มันคือเสียงของนักล่าที่กำลังสนุกสนานกับการเห็นเหยื่อดิ้นรน
"ปากคอเราะร้ายเสียจริง..." คินน์เอ่ยพลางยกแก้วแชมเปญขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมกริบคู่นั้นไม่ได้มองเมธาบนเวทีเลยแม้แต่น้อย เขากลับจ้องมองใบหน้าด้านข้างของรินรดาอย่างพินิจพิจารณา "แต่ฉันชอบ... คนที่ฉลาดพอจะรู้ว่าตัวเองกำลังเสียเปรียบ แต่กลับเลือกที่จะไม่ก้มหัวให้ใคร"
รินรดาหันมาสบตากับเขาตรงๆ ดวงตาคู่สวยฉายแววท้าทาย "ฉันไม่ได้เสียเปรียบค่ะ แค่กำลังรอเวลาให้หมาบ้ามันวิ่งชนเสาด้วยตัวเองต่างหาก"
คำพูดนั้นทำให้คินน์ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่รอยยิ้มมุมปากของเขาจะกว้างขึ้นกว่าเดิม แววตาที่มองเธอมันเต็มไปด้วยความสนใจใคร่รู้ที่มากขึ้นเป็นทวีคูณ เขารู้ดีว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เข้าหูเข้าหาเขา มักจะมาพร้อมกับรอยยิ้มจอมปลอมและแววตาที่หวandความรวย แต่รินรดา... เธอมองเขาด้วยสายตาเท่าเทียม และนั่นคือสิ่งที่หาไม่ได้จากที่ไหน
บนเวที การประมูลการกุศลเพื่อระดมทุนสนับสนุนมูลนิธิเด็กกำพร้ากำลังดำเนินมาถึงไฮไลต์สำคัญ ชุดราตรีชิ้นเอกที่เมธาอ้างว่าเป็นคนออกแบบถูกนำมาประมูลในราคาเริ่มต้นที่ห้าล้านบาท
"มีท่านใดให้ราคามากกว่านี้ไหมครับ?" พิธีกรกล่าวเสียงดัง
"เจ็ดล้านค่ะ!" เสียงคุณหญิงท่านหนึ่งดังขึ้นจากแถวหน้า
"แปดล้านครับ" นักธุรกิจรุ่นใหญ่ยกป้ายประมูลแข่ง
เมธายืนยิ้มแก้มปริบนเวที สายตาของเขาpoweredด้วยความกระหายชื่อเสียงและเงินทอง เขากวาดสายตามองลงมายังผู้ร่วมงานราวกับตัวเองเป็นพระราชาผู้ยิ่งใหญ่ และบังเอิญเหลือเกินที่สายตาคู่นั้นกวาดมาสบเข้ากับรินรดาที่ยืนอยู่มุมมืดของห้อง
เมธาชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้ากระตุกเกร็งวูบหนึ่งเมื่อเห็นแววตาเย้ยหยันที่ส่งตรงมาจากอดีตคู่หมั้นและดีไซเนอร์เงาของเขา แต่ความมั่นใจจอมปลอมก็กลับมาครอบงำเขาอย่างรวดเร็ว เขาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ส่งสายตาสมเพชและดูถูกผ่านมาทางรินรดา ราวกับจะเยาะเย้ยว่า ต่อให้เธอจะเก่งแค่ไหน ผลงานชิ้นนี้ก็เป็นของเขา และเงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศทั้งหมด ก็ตกเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว
รินรดากำมือแน่นขึ้นอีกครั้ง ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุด แต่ก่อนที่เธอจะได้ก้าวออกไปทำอะไรบุ่มบ่าม มือหนาของใครบางคนก็เอื้อมมาแตะที่ข้อศอกของเธอเบาๆ เป็นสัมผัสที่หนักแน่นและแฝงไปด้วยอำนาจอันเด็ดขาด
รินรดาหันไปมองคินน์ด้วยความประหลาดใจ
"ใจเย็นๆ สิคะ คุณรินรดา..." คินน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก ทว่าแววตากลับเยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก "การทำลายคนประเภทนั้นด้วยการเดินไปตบหน้ากลางห้องจัดเลี้ยง มันง่ายเกินไป... และดูไร้รสนิยมสิ้นดี"
"แล้วคุณจะให้ฉันทำยังไงคะ? ยืนมองเขาเอาผลงานของฉันไปรับคำชมหน้าตาเฉยอย่างนั้นเหรอ?" รินรดาถามเสียงเบา แต่เต็มไปด้วยความอัดอั้น
คินน์ไม่ตอบคำถามในทันที เขาวางแก้วแชมเปญลงบนถาดของบริกรที่เดินผ่านพอดี จากนั้นก็หันมาเผชิญหน้ากับเธอเต็มตัว ความสูงของเขาทำให้รินรดาต้องแหงนหน้าขึ้นมองเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาได้รูปนั้นอยู่ใกล้เสียจนเธอได้กลิ่นลมหายใจอุ่นๆ
"ปล่อยให้เขาบินขึ้นไปให้สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้สิคะ..." คินน์กระซิบชิดริมหู น้ำเสียงของเขาทรงพลังและชวนให้ขนลุก "ยิ่งสูงเท่าไหร่... เวลาตกลงมา มันก็ยิ่งเจ็บปวดและไม่มีวันฟื้นตัวได้อีก"
รินรดาใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ไม่ใช่เพราะความหล่อเหลาของเขา แต่เป็นเพราะความเหี้ยมเกรียมและเฉียบขาดที่ตรงกับความต้องการในใจเธอลึกๆ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเข้มของคินน์ และพบว่าผู้ชายคนนี้... อันตรายยิ่งกว่าเมธาหลายร้อยเท่า แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็คือพันธมิตรที่ทรงพลังที่สุดที่เธออาจหาไม่ได้อีกแล้วในชีวิตนี้
"สิบหล้านบาท! มีใครให้มากกว่านี้ไหมครับ! ครั้งที่หนึ่ง... ครั้งที่สอง..." เสียงพิธีกรบนเวทีประกาศด้วยความตื่นเต้น เมธายิ้มกว้างจนแทบจะหุบไม่ลง
"สิบล้านแปดแสนบาทค่ะ"
เสียงนุ่มนวลแต่ก้องกังวานดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ทุกสายตาในห้องจัดเลี้ยงหันขวับไปมองต้นเสียงทันที แม้แต่เมธาบนเวเอกก็ยังต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
ผู้ที่ยกป้ายประมูลไม่ใช่ใครอื่น... แต่คือรินรดา
เธอยืนหยัดอย่างสง่างาม แววตาคู่สวยไร้ซึ่งความหวาดกลัว รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเธอดูลึกลับและทรงเสน่ห์จนสะกดสายตาของทุกคนในห้องให้หยุดนิ่ง
เมธาหน้าถอดสีลงถนัดตา เขารู้ดีว่ารินรดาไม่มีทางมีเงินมากมายขนาดนั้นที่จะมาประมูลงานชิ้นนี้แข่งกับเศรษฐีคนอื่น เขาอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อดิสเครดิตเธอ แต่ทว่า...
"ยี่สิบล้านค่ะ"
เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจดังขึ้นอีกครั้งจากข้างกายรินรดา คินน์เป็นผู้ยกป้ายขึ้นด้วยมือข้างเดียว สีหน้าของเขาเรียบเฉย เย็นชา และทรงพลังราวกับราชาที่กำลังประกาศกร้าวให้โลกรู้ว่า ใครคือเจ้าของที่แท้จริงของสถานที่แห่งนี้
ทั้งห้องจัดเลี้ยงตกอยู่ในความเงียบกริบชั่วขณะ ก่อนที่เสียงซุบซิบนินทาจะดังระเบิดขึ้นราวกับผึ้งแตกรัง ทุกคนต่างตกตะลึง ประธานคินน์ผู้ไม่เคยสนใจงานประมูลการกุศลกระจอกๆ แบบนี้ กลับยอมทุ่มเงินยี่สิบล้านเพื่อซื้อชุดราตรีของดีไซเนอร์ไร้ชื่อเสียงคนหนึ่งเนี่ยนะ?
เมธายืนตัวแข็งทื่ออยู่บนเวที เหงื่อกาฬเริ่มผุดซึมตามไรผม ความหวาดกลัวที่ไม่รู้ที่มาเริ่มกัดกินจิตใจของเขาเมื่อสบเข้ากับสายตาคมกริบราวกับพญามารที่จ้องมองตรงมายังเขาจากคินน์
รินรดาลอบยิ้มในใจ เธอหันไปมองหน้าคินน์เล็กน้อยเพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง และสิ่งที่เธอได้รับกลับมา คือรอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและรู้ทัน
แต่ทว่า... ความโกลาหลยังไม่จบเพียงแค่นั้น ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าการประมูลกำลังจะสิ้นสุดลง ประตูบานใหญ่ด้านหน้าห้องจัดเลี้ยงก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง เสียงฝเท้าของชายชุดดำนับสิบคนก้าวเข้ามาพร้อมกันด้วยจังหวะที่พร้อมเพรียงและน่ากลัว
ชายชราคนหนึ่งในชุดสูทสากลภูมิฐาน ใบหน้าเต็มไปด้วยความอับอายและตื่นตระหนก เดินนำหน้ากลุ่มชายชุดดำเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน สายตาของเขาไม่ได้มองใครเลยนอกจาก... รินรดาและคินน์ที่ยืนเคียงคู่กันอยู่
"ทะ...ท่านประธานใหญ่!" เสียงของเมธาอุทานออกมาด้วยความตกใจสุดขีดเมื่อเห็นใบหน้าของชายชราคนนั้นชัดเจน
นั่นคือ "ท่านประธานบริหารสูงสุด" ของกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์คู่แข่ง ที่เมธาเพิ่งไปเซ็นสัญญาจับมือเป็นพันธมิตรด้วยเมื่อสัปดาห์ก่อน... และตอนนี้ ชายผู้ยิ่งใหญ่คนนั้นกำลังเดินตรงดิ่งมาทางนี้ด้วยใบหน้าซีดเผือด ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้ารินรดา ท่ามกลางความตกตะลึงตาค้างของแขกเหรื่อทั้งห้อง!
เค้กวานิลลาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาเปิดฉากความสะใจครั้งนี้ด้วยกันนะคะ
รอยรักด้ายราคาถูกกับสูทสั่งตัดร้อยล้าน•ตอนที่ 2
รอยเท้าในเงามืด
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยรักด้ายราคาถูกกับสูทสั่งตัดร้อยล้าน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
