รอยเปื้อนซีเมนต์แห้งกรังบนปลายรองเท้าผ้าใบของคีย์ ธันวา คือหลักฐานชั้นดีว่าสถาปนิกผู้รักความเนี๊ยบคนนี้ ยอมลดตัวลงมาคลุกฝุ่นที่ไซต์งานก่อสร้างโครงสร้างหลักของโปรเจกต์สกัดดาวรุ่งมานานเกินกว่าส ี่ชั่วโมงติดต่อกันแล้ว โดยมีข้ออ้างลมๆ แล้งๆ ว่า “ต้องมาตรวจความเรียบร้อยของคานรับน้ำหนัก” ทว่าสายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับไม่ได้มองโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กเลยสักนิด มันเอาแต่จับจ้องร่างเพรียวบางในชุดเซฟตี้สีส้มของวิศวกรสาวที่กำลังยืนถกเถียงกับผู้รับเหมาด้วยความฉุนเฉียว
"ถ้าคุณยังผูกเหล็กเสริมพิชิตมุมองศานี้พลาดอีกแค่เซนติเมตรเดียว ผม... เอ๊ย ไม่ใช่!" ลินินชะงักฝีปากที่กำลังพ่นไฟใส่โฟร์แมนหนุ่มรุ่นพี่ ก่อนจะหันขวับมามองต้นเสียงที่เผลอหลุดปากพูดแทนเธอด้วยความเคยชิน
บรรยากาศรอบตัวพลันเงียบกริบลงชั่วขณะ คนงานรอบด้านต่างแอบอมยิ้มและก้าวถอยหลังเว้นระยะห่างเมื่อเห็นรังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของสถาปนิกหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากร้ายและดุยิ่งกว่าเสือ
คีย์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เขาสบถเบาๆ ในลำคอ ทว่าใบหูกลับขึ้นสีแดงจัดด้วยความเคอะเขินที่เผลอหลุดมาด "ซึนเดระ" ต่อหน้าเธออีกแล้ว ทั้งที่ตั้งใจไว้แล้วเชียวว่าวันนี้จะรักษาฟอร์มสถาปนิกมือหนึ่งผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาให้ตลอดรอดฝั่ง
"มองอะไรเล่า ยัยวิศวกรปากจัด" คีย์เปิดฉากสวนกลับตามสัญชาตญาณ เพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหน้า "ผมแค่มองหาจุดบกพร่องของโครงสร้าง ไม่ได้มองหน้าคุณ... อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย"
ลินินหรี่ตามองเขาอย่างรู้ทัน เธอเชิดคางขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะหยันแต้มอยู่ที่มุมปากบางเฉียบ "อ๋อเหรอคะ? จุดบกพร่องของโครงสร้างอยู่ที่เสาต้นโน้นค่ะคุณธันวา แต่หน้าฉันเนี่ย... มันอยู่ตรงนี้ ตั้งนานสองนานแล้ว ทำไมคะ หรือว่าสถาปนิกผู้ยิ่งใหญ่สายตาเอียงจนแยกแยะไม่ออกว่าอะไรคือคอนกรีต กับอะไรคือคนที่ยืนจ้องหน้าอยู่?"
"ลินิน!" คีย์กัดฟันกรอด ก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดตัวเธอจนวิศวกรสาวต้องผถอยหลังไปชนกับเสาคานเหล็กสีเทาโดยปริยาย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ และฝุ่นปูนในบรรยากาศรอบตัว ยิ่งทำให้สถาปนิกหนุ่มสติหลุดลอยไปไกล ความตั้งใจที่จะรักษามาดนิ่งพังทลายไม่เป็นท่าเมื่อเห็นดวงตากลมโตคู่สวยที่มองตรงมาอย่างท้าทายไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัว
"ทำไมคะ จะด่าฉันว่าอะไรอีก? ปากจัด ก้าวร้าว ไม่รู้จักกาลเทศะ หรือเอาแต่ใจ?" ลินินรัวคำพูดใส่หน้าเขาด้วยน้ำเสียงกึ่งเย้ากึ่งท้าทาย โดยไม่ยอมก้มหน้าหนีสายตาดุคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย "เชิญค่ะ พ่นออกมาให้หมด ฉันชินแล้ว... แต่บอกไว้ก่อนนะ ว่าต่อให้คุณจะปากร้ายใส่ฉันอีกสักกี่ร้อยรอบ คำพูดพวกนั้นมันก็ไม่ได้ทำให้โปรเจกต์นี้เสร็จไวขึ้นหรอกนะ"
คำพูดของเธอเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงมากลางใจ ไม่ใช่เพราะความเจ็บปวด แต่เป็นเพราะความจริงที่ว่า... เขามันพวกปากไม่ตรงกับใจมาตลอดต่างหาก
คีย์หลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ระงับกราบความพ่ายแพ้ต่อหัวใจตัวเองที่เต้นโครมครามจนแทบจะทะลักออกมานอกอก เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและอีโก้สูงส่ง กลับแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนล้า ละมุนละไม และเปี่ยมล้นไปด้วยความรู้สึกที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเย็นชามาเนิ่นนาน
เขายื่นมือหนาออกไป วางทาบลงบนเสาคานเหล็กข้างศีรษะของเธอ เป็นการกักตัวเธอไว้ในพื้นที่ส่วนตัวโดยปริยาย ลินินสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเจ้ากรรมกระตุกวูบเมื่อเห็นประกายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงของคนตรงหน้า
"เออ... ยอมรับก็ได้" เสียงทุ้มต่ำของคีย์ดังขึ้นแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในความรู้สึกของคนฟัง จนลินินเผลอกลั้นหายใจ
"ยอมรับ... อะไรของคุณ?" เธอถามเสียงสั่นโดยไม่รู้ตัว
"ยอมรับว่าผมมันปากร้าย..." คีย์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย ปล่อยให้ความจริงใจทั้งหมดไหลรินออกมาทางแววตา โดยไม่สนศักดิ์ศรีหรือฟอร์มจัดใดๆ อีกต่อไป "ยอมรับว่าที่คอยตามจิก ตามกัด ตามขัดขาคุณในทุกเรื่อง... มันไม่ได้เป็นเพราะผมเกลียดขี้หน้าคุณเลยสักนิด"
ลินินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากอ้าค้างเล็กๆ ด้วยความคาดไม่ถึง ไดอะล็อกและท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือนี้ ทำให้สมองอันปราดเปรื่องของวิศวกรสาวประมวลผลแทบไม่ทัน
"แล้ว... แล้วมันเป็นเพราะอะไรคะ?" เธอกลั้นใจถามออกไป น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวและทันคน กลับเจือความสั่นพร่าอย่างปิดไม่มิด
คีย์ก้มหน้าลงมาใกล้ใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่บางจนลินินต้องขนลุกซู่ สถาปนิกหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยอมจำนนต่อหน้าผู้หญิงปากเก่งคนนี้อย่างหมดรูป
"มันเป็นเพราะผมคลั่งรักคุณต่างหากล่ะ... ยัยตัวแสบ"
คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่ง ทำให้เวลาในไซต์งานก่อสร้างรอบตัวราวกับหยุดหมุน ลินินแข็งค้างเป็นหิน เธอกำหมัดแน่นในกระเป๋าเสื้อกั๊กเพื่อยึดเหนี่ยวสติที่กำลังกระเจิดกระเจิง ขณะที่คีย์เองก็จ้องมองปฏิกิริยาของเธอด้วยหัวใจที่เต้นรัวระทึก รอคอยคำตอบจากริมฝีปากคู่นั้นที่มักจะหาเรื่องเถียงเขาได้ตลอดเวลา
ทว่า... ก่อนที่ลินินจะได้ทันเปล่งเสียงใดๆ ออกมาจากลำคอ เสียงปรบมือดังสนั่นและเสียงผิวปากแซวจากมุมเสาด้านหลังก็ดังขึ้นขัดจังหวะความหวานซึ้งนั้นทันที
"โอ้โห! นึกว่าดูซีรีส์เกาหลีอยู่ซะอีกครับคุณสถาปนิก! พูดจารasมหวานเลี่ยนขนาดนี้ น้ำตาลเรียกพี่เลยนะเนี่ย!"
เสียงของ "ภาคิน" สถาปนิกกวนประสาทรุ่นน้องในทีม ดังแทรกขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ โดยมีร่างของชายวัยกลางคนสวมสูทเนี๊ยบ ผู้เป็นประธานกรรมการบริหารบริษัทคู่แข่งรายใหญ่ เดินตามหลังมาติดๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความประสงค์ร้าย
คีย์หันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาวาวโรจน์ ความโกรธเกรี้ยวพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันทีเมื่อรู้ว่าช่วงเวลาสำคัญถูกทำลายลงอย่างไม่ให้เกียรติ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความกดดันและหัวใจของพวกเขากันมาจนถึงวินาทีนี้ครับ เมทริกซ์ซีโร่
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง•ตอนที่ 28
วันที่ปากร้ายยอมจำนน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!