สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง•ตอนที่ 29

นิยามใหม่ของคนสองขั้ว

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"ถ้าคุณยังดึงดันจะใช้โครงสร้างเหล็กกล้าแบบผสมรีดร้อนในจุดที่รับแรงดึงสูงสุดตรงนี้ โปรเจกต์ห้าสิบล้านนี่ได้พังครืนลงมาก่อนที่คุณจะได้เซ็นรับมอบงานแน่ครับ คุณวิศวกร" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดนิดๆ ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ คีย์ ธันวา ยืนค้ำโต๊ะทำงานตัวยาว สายตาคมกริบมองแปลนโครงสร้างตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดระคนเป็นห่วง มือเรียวหนาของสถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบเคาะลงบนกระดาษพิมพ์เขียวเน้นย้ำความผิดพลาดที่เขาไม่มีทางยอมปล่อยผ่าน ลินินเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ต ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์อย่างไม่ยอมแพ้ เธอกอดอกแน่นจนเนื้อผ้าเสื้อเชิร์ตตึงเปรี๊ยะ ใบหน้าเรียวเชิดขึ้นเล็กน้อยตามวิสัยของคนที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แม้กระทั่งกับสถาปนิกปากร้ายที่ขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวลากดินที่สุดในวงการ "แล้วถ้าฉันทำตามที่คุณธันวาต้องการ—รื้อโครงสร้างแล้วเทคอนกรีตเสริมเหล็กหล่อในที่ทั้งหมดตามที่คุณเพ้อฝัน งบประมาณมันจะบานปลายไปอีกกี่ล้านคะ? หรือคุณคิดว่ากระเป๋าเงินของเจ้าของโครงการนี้มันทำมาจากใบไม้เสก?" เธอย้อนถามเสียงเฉียบคม รอยยิ้มหยันที่มุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย "สถาปนิกอย่างคุณถนัดแต่ความสวยงามบนกระดาษนี่คะ ไม่เคยต้องมานั่งปวดหัวกับตัวเลขต้นทุนและความเป็นจริงหน้างานจริงไหมล่ะ" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะตัดได้ด้วยมีด นี่คือจุดเดือดของโปรเจกต์ "สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง" ที่ดำเนินมาถึงโค้งสุดท้าย—ตอนที่ 29 ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่าคนสองขั้วที่ต่างฝ่ายต่างมีอีโก้สูงลิ่ว จะยอมลดทิฐิลงเพื่อก้าวข้ามผ่านมันไปได้อย่างไร คีย์ขบกรามแน่น สันจมูกโด่งเป็นสันนูนขึ้นด้วยความอารมณ์เสีย เขาเกลียดการถูกมองว่าเอาแต่ใจตัวเอง มองข้ามความเป็นจริง แต่ในขณะเดียวกัน ลึกๆ ในใจที่เขารู้ดีแต่ไม่เคยกล้าพูดออกไปตรงๆ คือ เขากลัว... กลัวว่าผู้หญิงตรงหน้าจะต้องทำงานหนักจนเกินขีดจำกัด กลัวว่าความรับผิดชอบมหาศาลนี้จะบดขยี้รอยยิ้มของเธอจนหมดสิ้น "คุณคิดว่าผมทำเพื่อความสวยงามอย่างเดียวงั้นเหรอ ลินิน" น้ำเสียงของคีย์เปลี่ยนไปจากเดิม มันไม่ได้เกรี้ยวกราดเหมือนทุกที แต่กลับทุ้มต่ำและจริงจังจนน่าใจหาย ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานใกล้ขึ้นอีกนิด จนลินินต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ "ผมไม่ได้กลัวว่าตึกมันจะพังเพราะคำนวณผิดพลาดหรอกนะ เพราะผมรู้ว่าคุณเก่งพอ... เก่งจนบางทีผมเกลียดความเก่งของคุณด้วยซ้ำ" คีย์พ่นลมหายใจออกทางจมูก ดวงตาคู่คมจดจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงสาว "แต่สิ่งที่ผมกลัวที่สุด คือการที่คุณต้องแบกรับความผิดพลาดที่ไม่ได้เกิดจากคุณเอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา คนที่เจ็บที่สุดจะไม่ใช่ผม ไม่ใช่เจ้าของโครงการ... แต่คือคุณ" ลินินชะงักไป ดวงตาที่เคยแข็งกร้าวไหววับลงชั่วขณะ คำพูดที่เตรียมจะโต้เถียงติดอยู่ตรงลำคอ เมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ชายปากร้ายคนนี้ เธอกลับไม่พบความเย่อหยิ่งหรือความถือดีอย่างที่เคยเป็น มีเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่เย็นชาและวาจาเชือดเฉือน ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วครู่ เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานเบาๆ กลายเป็นเสียงเดียวที่หลงเหลืออยู่ "คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย" ลินินกระซิบเสียงแผ่ว ความมั่นใจที่เคยมีหายวับไปกับตา หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวระรัวราวกับมีกลองชุดมาตีอยู่ข้างในอก "จู่ๆ ก็มาพูดจาแปลกๆ ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะคะที่จะต้องมาให้คุณเป็นห่วง" "ผมไม่ได้บอกว่าคุณเป็นเด็ก" คีย์ขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีก จนระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่คืบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษและกาแฟจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ลินินรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา "ผมกำลังบอกว่า... อีโก้บ้าๆ ของผม กับทิฐิสูงลิ่วของคุณ มันพอจะลดลงสักครึ่งทางได้หรือยัง" สถาปนิกหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกของตัวเองอย่างราบคาบ มือหนายื่นออกไปวางทับลงบนแปลนโครงสร้างตรงหน้า ก่อนจะเลื่อนมันเข้าหาตัวช้าๆ เป็นการส่งสัญญาณยอมประนีประนอมเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน "เรามาพบกันครึ่งทาง... ลินิน" คีย์เอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงอย่างเหลือเชื่อ "ผมจะยอมปรับดีไซน์ส่วนนี้ให้ลดความซับซ้อนลง เพื่อให้คุณใช้โครงสร้างผสมที่คุณต้องการได้โดยที่ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ แลกกับการที่คุณ... ต้องยอมรับความช่วยเหลือจากผม เลิกแบกทุกอย่างไว้คนเดียวเสียที" ลินินมองมือที่วางอยู่บนโต๊ะสลับกับใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยความจริงจัง หัวใจของเธออุ่นวาบขึ้นมาอย่างประหลาด ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา กำแพงอีโก้ที่ทั้งคู่ต่างสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองถูกพังทลายลงด้วยความเข้าใจที่ลึกซึ้ง หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น พยายามซ่อนรอย1ยิ้มที่กำลังจะระบายออกมาบนใบหน้า แม้ปากจะยังอยากฟอร์มจัดต่ออีกสักหน่อยก็ตาม "นี่คุณกำลังขอร้องฉันอยู่หรือเปล่าคะ คุณธันวา?" เธอเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงติดจะเย้าแหย่เสียมากกว่าจะหาเรื่อง "ถ้าคิดว่าใช่... มันจะทำให้คุณยอมตกลงง่ายขึ้นไหมล่ะครับ" คีย์มุมปากกระตุกยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง ทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูมีเสน่ห์จนลินินต้องรีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อ "ก็ได้ค่ะ... เห็นแก่ความพยายามของคุณหรอกนะ" ลินินยอมพยักหน้ารับเบาๆ "เรามาลองคำนวณตัวเลขใหม่ด้วยกัน... ตั้งแต่เริ่มต้น" คีย์ระบายยิ้มกว้างออกมาอย่างโล่งอก ความกดดันทั้งหมดที่แบกรับมาตลอดหลายเดือนเสมือนถูกปัดเป่าหายไปในพริบตา เขายื่นมือออกไปข้างหน้าเพื่อทำข้อตกลงอย่างเป็นทางการ ลินินมองมือคู่นั้นครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือเรียวของเธอไปจับตอบอย่างมั่น แต่ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกันและความอบอุ่นแผ่ซ่านเชื่อมโยงหัวใจของคนทั้งสองเข้าด้วยกัน ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคาะเตือนสิทธิ์! "คุณธันวาคะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะที่ไซต์งาน..." เสียงหวีดร้องของเลขาหน้าห้องดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับร่างของหญิงสาวที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดยืนกลางห้องด้วยสีหน้าซีดเผือด คีย์และลินินผละออกจากกันอย่างรวดเร็วโดยสัญชาตญาณ หญิงสาวหันไปมองหน้าเลขาด้วยความตกใจ ขณะที่คีย์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ "เกิดอะไรขึ้น?" คีย์ถามเสียงเข้ม แววตาเปลี่ยนกลับมาเป็นสถาปนิกหนุ่มผู้เฉียบขาดในเสี้ยววินาที เลขาหอบหายใจถี่รัว ชี้มือไปทางหน้าต่างที่มองเห็นวิวไซต์งานก่อสร้างด้านล่าง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของทั้งคู่เย็นเฉียบ "คนงาน... ขุดเจอโครงสร้างโบราณปริศนาฝังอยู่ใต้ดินโซน A ครับ! และตอนนี้... ตำรวจกับกรมศิลปากรมาถึงพื้นที่แล้วครับ!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างความกดดันและหัวใจของพวกเขากันมาจนถึงวินาทีนี้ครับ เมทริกซ์ซีโร่
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%