"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าถมึงทึงใส่ซากฝ้าเพดานนี่อีกสามวินาที มันจะงอกกลับมาสวยงามไร้ที่ติเองโดยไม่ต้องพึ่งแบบแปลนวิศวกรรมเหรอครับ คุณลินิน"
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันดังขึ้นทำลายความเงียบงันในไซต์งานที่เพิ่งผ่านพ้นมรสุมทางอารมณ์ ลินินสะดุ้งเล็กน้อย หลุดออกจากภวังค์ความคิดที่กำลังประมวลผลความเสียหายมหาศาลตรงหน้า เศษยิปซัมแตกละเอียดเกลื่อนพื้น พร้อมกับโครงคร่าวอลูมิเนียมที่บิดงอจนเสียรูปจากฝ่าเท้าของอรรถพล ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารจอมเผด็จการที่เพิ่งเดินกระแทกส้นเท้าออกไปเมื่อครู่
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับแรงกระเพื่อมในอก เธอตวัดสายตากลับไปมองสถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่ที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือย สีหน้าของคีย์ยังคงเรียบเฉย เย็นชา และน่าหมั่นไส้เหมือนเคย แต่หากสังเกตให้ดี ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับกวาดมองสำรวจร่องรอยความเสียหายและเช็คสภาพร่างกายของเธออย่างรวดเร็ว
"ถ้าปากของคุณเอามาใช้ประโยชน์ในการคิดแก้ปัญหาได้ดีเท่ากับการค่อนขอดคนอื่น ป่านนี้โปรเจกต์นี้คงสร้างเสร็จไปถึงดาวอังคารแล้วล่ะค่ะ... อ้อ ขอโทษที ลืมไปว่าคนอีโก้สูงบางคนถนัดแต่ยืนกอดอกทำหน้าเป็นรูปปั้นหินทิ้งงานมากกว่าลงมือทำอะไรสักอย่าง" ลินินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมไม่แพ้กัน ดวงตากลมโตจ้องสบตาตรงๆ ไม่ยอมก้มหัวให้ความกดดันใดๆ ทั้งสิ้น
คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวาววับขึ้นมาวบหนึ่งก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว
"ปากเก่งไม่เปลี่ยน... ดี สมองส่วนอื่นจะได้ทำงานตามทันปากด้วย" เขาผละออกจากเสา ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าซากโครงสร้างพังทลาย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อมองเห็นรอยต่อของโครงสร้างที่ลินินเคยคำนวณไว้ก่อนหน้านี้ "เมื่อกี้... ตอนที่โครงสร้างข้างบนเริ่มร่วงลงมา ทำไมคุณถึงตัดสินใจดึงผมถอยออกมาทางซ้าย แทนที่จะวิ่งหนีไปทางประตูหลัก?"
คำถามนั้นมาพร้อมกับความเงียบที่จู่ๆ ก็ทิ้งตัวลงระหว่างพวกเขา ไดอะล็อกคมคายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความชะงักงันชั่วขณะ ลินินกะพริบตาปริบๆ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง ไม่ใช่เพราะกลัวคำถาม แต่เป็นเพราะแววตาที่เจือความห่วงใยเจือจางอย่างแนบเนียนภายใต้ท่าทีปากร้ายนั้นต่างหากที่ทำให้เธอตั้งตัวไม่ติด
"ฉัน... ฉันก็แค่คำนวณตามหลักฟิสิกส์และความหนาแน่นของวัสดุก็เท่านั้นแหละค่ะ" ลินินเบนสายตาหนีไปมองคานปูนด้านข้าง น้ำเสียงติดจะะตะกุกตะกักเล็กน้อยอย่างที่เธอเองก็ไม่ค่อยคุ้นชิน "ทางประตูหลักมีโอกาสโดนเศษปูนชิ้นใหญ่สะท้อนลงมาทับมากกว่า ฝั่งซ้ายมีเสารับน้ำหนักสำรองที่โครงสร้างยังพอแข็งแรงพอจะบล็อกแรงกระแทกได้ชั่วคราว... ฉันไม่ได้ทำเพราะเป็นห่วงคุณหรอกนะ อย่าสำคัญตัวผิดไปเลยค่ะ คุณธันวา"
คีย์หรี่ตามองหญิงสาวที่กำลังพยายามตีสีหน้าเรียบเฉยแต่ใบหูกลับขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างรู้ทัน สถาปนิกหนุ่มไม่ได้เอ่ยปากแซวต่อ แต่กิริยาที่เขายื่นมือหนาออกไปปัดเศษฝุ่นผงยิปซัมที่ติดอยู่บริเวณไหล่และปอยผมของเธออย่างเบามือ นั้นทำเอาลินินถึงกับตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป
"ข้างบนยังมีโครงสร้างหลักอีกจุดที่สั่นคลอนจากการกระทำงี่เง่าของตาอรรถพลเมื่อกี้..." คีย์กระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว ปลายเสียงทุ้มนุ่มทอดต่ำลงจนคนฟังรู้สึกวูบวาบในท้อง "ถ้าคุณมัวแต่ยืนเถียงผมแล้วไม่ยอมใส่หมวกนิรภัย หัวสมองอันปราดเปรื่องที่เอาไว้เถียงผมฉอดๆ อาจจะโดนเศษปูนหล่นใส่จนเลอะเทอะเอาได้นะ... ด้วยความหวังดี ในฐานะเพื่อนร่วมชะตากรรม"
ลินินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วหนาที่ปัดผ่านเส้นผมและหัวไหล่เมื่อครู่ยังคงหลงเหลือความร้อนผ่าวเอาไว้ ชั่ววินาทีนั้น กำแพงความเกลียดชังและอคติที่เธอสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านความอีโก้สูงของสถาปนิกหนุ่มกลับมีรอยร้าวเกิดขึ้นอย่างเงียบเชียบ รอยร้าวที่ไม่ใช่บนผนังปูน แต่มันคือรอยร้าวในหัวใจที่เริ่มตระหนักว่า ภายใต้ท่าทางปากร้ายและวาจาเชือดเฉือน คีย์ ธันวาซ่อนความใส่ใจและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เอาไว้มากกว่าที่ใครคาดคิด
"ใครว่าฉันไม่ใส่หมวก..." ลินินพยายามดึงเสียงให้กลับมามั่นคง พร้อมกับยกมือขึ้นดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่างจากระยะประชิด แม้ว่าหัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอกแล้วก็ตาม "แล้วก็... ขอบคุณค่ะ สำหรับหมวกนิรภัยที่... เอ่อ วางอยู่บนโต๊ะเครื่องมือเมื่อกี้"
คีย์ไหวไหล่เบาๆ สายตาที่มองเธอมันเต็มไปด้วยความระคนเอ็นดูที่เจ้าตัวไม่ยอมรับปากเปล่า "รู้จักรักษาน้ำใจคนอื่นเป็นด้วยเหรอครับ นึกว่าในพจนานุกรมของคุณมีแต่คำว่า 'เถียงสู้ตาย' ซะอีก"
"นี่คุณ!" ลินินตวัดสายตาขุ่นเคืองใส่ทันที ความซาบซึ้งเมื่อครู่ปลิวหายไปในอากาศพริบตาเดียว "ฉันแค่มารยาทงามตามกาลเทศะต่างหากล่ะคะ! เลิกกวนประสาทแล้วมาช่วยกันดูแบบแปลนโครงสร้างเสริมความแข็งแรงนี่เลยนะ โปรเจกต์นี้จะล่มไม่ได้เด็ดขาด—"
ประโยคทวงคืนความยุติธรรมให้โปรเจกต์ยังไม่ทันหลุดออกจากริมฝีปากดี เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงเคาะประตูเหล็กหน้าห้องทำงานชั่วคราวก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
ทั้งสองคนหันไปมองพร้อมกันด้วยความแปลกใจ ประตูถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรออนุญาต ร่างท้วมของอรรถพลก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ด้านหลังของเขามีชายร่างสูงในชุดสูทสากลและถือแฟ้มเอกสารสีดำสนิทเดินตามเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์
"คุยกันสนุกพอหรือยังครับ คุณสถาปนิกปากดี กับ คุณวิศวกรคนเก่ง" อรรถพลเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันชัดเจน กวาดสายตามองซากความเสียหายด้วยความสะใจ "ผมเกรงว่าพวกคุณคงไม่มีเวลามานั่งซ่อมฝ้าเพดานอะไรนี่หรอกนะ... เพราะตอนนี้ ทางบอร์ดบริหารใหญ่เพิ่งอนุมัติคำสั่งด่วนที่สุด ให้ยุติโปรเจกต์นี้ลงอย่างเป็นทางการแล้วครับ"
คีย์ขมวดคิ้วแน่น ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นคมปลาบในทันที ขณะที่ลินินหน้าถอดสีลงเล็กน้อยแต่แววตากลับลุกโชนด้วยความโกรธเกรี้ยว คำสั่งด่วนที่กะทันหันเกินไปนี้มันมีกลิ่นตุๆ ชอบกล
ชายในชุดสูทด้านหลังก้าวออกมาข้างหน้า เปิดแฟ้มเอกสารในมือออกอย่างช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มเรียบเฉยไร้ความรู้สึก
"ขอแนะนำตัวครับ ผมทนายความส่วนตัวของคุณากร ประธานกรรมการบริหาร..." ชายคนนั้นเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด "และเรามาที่นี่ เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ ว่าพวกคุณทั้งสองคน มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตและยักยอกงบประมาณออกแบบโครงสร้างของโปรเจกต์นี้ครับ"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอด แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง•ตอนที่ 6
รอยร้าวที่ไม่ได้มีแค่บนผนัง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!