“คุณจะบ้าตายเพราะความมั่นหน้าของตัวเองเข้าสักวัน ธันวา!”
เสียงตวาดของลินินดังสะท้อนก้องไปทั่วพื้นที่ก่อสร้างที่กำลังระส่ำระสาย เศษฝุ่นปูนฟุ้งกระจายราวกับม่านหมอกสีเทาในความมืด เธอเพิ่งจะกระชากแขนเขากลับมาได้ทันท่วงที ก่อนที่โครงเหล็กน้ำหนักมหาศาลจากเครนที่ขัดข้องจะร่วงลงมาฟาดพื้นจุดที่เขายืนอยู่เมื่อครู่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
ธันวาเซถลาไปตามแรงดึง ร่างสูงโปร่งของเขาปะทะเข้ากับผนังห้องเก็บของชั่วคราวอย่างจัง แรงสั่นสะเทือนจากการกระแทกส่งผลให้บานประตูเหล็กที่ผุพังอยู่แล้วล็อคตายสนิททันที
“เงียบปาก แล้วเช็คดูว่าตัวเองตายหรือยัง” เสียงทุ้มต่ำของธันวาตอบกลับมาทันควัน แม้จะยังหอบหายใจถี่ แต่เขาก็ยังไม่วายปากจัด ทั้งที่มือหนึ่งยังยันผนังล้อมตัวเธอไว้เพื่อกันไม่ให้เศษฝุ่นร่วงใส่
“ฉันรอดเพราะสัญชาตญาณวิศวกร ไม่ใช่เพราะคำสั่งของคุณ” ลินินสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ท่ามกลางความมืดมัวที่เริ่มเข้าปกคลุม เธอพยายามผลักอกเขากว้างออก แต่เขากลับไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน
พื้นที่ห้องเก็บของขนาดไม่กี่ตารางเมตรที่เต็มไปด้วยลังเอกสารและม้วนแบบแปลน บัดนี้กลายเป็นกรงขังชั่วคราว อากาศในห้องเริ่มร้อนระอุขึ้นเมื่อกลไกการระบายอากาศขัดข้องจากการสั่นสะเทือนของอุบัติเหตุภายนอก
“ออกไป...” เธอสั่งเสียงลอดไรฟัน
“ออกไปไหน? ประตูมันล็อคตายจากด้านนอกเพราะแรงอัดอากาศ คุณก็เห็น” ธันวาขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนผ่าวของเขา “หรือคุณอยากจะให้ผมพังประตูออกไปให้คุณรับผิดชอบค่าซ่อมเองล่ะ?”
ลินินนิ่งงัน เธอรู้ดีว่าประตูเหล็กที่บิดเบี้ยวนี้ไม่มีทางเปิดได้ด้วยแรงคน แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เธอใจสั่น มันคือระยะห่างระหว่างเขากับเธอต่างหากที่บีบคั้นหัวใจ
“คุณมันอีโก้สูงจนไม่สนใจความปลอดภัยของคนรอบข้าง งานนี้มันสำคัญก็จริง แต่มันไม่คุ้มหรอกถ้าต้องแลกด้วยชีวิตใคร” เธอพึมพำ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวอ่อนลงอย่างไม่ตั้งใจ
ธันวาจ้องมองเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเธอ แสงสลัวจากช่องหน้าต่างบานเล็กๆ ที่มีฝุ่นเกาะหนาทำให้ใบหน้าของเขาดูคมเข้มและอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน ความปากร้ายที่เคยมีหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่เขามักจะซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง
“ที่ผมรีบ... เพราะผมไม่อยากให้แบบนี้มีข้อผิดพลาด” เขาพูดเสียงแผ่ว “ผมไม่อยากให้ใครมองว่าโปรเจกต์นี้ของผม... หรือของคุณ... มันไร้ค่า”
“คุณก็เลยต้องทำตัวเป็นพระเอกนักรบเดี่ยวแบบนี้น่ะหรือ?” ลินินแค่นยิ้ม “ธันวา คุณไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาลนะครับ และคุณก็ไม่ใช่คนที่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวด้วย”
คำเรียกแทนตัวที่เขาใช้กับเธอเป็นประจำถูกเธอย้อนกลับไปใช้ใส่เขา ธันวาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดขำเบาๆ ในลำคอ แต่มันกลับเป็นเสียงขำที่ดูเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูก
“ลินิน... บางครั้งความคาดหวังมันก็เหมือนฝ้าเพดานที่พร้อมจะถล่มลงมาทับเราได้ทุกเมื่อ ถ้าเราไม่ค้ำยันมันไว้ให้แน่นหนา” เขาโน้มตัวลงมาจนหน้าผากเกือบจรดกัน “คุณอาจจะไม่เข้าใจหรอกว่าการเกิดมาในชื่อนามสกุลที่คนคาดหวังว่าต้องสมบูรณ์แบบมันหนักแค่ไหน”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงหัวใจของทั้งสองที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ลินินมองเห็นความเหนื่อยล้าในแววตาของสถาปนิกหนุ่มผู้แสนหยิ่งผยองคนนี้ นี่คือมุมที่เขาไม่เคยเผยให้ใครเห็น และเธอกลับกลายเป็นคนแรกที่ได้สัมผัสถึงความเปราะบางนั้น
“ฉันอาจจะไม่เข้าใจ” เธอเอื้อมมือขึ้นแตะแขนเขาเบาๆ “แต่ฉันพร้อมจะช่วยค้ำยัน... ถ้าคุณยอมปล่อยมือจากอีโก้ที่ถือไว้บ้าง”
ธันวาชะงักไป มือของเขาที่ยันผนังค่อยๆ เลื่อนลงมาแตะที่ข้างแก้มของเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความเย็นชาเป็นความโหยหาที่ซ่อนเร้นมานาน ลินินเองก็ไม่ได้ถอยหนี เธอราวกับถูกสะกดด้วยแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น
จังหวะที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ธันวาโน้มใบหน้าลงมาจนระยะห่างลดน้อยลงจนแทบไม่มีอากาศแทรกกลาง...
ทว่า ในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขากำลังจะบรรจบกันนั้นเอง
*ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูเหล็กจากด้านนอกดังสนั่นจนห้องทั้งห้องสั่นสะเทือน พร้อมกับเสียงตะโกนที่ทำลายบรรยากาศจนสิ้นซาก
“คุณธันวา! คุณลินิน! อยู่ข้างในไหมครับ! ได้ยินผมไหม!”
ธันวาสะดุ้งถอยห่างออกมาทันที เขารีบจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว สีหน้ากลับมานิ่งสนิทเหมือนเดิมอย่างกับหน้ามือเป็นหลังมือ ลินินถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกปนเสียดายเล็กๆ ที่บอกไม่ถูก
ประตูถูกเปิดออกด้วยแรงของทีมช่างที่เข้ามาสมทบ แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของพวกเขากลับไม่ใช่แค่ความเสียหายจากอุบัติเหตุ
ชายวัยกลางคนในชุดสูทราคาแพงที่ยืนอยู่ด้านหลังทีมช่างคือ "คุณอรรถพล" ประธานบริษัทที่ประกาศตัวว่าต้องการยุบโปรเจกต์นี้ทิ้ง เขามองธันวากับลินินที่ยืนห่างกันไม่กี่คืบด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้ธันวา
“ผมเสียใจนะธันวา” อรรถพลกล่าวเสียงเรียบ “แต่การที่สถาปนิกกับวิศวกรมาทำเรื่องเสื่อมเสียในไซต์งานแบบนี้ มันคือฟางเส้นสุดท้าย... โปรเจกต์นี้ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป”
ธันวารับซองเอกสารมา มือเขาสั่นเล็กน้อยขณะจ้องมองหน้าอรรถพล ก่อนที่เขาจะหันไปสบตากับลินินที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้างๆ
ความลับใต้ฝ้าเพดานที่พวกเขาเพิ่งจะร่วมเผชิญกันมา กลับกลายเป็นเศษซากที่ถูกอรรถพลเหยียบย่ำจนจมดินไปพร้อมกับอนาคตของโปรเจกต์ที่พวกเขารัก
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับตัวละครของผมนะครับ
เมทริกซ์ซีโร่
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง•ตอนที่ 5
ความลับใต้ฝ้าเพดาน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!