สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง•ตอนที่ 4

สนามเพลาะในออฟฟิศ

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"ถ้าคุณยังนั่งทำหน้าเหมือนหมางอนกระดูกแบบนั้นอีกสามวินาที ผมจะถือว่าคุณกำลังใช้สมองส่วนน้อยที่สุดที่มีคิดเรื่องใต้สะดือผมอยู่... และเตือนไว้ก่อนนะ ลินิน ว่ามันผิด พ.ร.บ. คุกคามทางเพศในที่ทำงาน" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้ยหยันตามสไตล์สถาปนิกหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัดในห้องทำงานชั่วคราวขนาดสิบสองตารางเมตรลงอย่างสิ้นเชิง สิ้นคำพูดนั้น รอยยิ้มหยันและท่าทางปากเก่งของคีย์ก็หายวับไปกับตา สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจขีดสุด ขณะที่ลินินหันขวับกลับมามองหน้าเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความตระหนกที่พุ่งทะยานถึงขีดสุดเช่นกัน! แต่บรรยากาศช็อกโลกเมื่อครู่ถูกพับเก็บลงอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณความปากเก่งของวิศวกรสาว "ปากดีแบบนี้ ระวังลิ้นจะพันกันตายคาโต๊ะเขียนแบบไม่รู้ตัวนะคะ... อ้อ ขอโทษที ลืมไปว่าคุณคีย์อีโก้สูงเสียจนต่อให้ลิ้นพัน ก็คงยกข้ออ้างมาเถียงได้อีกสามวันเจ็ดวัน" ลินินลอยหน้าลอยตาตอบกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย ไม่ยอมลดราวาศอกให้แม้แต่น้อย มือเรียวบางตวัดแฟ้มเอกสารโครงสร้างเหล็กในมือกระแทกลงบนโต๊ะทำงานชั่วคราวเสียงดัง *ปัง!* เพื่อประกาศอาณาเขต โต๊ะพับพลาสติกสีขาวตัวยาวถูกแบ่งครึ่งด้วยเทปกาวสีแดงที่คีย์เป็นคนลุกขึ้นมาแปะแบ่งอาณาเขตไว้ตั้งแต่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน เส้นแบ่งครึ่งที่ราวกับเส้นขนานระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ไม่มีใครยอมล้ำเส้นใคร แต่กลับสร้างความอึดอัดชนิดที่หายใจไม่ทั่วท้อง ออฟฟิศชั่วคราวหน้าไซต์งานก่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองแห่งนี้ เป็นผลผลิตจากความผิดพลาดของฝ่ายจัดซื้อที่จองโรงแรมสลับวัน ทำให้พวกเขาทั้งคู่—สถาปนิกผู้กุมบังเหียนงานดีไซน์กับวิศวกรสาวผู้คุมความปลอดภัยและโครงสร้าง—ต้องมาติดแหงกอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงแอร์เคลื่อนที่เสียงดังฮึ่งๆ กับกลิ่นฝุ่นปูนลอยคลุ้ง คีย์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนประกายความหงุดหงิดปนความขัน เขาขยับตัวพิงพนักเก้าอี้สำนักงาน กอดอกมองหญิงสาวที่กำลังนั่งเช็คสเป็กคอนกรีตด้วยท่าทางเอาเป็นเอาตาย "ปากเก่งเป็นไฟแบบนี้ ไม่ทราบว่าตอนคำนวณฐานรากตึก โครงสร้างมันจะพังเพราะความมั่นหน้าของคุณด้วยไหมลินิน?" คีย์ย้อนถาม เสียงทุ้มต่ำเจือความกวนประสาทที่ตั้งใจสะกิดต่อโมโหเธอโดยเฉพาะ "ผมเตือนไว้ก่อนนะว่าถ้าโปรเจกต์นี้พังเพราะความรั้นของคุณ ผมไม่อุ้มคุณหนีตายคนแรกแน่ๆ" "อุ๊ย! ขอบคุณนะคะที่กรุณาเป็นห่วง แต่ห่วงสมองส่วนหน้าของตัวเองที่เอาแต่คิดเรื่องดีไซน์เพ้อเจ้อจนลืมดูความเป็นจริงของหน้างานดีกว่าไหมคะคุณธันวา" ลินินตอกกลับทันทีโดยไม่ต้องหายใจ ดวงตาคู่สวยหันขวับมาจ้องเขม็ง "ตึกจะพังหรือไม่พัง ฉันไม่รู้... แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ประสาทฉันน่าจะพังก่อนเพราะรังสีความน่ารำคาญจากฝั่งคุณนี่แหละ!" ห้องทำงานชั่วคราวเงียบลงไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงคำรามต่ำๆ ของคอมเพรสเซอร์แอร์ที่พยายามทำงานอย่างหนักหน่วง ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย เคมีบางอย่างระหว่างคนทั้งคู่กำลังคุกรุ่น แผดเผาอากาศในห้องให้ร้อนระอุขึ้นอย่างไร้เหตุผล คีย์จ้องมองใบหน้าเนียนใสที่รั้นจนน่าหมั่นไส้ ดวงตาเรียวคมของสถาปนิกหนุ่มไล่สายตาตั้งแต่เส้นผมสีน้ำตาลเข้มที่รวบเป็นหางม้าลวกๆ ปลายจมูกรั้นๆ ไปจนถึงริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาฉอดๆ ไม่หยุด ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีวนอยู่ในอก—ความรู้สึกที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดสามสัปดาห์ตั้งแต่เริ่มโปรเจกต์ ว่าเขากำลัง "แพ้ทาง" ผู้หญิงคนนี้อย่างราบคาบ ให้ตายเถอะ... ยิ่งเธอทำหน้าดื้อรั้นใส่ เขากลับยิ่งอยากแกล้งให้เธอโมโหจนควันออกหู เพื่อแลกกับการได้เห็นดวงตากลมโตคู่นั้นตวัดมองเขาด้วยความเคืองแค้นแต่มันกลับสว่างวาบไปด้วยประกายชีวิตชีวา "มองอะไรคะ? หน้าฉันมีพิมพ์เขียวตึกถล่มติดอยู่รึไง ถึงได้จ้องขนาดนั้น" ลินินโพล่งขึ้นเมื่อรู้ตัวว่าถูกจ้องนานเกินไป หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะอย่างน่าสงสัย เธอกระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในท้องที่จู่ๆ ก็เกิดขึ้น "เปล่า..." คีย์ตอบเสียงเรียบ หลุบตาลงมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ของตัวเอง แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มมุมปากอย่างอดไม่ได้ "แค่กำลังคิดว่า... ถ้าเอาเวลาที่คุณใช้เถียงผมไปทำรีพอร์ตโครงสร้าง ป่านนี้เราคงได้กลับบ้านไปนอนฝันดี ไม่ต้องมานั่งหายใจรดต้นคอกันในห้องแคบๆ แบบนี้หรอก" "ถ้าอึดอัดมาก คุณก็เชิญออกไปยืนตากแดดนอกห้องสิคะ อาณาเขตฝั่งโน้นก็กว้างพอให้คุณไปยืนสำนึกผิดชอบชั่วดีอยู่ห่างๆ ได้ตั้งครึ่งห้องแน่ะ!" "ปากคอระเหยไช... เป็นวิศวกรหรือแม่ค้าตลาดสดกันแน่เนี่ยคุณ" "เป็นผู้หญิงที่จะทำให้สถาปนิกปากเสียแถวนี้ประสาทกินตายไปข้างนึงค่ะ!" บทสนทนาที่เต็มไปด้วยหนามยอกอกดำเนินต่อไป ท่ามกลางเสียงพิมพ์แป้นพิมพ์คอมพิวเตอร์ที่ดังรัวแข่งกับเสียงแอร์ ความขัดแย้งเชิงวิชาชีพผสมผสานกับแรงดึงดูดประหลาดสร้างสนามเพลาะขนาดย่อมขึ้นในออฟฟิศชั่วคราวแห่งนี้ โดยที่ไม่มีใครรู้ตัวเลยว่า กำแพงอคติที่พวกเขาสร้างขึ้นกำลังถูกกะเทาะออกทีละน้อย จนกระทั่ง... ลินินเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มแบบแปลนที่วางอยู่เกือบจะชิดเส้นแบ่งเขตสีแดง ในจังหวะเดียวกันกับที่คีย์เอื้อมมือมาหยิบแก้วกาแฟ ปลายนิ้วเรียวของทั้งคู่สัมผัสกันโดยบังเอิญ— สัมผัสที่อุ่นจัดและไฟฟ้าสถิตบางเบาแล่นริ้วจากปลายนิ้วตรงดิ่งเข้าสู่หัวใจของคนทั้งคู่ ลินินสะดุ้งสุดตัวราวกับถูกไฟช็อต รีบชักมือกลับทันทีราวกับโดนของร้อน ขณะที่คีย์ชะงักค้างกลางอากาศ ดวงตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่สี่เหลี่ยมแคบๆ อีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความเงียบที่อึดอัดเช่นก่อนหน้า... มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก คีย์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับวิศวกรสาวที่ตอนนี้ใบหน้าเนียนระเรื่อด้วยสีเลือดฝาด ดวงตาคู่สวยสั่นไหวเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงในเสี้ยววินาที "เอ่อ..." ลินินอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดนี้ แต่เสียงทุ้มต่ำและแววตาจริงจังที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของชายหนุ่มกลับทำให้เธอพูดไม่ออก "ลินิน..." คีย์เรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่นุ่มนวลกว่าทุกครั้ง ดวงตาคมกริบจดจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตราวกับจะค้นหาคำตอบบางอย่าง "ตกลงว่า... ที่คุณปากเก่งใส่ผมทุกวันเนี่ย เพราะเกลียดผมจริงๆ หรือเพราะอยากเรียกร้องความสนใจจากผมกันแน่?" คำถามนั้นทิ้งค้างกลางอากาศ พร้อมกับจังหวะที่หัวใจของคนอ่านถูกแขวนไว้บนเส้นด้ายแห่งความลุ้นระทึก... ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับตัวละครของเรานะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%