เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นเป็นรอบที่ห้าของนาที – และถ้าคีย์ ธันวา ยังคงทำตัวเป็นสถาปนิกผู้เคร่งเครียดที่เอาแต่นั่งไขว่ห้างกอดอกมองหน้าจอแท็บเล็ตด้วยสายตาดุๆ แบบนั้นต่อไป ลินินก็พร้อมจะหยิบแบบแปลนโครงการก่อสร้างม้วนนี้ฟาดหัวเขาให้หายหงุดหงิดเสียที
"ถ้าจะมองกันจนพรพรุนขนาดนี้ เอาปากกามาจิ้มตาฉันเลยดีไหมล่ะคะคุณธันวา"
เสียงหวานใสแต่แฝงความประชดประชันดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียดภายในห้องพักชั่วคราวไซต์งานก่อสร้าง ลินินขยับตัวจะลุกขึ้นยืนเพื่อหยิบแฟ้มเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะอีกฝั่ง แต่ความเจ็บแปล๊บที่ข้อเท้าซ้ายจากการพลาดสะดุดร่องคอนกรีตเมื่อช่วงบ่ายก็แล่นริ้วขึ้นมาจนเธอต้องนิหน้าสูดปากเบาๆ
"โอ๊ย..."
ใบหน้าที่เคยเชิดรั้นซีดเผือดลงเล็กน้อย เธอกัดริมฝีปากแน่นไม่อยากแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าผู้ชายปากร้ายคนนี้เด็ดขาด แต่มีหรือที่คนช่างสังเกตอย่างคีย์จะมองไม่เห็น
"ซุ่มซ่าม"
คำแรกที่หลุดออกมาจากปากสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งช่างไร้ความเห็นอกเห็นใจเสียเหลือเกิน คีย์ป้องปากกระแอมเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง สาวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางราวกับรำคาญเต็มประดา แต่สายตาคมกริบกลับกวาดมองข้อเท้าที่เริ่มบวมเป่งของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว
"ใครซุ่มซ่ามกันคะ! ร่องระบายน้ำตรงนั้นมันไม่มีป้ายเตือนต่างหาก ฉันไม่ได้ตาบอดนะ" ลินินสวนกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้เหงื่อกาฬจะผุดพรายตามไรผมจากความเจ็บ
"เถียงคำไม่ตกฟาก สมองมีไว้คิดเรื่องงานหรือเอาไว้หาข้อแก้ตัวครับคุณวิศวกร" คีย์ย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นห้องอย่างไม่ถือตัว มือหนายื่นออกไปหมายจะแตะข้อเท้าที่บวมช้ำ แต่ลินินกลับชักเท้าหนีตามสัญชาตญาณ
"คุณจะทำอะไร ถอยไปเลยนะ ฉันจัดการเองได้"
"อยู่นิ่งๆ สiti ครับ ถ้าไม่อยากให้มันบวมจนต้องผ่าตัด" คีย์กดเสียงต่ำลง ทว่าแววตาที่มองมากลับเจือความกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยเย็นชา มือแกร่งคว้าข้อเท้าเรียวไว้มั่นด้วยแรงที่ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ปลายนิ้วอุ่นจัดสัมผัสโดนผิวเนื้อเนียนจนลินินเผลอสะดุ้งวาบในอก
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวผิดจังหวะของคนทั้งคู่ คีย์ก้มลงสำรวจรอยบวมช้ำอย่างตั้งใจ ความนิ่งขรึมของเขาทำให้โครงหน้าคมคายดูมีเสน่ห์อย่างร้ายกาจ จนลินินเผลอมองค้างไปชั่วขณะ... ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้เวลาไม่พ่นคำร้ายๆ ใส่คนอื่น ช่างเป็นภัยต่อAความมั่นคงทางจิตใจเสียจริง
"เจ็บขนาดนี้ยังอวดเก่ง" คีย์พึมพำเบาๆ ขณะเอื้อมหยิบกระเป๋าปฐมพยาบาลที่วางอยู่บนชั้นมาเปิดอย่างคล่องแคล่ว "ถ้าวันนั้นไม่มัวแต่เดินเถียงผมเรื่องความลาดเอียงของคาน ก็คงไม่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือจนข้อเท้าพลิกหรอกครับ"
"อ้าว! นี่คุณยังจะมาโทษฉันอีกเหรอคะเนี่ย?" ลินินกัดฟันกรอด ความซาบซึ้งใจที่เกือบจะก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ปลิวหายไปในพริบตา "ปากแบบนี้เมื่อไหร่จะมีแฟนกับเขาบ้างคะ หรือว่าชาติ ี้ทั้งชาติก็คงต้องอยู่คานทองคู่กับตึกสูงไปจนตาย"
คีย์ชะงักมือที่กำลังจะเทเจลเย็นลงบนผ้าก๊อซ เขาดงตาคมขึ้นสบตากับคนปากเก่งที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่ตรงหน้า ระยะห่างระหว่างกันตอนนี้ใกล้เสียจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนผิวแก้ม
"ปากดีแบบนี้... เวลาจูบจะยังเถียงเก่งอยู่ไหมนะ"
เสียงทุ้มต่ำที่จงใจกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ทำเอาลินินชาวาบไปทั้งร่าง เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว เธออ้าปากค้าง จะสวนกลับแต่คำพูดก็ติดอยู่ที่ลำคอเมื่อดวงตาสีนิลคู่นั้นไม่ได้ล้อเล่นเลยสักนิด มันเต็มไปด้วยความปรารถนาลึกล้ำที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ท่าทีซึนเดระของเจ้าตัว
"คุณ... พูดบ้าอะไรเนี่ย!" ลินินผลักอกแกร่งเบาๆ ใบหน้าร้อนผ่าวจนต้องเบือนหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนความเขินอาย
คีย์มุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มร้ายกาจที่นานๆ ทีจะได้เห็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา เขาจัดการประคบเย็นที่ข้อเท้าให้เธออย่างเบามือ แม้ปากจะยังคงบ่นกระ ูปกระปาส
"นั่งเฉยๆ ครับ อย่าดิ้น... ผมไม่ได้อยากดูแลคุณนักหรอกนะ แต่ถ้าคุณเดินกะเพกในไซต์งาน มันเกะกะสายตาผม เข้าใจไหม"
"ค่ะ! พ่อคนปากร้าย พ่อคนใจดีไม่มีที่ติ" ลินินประชดใส่พลางอมยิ้มบางๆ โดยที่ไม่อาจห้ามใจไม่ให้เต้นแรงได้เลยภายใต้ความดุและวาจาเชือดเฉือนนั้น กลับมีความใส่ใจที่อบอุ่นซ่อนอยู่เต็มเปี่ยม
ทว่า... ในจังหวะที่มือหนากำลังพันผ้าพันแผลให้อย่างเบามือ และสายตาของทั้งคู่ประสานกันอย่างมีความหมายจนบรรยากาศกำลังจะหวานซึ้งเกินเลยไปมากกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีมารยาท
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
"คุณคีย์ครับ! แย่แล้วครับ แบบแปลนโซน B มีปัญหาใหญ่... อ้าว..."
เสียงตะโกนพร้อมกับลูกบิดประตูที่ถูกบิดเปิดผางเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต ทำให้รุกข์ ผู้ช่วยหนุ่มหน้าตาตื่นพรวดพราดเข้ามาหยุดยืนแข็งทื่ออยู่กลางห้อง ภาพของสถาปนิกหนุ่มมาดนิ่งกำลังคุกเข่าประคองข้อเท้าวิศวกรสาวสวยอยู่ใกล้ชิดกันชนิดหายใจรดต้นคอ สะท้อนเข้าตาเต็มๆ จนรุกข์ต้องรีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองแทบไม่ทัน
คีย์ตวัดสายตาดุราวกับจะกินเลือดกินเนื้อไปยังผู้ช่วยหนุ่มทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาถึงตรงนี้นะครับ ขอให้มีความสุขกับความซึนของพระเอกเรานะครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง•ตอนที่ 10
ปากบอกไม่ชอบ แต่สายตาฟ้อง
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!