สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง•ตอนที่ 9

อาหารค่ำที่ไม่มีใครยอมใคร

ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าถมึงทึงใส่ผมแบบนั้น เกรงว่าคอนกรีตหน้างานคงจะร้าวตั้งแต่ยังไม่ทันเทนะครับคุณวิศวกร" เสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย้าแหย่เล็กน้อยดังขึ้น ทำลายบรรยากาศตึงเครียดที่ลอยอلبเคว้งอยู่เหนือไซต์ก่อสร้างรีสอร์ตริมหาด ลินินสะดุ้งเล็กน้อย หลุดออกจากภวังค์ความหงุดหงิดที่เพิ่งถูกสลัดทิ้งไปเมื่อห้านาทีที่แล้ว ประโยคทักทายกึ่งประชดประชันของหญิงสาวผู้มาใหม่—ศศิธร ลูกสาวนักลงทุนรายใหญ่ที่ตามรังควานคีย์มาตั้งแต่กรุงเทพฯ—ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาท แต่สิ่งที่ดึงเธอกลับสู่ความเป็นจริงคือแผ่นหลังกว้างของสถาปนิกหนุ่มที่ก้าวเข้ามาบังเธอไว้จากสายตาคุกคามคู่นั้นอย่างพอดิบพอดี คีย์ ธันวา ไม่ได้แสดงท่าทีตื่น The panic หรือกระวนกระวาย เขายังคงรักษามาดนิ่งสนิท มือหนาสอดเข้ากระเป๋ากางเกงสแล็คสีเข้ม สายตาดุดันคมกริบกวาดมองผู้มาเยือนด้วยความรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง "แปลกใจจังครับที่คุณศศิธรุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงไซต์งานกันดารๆ แบบนี้ นึกว่ากลัวฝุ่นจะเปื้อนกระเป๋าแบรนด์เนมเสียอีก" คีย์ยิงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่เชือดเฉือนจนคนฟังหน้าชา ศศิธรกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน ปั้นยิ้มหวานหยดที่เคลือบด้วยความไม่พอใจส่งมาให้ "แหม... ก็คุณคีย์เล่นเงียบหายมาตรวจงานไกลถึงนี่ ศศิเป็นห่วงหรอกนะคะถึงได้ตามมา... แล้วก็นั่น..." ดวงตาร้อนรนกวาดมองมาที่ลินินซึ่งยืนกอดอกพิงเสาคอนกรีตอยู่ข้างหลัง "เด็กฝึกงานคนนี้ ดูท่าทางจะเก่งนะคะ ถึงได้ตามติดสถาปนิกมือหนึ่งแจไม่ยอมห่าง" คำว่า 'เด็กฝึกงาน' ถูกเน้นเสียงด้วยความเหยียดหยามเล็กน้อย ลินินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตคมกริบฉายแวววาวโรจน์ เธอเกลียดที่สุดคือพวกอวดดีที่ใช้สถานทางสังคมมาด้อยค่าคนอื่น และวันนี้เธอก็ไม่มีอารมณ์จะมาปั้นหน้ายิ้มรับความไร้มารยาทของใครหน้าไหนทั้งสิ้น "ขอโทษนะครับคุณศศิธร พอดีว่า 'เด็กฝึกงาน' คนนี้กำลังยืนตรวจแบบโครงสร้างร่วมกับผมอยู่ และหน้าที่รับผิดชอบของเธอก็คือการทำให้ตึกนี้ไม่ถล่มลงมาทับใครตาย... ซึ่งดูจากทรงแล้ว น่าจะเป็นประโยชน์กว่าการมายืนกรีดกรายถามหาความสนใจจากคนอื่นนะครับ" คีย์พูดแทรกขึ้นทันท่วงที น้ำเสียงของเขากระด้างและเย็นชาจนศศิธรถึงกับผงะ ถอยหลังไปหนึ่งก้าว ใบหน้าเรียวสวยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากกัดริมฝีปากแน่น "คุณคีย์..." "ถ้าไม่มีเรื่องงานอะไร ผมกับทีมงานต้องขอตัวไปเคลียร์แบบแปลนต่อ... เชิญคุณศศิธรตามสบายนะครับ" พูดจบ สถาปนิกหนุ่มก็หันมาคว้าแขนเรียวของลินิน ออกแรงดึงเบาๆ ให้เดินตามออกไปจากตรงนั้นทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้คุณหนูไฮโซได้เอ่ยอะไรต่ออีก ลินินยอมก้าวเท้าตามแรงดึงนั้นโดยดี แม้ในใจจะแอบหมั่นไส้ความเผด็จการกลายๆ ของคนตัวสูงอยู่ไม่น้อย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... จังหวะที่เขาเอาตัวมาบังและปกป้องเธอมันชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าประหลาด พวกเขาก้าวพ้นรัศมีสายตาของศศิธรมาจนถึงโซนร้านอาหารริมทะเลเล็กๆ ที่ถูกจับจองไว้เป็นมื้อค่ำ บรรยากาศยามเย็นเปลี่ยนสีท้องฟ้าให้กลายเป็นสีส้มอมม่วง เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังซัดส่ายเบาๆ ขับเน้นความเงียบสงบที่โรแมนติกเกินกว่าจะมานั่งกินข้าวร่วมกับคู่ปรับตัวฉกาจ โต๊ะไม้ยาวตั้งอยู่บนหาดทรายนุ่ม ไฟประดับดวงเล็กๆ ถูกโยงระโยงระยายให้แสงสีส้มอบอุ่น คีย์ทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามกับเธอ ถอดสูทตัวนอกพาดไว้กับพนักเก้าอี้ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวบริเวณคอออกสองเม็ด เผยให้เห็นลำคอแกร่งและผิวเนื้อสีแทนรำไอร้อนระอุจากอากาศริมทะเล ภาพนั้นทำให้ลินินต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น แกล้งทำเป็นสนใจเมนูอาหารในมือแทน "มองเมนูนานขนาดนั้น จะสั่งมากินหัวผมหรือไงครับ" เสียงทุ้มเอ่ยแซยขึ้นมาก่อน ท่าทางกวนประสาทกลับมาเต็มพิกัด "เปล่าค่ะ... แค่กำลังคิดว่า อาหารมื้อนี้ฉันควรจะสั่งอะไรที่ย่อยง่ายที่สุด เพราะดูท่าทางแล้ว ร่วมโต๊ะกับคนปากจัดอย่างคุณ อาจจะทำให้ฉันอาหารไม่ย่อยตายเสียก่อน" ลินินวางเมนูลงกระแทกโต๊ะเบาๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาดื้อรั้นท้าทาย คีย์หัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะต่ำๆ ที่มีเสน่ห์ร้ายกาจจนคนฟังต้องเม้มปากแน่น "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะ... หิวจนพาลหรือเปล่าครับ หรือว่าหึงที่เห็นคนอื่นมายุ่งกับผม?" *ฉ่า!* ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ลินินแทบสำลักน้ำลายตัวเอง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว "หลงตัวเองไปหน่อยไหมคะคุณคีย์ ใครจะไปหึงคุณ... บ้าอำนาจ อีโก้สูงลิบลิ่ว แถมยังปากหมาขนาดนั้น ต่อให้ผู้หญิงทั้งโลกหมดสต็อก ผมก็ไม่มีวันชายตาแลคุณหรอกค่ะ!" "ปากดีแบบนี้ ระวังตัวไว้เถอะครับ..." คีย์โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ศอกวางพาดบนโต๊ะ ดวงตาคมกริบพินิจพิเคราะห์ใบหน้าหวานที่ขึ้นสีเรื่อด้วยความพอใจ "คนที่บอกว่าไม่มีวัน... มักจะตกม้าตายตอนจบทุกราย" "ฝันไปเถอะค่ะ!" ลินินเชิดหน้าใส่ ไมยอมหลบตา "ฉันไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้นที่คอยวิ่งตามคุณต้อยๆ นะคะคุณสถาปนิก เราต่างคนต่างทำงาน เคลียร์โปรเจกต์นี้จบ ต่างคนต่างทาง ใครข้ามเส้นก่อน... คนนั้นแพ้" "น่าสนใจ..." รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา แววตาที่มองเธอมันทั้งดื้อดึง เอ็นดู และ... คลั่งลึกจนน่ากลัวในเวลาเดียวกัน "ถ้าผมบอกว่า... ผมไม่อยากให้เราต่างคนต่างทางล่ะ?" จังหวะนั้น อาหารมื้อค่ำถูกยกมาเสิร์ฟพอดี ขัดจังหวะบทสนทนาที่กำลังพ่นประกายไฟใส่กัน กลิ่นหอมกรุ่นของอาหารทะเลเผาฟุ้งกระจายไปทั่ว แต่บรรยากาศบนโต๊ะกลับยิ่งทวีความเข้มข้นและอบอวลไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่แปลกแยกออกไปจากเดิม ตลอดมื้ออาหาร ทั้งคู่ผลัดกันหยิกแกมหยอก แลกเปลี่ยนความเห็นเรื่องงานด้วยความเฉียบคมและทันกันในทุกๆ ประเด็น ความหัวรั้นของลินินผสมผสานกับความสมบูรณ์แบบที่กวนประสาทของคีย์ กลายเป็นเคมีที่ลงตัวอย่างน่าประหลาด จากความเกลียดขี้หน้าในวันแรก ตอนนี้มันกลับกลายเป็นความท้าทายที่ต่างฝ่ายต่างอยากจะเอาชนะ... หรือบางที อาจจะอยากพังทลายกำแพงของอีกฝ่ายลงให้ราบคาบ จนกระทั่งมื้อค่ำดำเนินมาถึงช่วงท้าย ลินินเผลอเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำทรงสูงพร้อมกับจังหวะที่คีย์เอื้อมมาพอดี ปลายนิ้วเรียวของทั้งคู่สัมผัสกันบนผิวกระแก้วเย็นเฉียบ ความเย็นยะเยือกตัดกับความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้วเข้าสู่หัวใจทันที ลินินชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตาเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่ลẫกซึ้งและไหวระริกอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน คีย์ไม่ได้ดึงมือออก เขากุมปลายนิ้วของเธอไว้เบาๆ ผ่านความมืดสลัวและแสงไฟสีส้มริมหาด ลมทะเลพัดผ่านเส้นผมสลวยของหญิงสาวให้ปลิวไสว บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลาไว้ชั่วขณะ "ลินิน..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอแผ่วเบา ร1าวกับเสียงกระซิบจากสายลม มันไม่มีความเย้าแหย่ ไม่มีรอยยิ้มกวนประสาท มีเพียงความจริงจังและ... ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ความปากร้ายมาตลอด หญิงสาวใจเต้นระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก สมองที่เคยประมวลผลด้วยเหตุผลและตรรกะกลับว่างเปล่าสนิท เธออ้าปากเตรียมจะเอ่ยอะไรบางอย่างเพื่อทำลายความเงียบงันที่อันตรายนี้ แต่ทว่า... *พรึบ!* แสงไฟจากหลอดไฟประดับรอบโต๊ะดับวูบลงพร้อมกันทั้งหมด ความมืดเข้าปกคลุมชายหาดในชั่วพริบตา ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่ใกล้กับโต๊ะของพวกเขา พร้อมกับเสียงทุบโต๊ะปึงดังสนั่นที่ทำให้ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัว "เจอตัวสักที! คิดว่าจะหนีหัวซุกหัวซุนมาถึงนี่แล้วฉันจะตามไม่ทันรึไง คีย์ ธันวา!" เสียงตวาดกร้าวของชายวัยกลางคนดังทะลุความมืดเข้ามา เป็นเสียงที่คีย์คุ้นเคยและเกลียดชังยิ่งกว่าสิ่งใด... เสียงของ 'ท่านประธานธนาธร' พ่อผู้บังเกิดเกล้าของเขานั่นเอง! คีย์รีบชักมือกลับทันที ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงบังร่างของลินินไว้ด้านหลังโดยสัญชาตญาณ นัยน์ตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและแข็งกร้าวขึ้นมาในทันทีที่แสงไฟฉุกเฉินสว่างวาบขึ้นเผยให้เห็นร่างของชายสูงวัยยืนจังก้าอยู่ตรงหน้า พร้อมด้วยบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสองคน "คุณพ่อ..." คีย์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาสองคู่จ้องมองกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ บรรยากาศโรแมนติกเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยศึกสายเลือดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนลุ้นระทึกนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%