"ถ้าคุณยังยืนจ้องกาแฟแก้วนั้นด้วยสายตาอาฆาตแบบนั้นอีกสามวินาที มันคงระเบิดคามือคุณไปแล้วครับ คีย์ ธันวา"
เสียงหวานใสที่เจือความเย้าแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้นจากปลายโต๊ะทำงานไม้สักอัดแน่นด้วยแบบแปลน ลินินในชุดเสื้อเชิ้ตโอเวอร์사이즈สีขาวสะอาดตา—ซึ่งดูคุ้นตาเกินกว่าจะเป็นเสื้อของเธอเอง—กำลังใช้ปลายนิ้วเรียวหมุนปากกาหมึกซึมในมือเล่น ดวงตากลมโตคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความขบขันที่เจ้าตัวพยายามกลั้นไว้อย่างสุดความสามารถ
ธันวาชะงักมือที่กำลังถือแก้วกาแฟดำร้อนจัด เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวานฉายวาบเข้ามาในหัวสมองแบบความคมชัดระดับ 4K ยิ่งกว่าโปรเจกต์งานออกแบบโรงแรมห้าดาวที่เขารับผิดชอบอยู่เสียอีก ทุกคำพูด ทุกสัมผัส และ... ดวงตาที่มองมาด้วยความรู้สึกที่เกินกว่าคำว่า "เพื่อนร่วมงาน" มันยังติดตรึงอยู่ในโสตประสาทอย่างชัดเจน
ให้ตายสิ... เขาเผลอหลุดปากสารภาพอะไรบ้าๆ ออกไปบ้างวะเนี่ย?
"ผมไม่ได้อาฆาต แค่กำลังใช้ความคิดเรื่องโครงสร้างฐานรากของไซต์งานโซน B" ธันวาแก้ตัวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งที่สุดเท่าที่สถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งจะทำได้ แม้ว่าใบหูทั้งสองข้างจะแดงก่ำจนลามไปถึงต้นคอแล้วก็ตาม เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก* จนกาแฟกระฉอกเล็กน้อย
"โครงสร้างฐานราก หรือว่า... โครงสร้างความรู้สึกกันแน่ครับที่คุณกำลังคำนวณผิดพลาด?" ลินินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วก้าวช้าๆ เข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเขา กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กที่ติดจมูกเขามาตั้งแต่ตื่นนอนเมื่อเช้าลอยวนอยู่ในอากาศรอบตัว จนธันวาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
วิศวกรสาวกอดอกมองเขาด้วยสายตารู้ทัน รอยยิ้มมุมปากของเธอนั้นช่างน่าหมั่นไส้และทรงพลังเสียจนผู้ชายปากร้ายอย่างเขาทำได้แค่กอบกู้ฟอร์มอันน้อยนิดกลับคืนมา
"คุณลินิน กรุณากลับไปนั่งที่โต๊ะแล้วตรวจแบบท่อระบายน้ำให้เรียบร้อยก่อนที่ผมจะหักเงินเดือนคุณฐานก่อกวนเวลาทำงาน" ธันวาพยายามทำเสียงดุ ถดตัวพิงพนักเก้าอี้เพื่อสร้างระยะห่าง แต่ทว่า... ยิ่งถอย ก็ยิ่งจนมุม เพราะด้านหลังคือหน้ากระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามสาย
"หักเงินเดือนเหรอคะ? แปลกจัง... เมื่อคืนก่อนที่คุณจะบอกว่า 'ห้ามไปไหนเด็ดขาดจนกว่าผมจะอนุญาต' คุณไม่ได้ใช้น้ำเสียงดุแบบนี้นี่นา" ลินินแกล้งโน้มตัวลงมาใช้มือทั้งสองข้างค้ำพนักเก้าอี้ของเขาไว้ กักตัวเขาให้อยู่ในอาณัติอย่างเบ็ดเสร็จ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา "หรือว่าคุณ... ความจำเสื่อมชั่วคราวหลังจากดื่มไวน์ไปแค่สองแก้วคะ คุณสถาปนิก?"
ธันวากลืนก้อนความกระอักกระอ่วนลงคออีกครั้ง หัวใจในอกเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน เขารู้ดีว่าหากเถียงตอนนี้มีแต่จะเสียเปรียบ ยัยนี่ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมจำนนใครง่ายๆ ยิ่งเธอรู้ว่าเขามีใจ ยิ่งได้ใจใหญ่
"ผมพูดอะไรไปบ้างล่ะ ถ้ามันไร้สาระ คุณก็ควรลืมมันซะ" เขาเลือกที่จะปฏิเสธแบบเนียนๆ แม้จะรู้ว่ามันโคตรจะขี้ขลาดเลยก็ตาม
ลินินหรี่ตาลงรอยยิ้มบนเรียวปากสวยหุบลงเล็กน้อย ความเงียบชั่วขณะหนึ่งเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างพวกเขาทั้งคู่ บรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยการหยอกล้อกลับกลายเป็นความตึงเครียดที่อบอวลด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้พรม
มือเรียวที่ค้ำเก้าอี้เลื่อนขึ้นมาสัมผัสเบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตของธันวา เธอจัดมันให้เข้าที่อย่างใจเย็น ปลายนิ้วที่เฉียดผ่านผิวเนื้อบริเวณลำคอทำเอาธันวาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ขนลุกเกรียวอย่างห้ามไม่อยู่
"งั้นเหรอคะ... เรื่องที่บอกว่า 'รำคาญแต่ขาดไม่ได้' หรือเรื่องที่บอกว่า... 'ต่อให้โปรเจกต์นี้จบลง เราก็ยังต้องเริ่มโปรเจกต์อื่นด้วยกันต่อ' อันนี้ก็ไร้สาระด้วยสินะคะ?" ลินินกระซิบเสียงแผ่วเบา ชิดริมใบหูของเขาจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินผิวแก้ม
ธันวาตัวแข็งทื่อ สมองประมวลผลไม่ทัน เขาไม่ได้เผลอพูดอะไรเลี่ยนขนาดนั้นออกไปจริงๆ ใช่ไหมวะเนี่ย! ยัยตัวแสบ... เธอจงใจหยิบเอาคำพูดตอนที่สติหลุดลอยมาใช้ตอกหน้าเขาชัดๆ!
ในจังหวะที่ธันวากำลังจะอ้าปากเถียงเพื่อกู้ศักดิ์ศรี ปลายนิ้วมือของลินินก็เลื่อนขึ้นมาแตะริมฝีปากของเขาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปราม สายตาสองคู่ประสานกันอย่างแนบแน่น ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบเดียว เคมีที่ดึงดูดเข้าหากันราวกับแม่เหล็กขั้วตรงข้ามกำลังทำงานอย่างเต็มพิกัด จนธันวาสติหลุดลอย เขาเกือบจะโน้มใบหน้าเข้าไปหาอยู่แล้วเชียว...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนดังขึ้นขัดจังหวะ ราวกับเสียงระฆังช่วยชีวิตจากยมบาล ลินินผละตัวออกอย่างรวดเร็วราวกับติดสปริง ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยด้วยความเขินอายที่เพิ่งหลุดมาฟอร์มจัดใส่เขาเมื่อครู่ ส่วนธันวารีบสูดหายใจเข้าปอดลึกๆ จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่แล้วปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นสถาปนิกผู้เยือกเย็นที่สุดในสามโลก
"เข้ามา" ธันวาเอ่ยเสียงเข้ม พยายามซ่อนเสียงสั่นๆ ของตัวเอง
ประตูเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของ 'กรณ์' ผู้ช่วยหนุ่มหน้าตาตื่น ที่ถือแฟ้มเอกสารวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้อง โดยไม่ทันสังเกตบรรยากาศมาคุและกลิ่นอายความหวานปนความกระอักกระอ่วนที่ยังลอยวนอยู่ในห้องแม้แต่น้อย
"พี่คีย์ครับ! แย่แล้วครับ! ทีมตรวจรับรองอาคารจากเทศบาลมาถึงไซต์งานเร็วกว่ากำหนดสามชั่วโมง แถม... แถมพวกเขากำลังรื้อแบบแปลนโครงสร้างชั้นใต้ดินที่เราแก้กันเมื่อคืนนี้เพราะบอกว่าไม่ผ่านเกณฑ์ใหม่!"
ธันวาผุดลุกขึ้นยืนทันที ดวงตาคมกริบทอประกายความเคร่งเครียดขึ้นมาทันวัน สัญชาตญาณนักสู้และรักความสมบูรณ์แบบพุ่งพล่าน
"ว่าไงนะ?!" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำอย่างเหลืออด
ลินินหันมาสบตาเขา แววตาขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไป ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นเฉียบคมแบบวิศวกรสาวมืออาชีพ เธอดึงแฟ้มแบบแปลนออกจากมือกรณ์ทันทีแล้วโยนให้ธันวาเล่มหนึ่ง
"เลิกเขินกันแล้วไปลุยไฟกันเถอะค่ะ ท่านสถาปนิก" ลินินยิ้มมุมปาก ท้าทาย "งานนี้ถ้าพัง... ฉันจะบอกทุกคนว่าคุณนั่งร้องไห้เพราะคิดถึงฉันทั้งคืนแน่"
ธันวากัดฟันกรอด ส่งค้อนวงใหญ่ให้เธอ ก่อนจะคว้าสมุดบันทึกคู่ใจแล้วก้าวฉับๆ นําหน้าออกไปทันที
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะก้าวพ้นประตูห้องทำงานนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความในสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงของเขาก็สั่นขึ้น พร้อมกับหน้าจอที่แสดงชื่อผู้ติดต่อบุคคลที่สาม—บุคคลที่ทำให้เขากับลินินต้องมาติดอยู่ในวังวนโปรเจกต์สกัดดาวรุ่งนี้ตั้งแต่แรกเริ่ม... และข้อความนั้นก็ทำให้ลมหายใจของธันวาชะงักกкаันไปในทันที!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง เคียงข้าง และส่งพลังใจให้อันอบอุ่นมาโดยตลอดนะครับ
สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง•ตอนที่ 20
เช้าวันถัดไปที่น่ากระอักกระอ่วน
ผลงานโดย เมทริกซ์ซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมทริกซ์ซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับโปรเจกต์สกัดดาวรุ่ง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!